จับสัญญาณ “สมาธิสั้นในเด็ก” เป็นยังไง? เรื่องใกล้ตัวที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม - โรงพยาบาลวิมุต

เด็กที่อยู่ไม่นิ่ง ขี้ลืม ใจลอย หรือมักทำกิจกรรมไม่จบ อาจไม่ใช่แค่ “เด็กซน” อย่างที่ใครหลายคนคิด แต่อาจเป็นสัญญาณของ “โรคสมาธิสั้น” หนึ่งในภาวะพัฒนาการทางสมองที่พบบ่อยในเด็กและมีแนวโน้มพบมากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน หากปล่อยไว้โดยไม่เข้าใจหรือไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อการเรียน การเข้าสังคม และการใช้ชีวิตในอนาคตได้ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความรู้จักกับโรคสมาธิสั้นในเด็กแบบเข้าใจง่าย พร้อมเช็กลิสต์พฤติกรรมเด็กสมาธิสั้นเป็นยังไง ความแตกต่างจากโรคอื่นที่พฤติกรรมคล้ายกัน พร้อมแนวทางการวินิจฉัยและการรักษา เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถเข้าใจและดูแลลูกได้อย่างเหมาะสมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของปัญหา
รู้ทัน โรคสมาธิสั้นในเด็ก คืออะไร ?
โรคสมาธิสั้น หรือ ADHD (Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder) เป็นความผิดปกติทางพัฒนาการของระบบประสาทที่พบบ่อยในเด็ก สาเหตุเกิดจากความบกพร่องของสมองส่วนหน้า (Prefrontal cortex) ส่งผลให้เด็กมีอาการผิดปกติใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ขาดสมาธิ (Inattention) ซนมากกว่าปกติ หรืออยู่ไม่นิ่ง (Hyperactivity) และขาดการยั้งคิด หรือหุนหันพลันแล่น (Impulsivity) โดยอาการเหล่านี้จะรุนแรงกว่าพฤติกรรมปกติของเด็กวัยเดียวกัน ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรม การเรียนรู้ และความสัมพันธ์กับผู้อื่น มักเริ่มแสดงอาการตั้งแต่วัยอนุบาล และพบมากในช่วงวัยเรียน
โรคสมาธิสั้นในเด็กจึงไม่ใช่เพียงอาการ "เด็กซน" หรือ "สมาธิสั้นนิดหน่อย" อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่มีผลต่อการควบคุมตนเอง สมาธิ และพฤติกรรม เด็กที่มีภาวะนี้จึงมักมีปัญหาในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนานๆ หรือควบคุมตนเองได้ยาก และมักมีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางการเรียน การเข้าสังคม และความมั่นใจในตนเองในระยะยาว

วิธีสังเกตอาการ เด็กสมาธิสั้นเป็นยังไง ?
เด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นมักแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างจากเด็กทั่วไปอย่างชัดเจน โดยสามารถแบ่งลักษณะอาการออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
กลุ่มอาการ "ขาดสมาธิ" (Inattention)
- ไม่สามารถจดจ่อกับงานหรือกิจกรรมที่ต้องใช้ความตั้งใจได้
- วอกแวกง่ายแม้มีสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อย
- ลืมรายละเอียด ทำของหายเป็นประจำ
- ไม่ทำตามคำสั่ง หรือทำงานไม่เสร็จ
- มักหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ความพยายามอย่างต่อเนื่อง เช่น การบ้าน
กลุ่มอาการ "อยู่ไม่นิ่ง - หุนหันพลันแล่น" (Hyperactivity - Impulsivity)
- นั่งไม่นิ่ง ลุกขึ้นเดินระหว่างกิจกรรม
- วิ่งหรือปีนป่ายในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม
- พูดมาก พูดเร็ว หรือพูดแทรก
- ตอบคำถามก่อนฟังจบ
- ขัดจังหวะผู้อื่นหรือไม่สามารถรอคิวได้
กลุ่มอาการแบบผสม (Combined Type)
- เป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยที่สุด มีอาการทั้งขาดสมาธิ อยู่ไม่นิ่ง และหุนหันพลันแล่น
หากเด็กมีอาการดังกล่าวเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน และเกิดขึ้นในหลายบริบท เช่น ที่บ้านและโรงเรียน ผู้ปกครองควรพาเด็กเข้ารับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับการวินิจฉัยและแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสม

สาเหตุของโรคสมาธิสั้นในเด็กเกิดจากอะไร ?
สาเหตุของโรคสมาธิสั้น เกิดจากหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อการทำงานของสมองและพัฒนาการของเด็ก โดยมีปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
- พันธุกรรม (Genetics) ครอบครัวที่มีประวัติพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นโรคสมาธิสั้น มีโอกาสที่เด็กจะเป็นสูงกว่าเด็กคนอื่น 4 - 5 เท่า
- ปัจจัยขณะตั้งครรภ์และคลอด เช่น การคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักแรกเกิดน้อย มารดาสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือสัมผัสสารพิษระหว่างตั้งครรภ์
- ปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น การที่เด็กสัมผัสกับสารตะกั่ว หรือยาฆ่าแมลงบางชนิด หรือประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (Adverse childhood experience) เช่น การถูกทุบตี หรือพบเห็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
- การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดวินัยในบ้าน หรือการดูสื่อหน้าจอมากเกินไปในวัยเด็กเล็ก แม้จะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรคสมาธิสั้น แต่หากขาดความเข้าใจและแนวทางที่เหมาะสม อาจทำให้อาการสมาธิสั้นของเด็กแย่ลงได้
แนวทางการวินิจฉัยโรคสมาธิสั้น
ก่อนการวินิจฉัยว่าเด็กมีภาวะสมาธิสั้นหรือไม่ แพทย์จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน ทั้งจากผู้ปกครอง ครูที่โรงเรียน และการสังเกตโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น
- แบบประเมินพฤติกรรมจากทั้งพ่อแม่และคุณครู
- การซักประวัติ หรือสังเกตพฤติกรรมโดยตรง
- การประเมินพัฒนาการ การเรียนรู้ และสุขภาพจิต
- การประเมินเพื่อแยกแยะความผิดปกติอื่นๆ ที่อาจมีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น ออทิสติก หรือปัญหาด้านอารมณ์
- บางกรณีอาจต้องส่งต่อไปยังจิตแพทย์เด็กหรือกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการ

โรคสมาธิสั้นรักษาอย่างไร ?
การรักษาโรคสมาธิสั้นในเด็กที่ได้ผลดีที่สุดคือการรักษาแบบผสมผสาน โดยควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและความต้องการเฉพาะของเด็กแต่ละคน สามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ดังนี้
1. การบำบัดพฤติกรรม (Behavioral Therapy)
การบำบัดพฤติกรรมเป็นแนวทางพื้นฐานที่มักเริ่มใช้ก่อนในเด็กเล็ก หรือใช้ร่วมกับการรักษาด้วยยาในเด็กโต โดยแนวทางการบำบัดโรคสมาธิสั้น มีดังนี้
- ฝึกวินัยอย่างเหมาะสม
- สร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน สม่ำเสมอ
- ให้รางวัลเมื่อมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
- ใช้ระบบตารางหรือแผนงาน เช่น ตารางกิจวัตรประจำวัน ช่วยให้เด็กมีโครงสร้างและคาดการณ์ได้
- ฝึกทักษะการควบคุมตนเอง ผ่านกิจกรรมฝึกสมาธิ การแก้ปัญหา และการสื่อสาร
2. การใช้ยา (Medication)
การรักษาด้วยยาถือเป็นการรักษาหลักของโรคสมาธิสั้น ซึ่งยาที่ใช้รักษาแบ่งได้เป็นหลายกลุ่ม เช่น ยาในกลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท หรือยาที่ไม่ใช่กลุ่มกระตุ้น
|
แม้ว่ายาจะช่วยควบคุมอาการของโรคสมาธิสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายกรณี แต่การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของเด็กและการติดตามผลอย่างเหมาะสม |
การสังเกตอาการของโรคสมาธิสั้นในเด็กตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เด็กได้รับโอกาสในการพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มเห็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง เช่น ขาดสมาธิ หุนหันพลันแล่น หรือพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการเรียนรู้และการเข้าสังคม ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยอย่างถูกต้องและวางแผนการดูแลที่เหมาะสม เพราะหากได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี เด็กก็สามารถเรียนรู้ เติบโต และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขไม่ต่างจากเด็กทั่วไป
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00-24:00 น. โทร. 0-2079-0038
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

เด็กนอนกรน... อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อันตรายที่ต้องรีบเช็กด่วน
ฝันร้ายของลูกน้อย... อาจมาจากเสียงเด็กนอนกรน! ที่อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ ชวนไขข้อข้องใจเรื่อง "นอนกรนในเด็ก" ที่พ่อแม่ควรรู้! เกิดจากอะไร กำลังบอกอะไรและอันตรายอย่างไร

รู้ได้อย่างไร เด็กอ้วน เกินเกณฑ์ อันตรายแอบแฝงที่พ่อแม่ควรรู้
พ่อแม่ควรรู้น้ำหนักลูก เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์ เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็กได้ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูอันตรายแฝงที่แอบซ่อนอยู่ในเด็กอ้วน พร้อมแนวทางการรักษา ลดน้ำหนักไปด้วยกันได้ที่นี่

ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้าย-ออทิสติกหรือไม่?
พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทางโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก "ขาดการกระตุ้น" เป็นหลัก

เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน ปี 2568
ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ปี 2568 ฤดุฝนแบบนี้พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิษ ทั้งไข้หวัด หรือโควิด มาเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมรับมือกับโควิดไปด้วยกัน

เด็กนอนกรน... อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อันตรายที่ต้องรีบเช็กด่วน
ฝันร้ายของลูกน้อย... อาจมาจากเสียงเด็กนอนกรน! ที่อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ ชวนไขข้อข้องใจเรื่อง "นอนกรนในเด็ก" ที่พ่อแม่ควรรู้! เกิดจากอะไร กำลังบอกอะไรและอันตรายอย่างไร

รู้ได้อย่างไร เด็กอ้วน เกินเกณฑ์ อันตรายแอบแฝงที่พ่อแม่ควรรู้
พ่อแม่ควรรู้น้ำหนักลูก เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์ เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็กได้ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูอันตรายแฝงที่แอบซ่อนอยู่ในเด็กอ้วน พร้อมแนวทางการรักษา ลดน้ำหนักไปด้วยกันได้ที่นี่

ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้าย-ออทิสติกหรือไม่?
พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทางโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก "ขาดการกระตุ้น" เป็นหลัก

เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน ปี 2568
ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ปี 2568 ฤดุฝนแบบนี้พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิษ ทั้งไข้หวัด หรือโควิด มาเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมรับมือกับโควิดไปด้วยกัน

ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้าย-ออทิสติกหรือไม่?
พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทางโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก "ขาดการกระตุ้น" เป็นหลัก

เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน ปี 2568
ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ปี 2568 ฤดุฝนแบบนี้พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิษ ทั้งไข้หวัด หรือโควิด มาเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมรับมือกับโควิดไปด้วยกัน

เด็กนอนกรน... อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อันตรายที่ต้องรีบเช็กด่วน
ฝันร้ายของลูกน้อย... อาจมาจากเสียงเด็กนอนกรน! ที่อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ ชวนไขข้อข้องใจเรื่อง "นอนกรนในเด็ก" ที่พ่อแม่ควรรู้! เกิดจากอะไร กำลังบอกอะไรและอันตรายอย่างไร

รู้ได้อย่างไร เด็กอ้วน เกินเกณฑ์ อันตรายแอบแฝงที่พ่อแม่ควรรู้
พ่อแม่ควรรู้น้ำหนักลูก เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์ เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็กได้ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูอันตรายแฝงที่แอบซ่อนอยู่ในเด็กอ้วน พร้อมแนวทางการรักษา ลดน้ำหนักไปด้วยกันได้ที่นี่