พ่อแม่ต้องรู้ ลูกคัดจมูกบ่อย อาจเสี่ยงภูมิแพ้ในเด็ก - โรงพยาบาลวิมุต

09 เม.ย. 69  | กุมารเวช
แชร์บทความ      

เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิและสภาพอากาศที่แปรปรวนมักนำพาสารก่อภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้น ลูกน้อยจึงเริ่มมีอาการภูมิแพ้โดยที่คุณพ่อคุณแม่อาจไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะ “จมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือภูมิแพ้อากาศ” ซึ่งถือเป็นโรคภูมิแพ้ในเด็กที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในระบบทางเดินหายใจ และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจในระยะยาวได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือภูมิแพ้อากาศในเด็กคืออะไร มีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงจากอะไรบ้าง รวมถึงอาการที่ควรเฝ้าระวัง ตลอดจนแนวทางการรักษาและวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้ลูกน้อยกลับมาเป็นซ้ำ

โรคภูมิแพ้ในเด็กคืออะไร ?

โรคภูมิแพ้ คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองไวต่อสารก่อภูมิแพ้ หรือสิ่งกระตุ้นต่างๆ มากผิดปกติ อธิบายให้เข้าใจง่ายคือระบบรักษาความปลอดภัยของร่างกายที่ทำงานขยันเกินเหตุ ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังตามอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย เช่น เยื่อบุโพรงจมูก ผิวหนัง ดวงตา ระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเด็กมักมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ใหญ่เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังอยู่ในช่วงพัฒนาและมีแนวโน้มตอบสนองไวต่อสิ่งกระตุ้น นอกจากนี้ ระบบทางเดินหายใจของเด็กยังมีขนาดเล็กและบอบบาง เมื่อเกิดการอักเสบเพียงเล็กน้อยจึงแสดงอาการได้ง่ายและชัดเจนกว่า โดยเฉพาะในกรณีของ "จมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือภูมิแพ้อากาศ”

 

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือภูมิแพ้อากาศในเด็กเกิดจากอะไร ?

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือภูมิแพ้อากาศในเด็กเกิดจากการหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้ที่ปะปนอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกาย เมื่อระบบภูมิคุ้มกันมองว่าสารเหล่านี้เป็นสิ่งแปลกปลอม จึงกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม คันหู คันตา โดยสารก่อภูมิแพ้และปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่

  • สารก่อภูมิแพ้ (Allergens) เช่น ไรฝุ่น เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ และเชื้อรา เป็นสารที่บางคนแพ้ บางคนไม่แพ้ ขึ้นอยู่กับความไวของระบบภูมิคุ้มกันของเด็กแต่ละคน หากมีความไวต่อสารเหล่านี้ เมื่อสูดดมหรือสัมผัสซ้ำๆ อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุทางเดินหายใจ ทำให้มีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล หรือคันตาได้ง่าย
  • สารระคายเคืองในอากาศ เช่น ฝุ่น PM2.5 ฝุ่นละออง ควันรถ ควันธูป และมลภาวะทางอากาศ เป็นสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกับทุกคน แม้ไม่ใช่สารก่อภูมิแพ้โดยตรง แต่สามารถทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบ และกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้อากาศในเด็กที่เป็นอยู่เดิมรุนแรงหรือกำเริบได้มากขึ้น
  • พันธุกรรม เด็กที่มีพ่อแม่หรือคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิแพ้ เช่น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ โรคหืด หรือผื่นแพ้ผิวหนัง จะมีโอกาสได้รับยีนที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไวต่อสารก่อภูมิแพ้มากกว่าคนทั่วไป ส่งผลให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่ายตั้งแต่วัยเด็ก
  • สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น อากาศเย็นสลับร้อน อากาศแห้ง หรืออากาศชื้นมากเกินไป อาจทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจระคายเคืองและอ่อนแอ ส่งผลให้เด็กมีอาการภูมิแพ้อากาศกำเริบได้ง่ายขึ้น แม้ไม่ได้สัมผัสสารก่อภูมิแพ้โดยตรง

โรคภูมิแพ้ในเด็กที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง ?

สารก่อภูมิแพ้มักส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจในเด็กเป็นหลัก โดยโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่

1. โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis)

เป็นโรคภูมิแพ้ในเด็กที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้นๆ เกิดจากการหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคืองเข้าสู่ร่างกาย  ส่งผลให้เยื่อบุในจมูกเกิดการอักเสบ โดยสามารถจำแนกชนิดของโรคได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ 

  • ชนิดที่เกิดตามฤดูกาล (Seasonal allergic rhinitis) มักเกิดในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือช่วงที่มีเกสรดอกไม้ปลิวในอากาศมาก เด็กจะมีอาการแพ้เป็นช่วงๆ ตามฤดูกาล และอาการมักจะดีขึ้นเมื่อพ้นช่วงนั้นไป
  • ชนิดที่เกิดตลอดทั้งปี (Perennial allergic rhinitis) เกิดจากการแพ้สารก่อภูมิแพ้ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรือเชื้อรา ทำให้เด็กมีอาการแพ้แบบเป็นๆ หายๆ และอาจมีอาการเรื้อรังหากยังสัมผัสสารกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง

อาการสำคัญของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้

  • จามหรือไอบ่อย
  • คัดจมูก
  • น้ำมูกใสไหลจำนวนมาก
  • เยื่อบุจมูกบวม สีซีด

นอกจากนี้ ในผู้ป่วยเด็กบางรายอาจมีอาการร่วม เช่น ปวดแน่นบริเวณใบหน้า ปวดศีรษะ เสียงพูดเปลี่ยน รับกลิ่นได้น้อย เจ็บคอเรื้อรัง ไอเรื้อรังหรือมีอาการหูอื้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับและสมาธิในการเรียน

2. โรคหืด (Asthma) 

เป็นโรคภูมิแพ้ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของหลอดลม มักมีสาเหตุมาจากการได้รับสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งกระตุ้นต่างๆ เป็นเวลานาน ส่งผลให้หลอดลมตีบแคบและมีความไวต่อการกระตุ้นมากกว่าปกติ เด็กที่เป็นโรคหืดจึงมักเหนื่อยง่ายและอาจมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ หากไม่ได้รับการควบคุมหรือดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจรุนแรงและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

อาการสำคัญโรคหืด

  • หายใจลำบาก มีเสียงวี้ด
  • แน่นหรืออึดอัดบริเวณหน้าอก
  • เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะขณะออกแรง
  • ไอเรื้อรัง มักเป็นช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด

ภูมิแพ้ชนิดอื่นๆ ที่อาจพบร่วมในเด็ก
นอกจากภูมิแพ้ต่อทางเดินหายใจแล้ว เด็กบางคนอาจมีโรคภูมิแพ้ชนิดอื่นร่วมด้วย เช่น

  • ภูมิแพ้ผิวหนัง ทำให้เกิดผื่นคัน ผิวแห้ง แดง และการอักเสบเรื้อรัง
  • ภูมิแพ้ตา มีอาการตาแดง คันตา น้ำตาไหล แสบตา
  • แพ้อาหาร อาจแสดงอาการตั้งแต่ผื่นคัน อาเจียน ท้องเสีย ไปจนถึงอาการแพ้รุนแรงในบางราย

 

⚠️ หากเด็กมีอาการไอเรื้อรัง หายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรืออาการภูมิแพ้จนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม

 
 

จมูกอักเสบจากภูมิแพ้หรือภูมิแพ้อากาศในเด็กรักษาอย่างไร ?

การรักษาโรคภูมิแพ้ในเด็กขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของอาการ โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน เช่น
  • หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ การลดหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการกำเริบ และควรสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นหรือค่าฝุ่น PM2.5 สูง
  • ใช้ยาเพื่อบรรเทาและควบคุมอาการ แพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการหรือควบคุมอาการภูมิแพ้ โดยยาควบคุมอาการเป็นยาที่ต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมการอักเสบและลดความถี่ของการกำเริบของโรค เช่น ยาต้านฮีสตามีน ยาพ่นจมูก หรือยาควบคุมอาการหืด ทั้งนี้ควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรปรับขนาดยาเองหรือหยุดยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • การติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง โรคภูมิแพ้ในเด็กเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องการการดูแลระยะยาว ผู้ปกครองควรพาเด็กมาตรวจติดตามอาการตามนัด เพื่อให้แพทย์ประเมินผลการรักษา ปรับแผนการดูแล และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โรคภูมิแพ้ในเด็กเล็กป้องกันอย่างไร ?

แม้โรคภูมิแพ้ในเด็กจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่การดูแลและปรับสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคได้ โดยแนวทางการป้องกันที่สำคัญ มีดังนี้

  • ควบคุมสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน ทำความสะอาดบ้านและห้องนอนเด็กอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดฝุ่นและไรฝุ่น หลีกเลี่ยงพรม ตุ๊กตาผ้า หรือของใช้ที่กักเก็บฝุ่นจำนวนมาก และดูแลไม่ให้บ้านมีความชื้นสูง
  • ดูแลคุณภาพอากาศให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเปิดหน้าต่างในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 หรือเกสรดอกไม้สูง หากจำเป็นควรใช้เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสม และดูแลการถ่ายเทอากาศภายในบ้านอย่างเหมาะสม
  • หลีกเลี่ยงมลภาวะและสิ่งระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ควันธูป ควันจากการเผาไหม้ รวมถึงสารเคมีและกลิ่นฉุนต่างๆ โดยเฉพาะควันบุหรี่มือสองและมือสาม ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจของเด็กอักเสบและเพิ่มโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ในระยะยาว
  • การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือทางการแพทย์ เพื่อชะล้างน้ำมูก สารก่อภูมิแพ้ และสิ่งระคายเคืองที่ค้างอยู่ในโพรงจมูก ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุจมูกและบรรเทาอาการคัดจมูกได้ เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำหรือในช่วงที่มีอาการกำเริบ 
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารฆ่าเชื้อหรือความสะอาดที่มากเกินไป การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือสารเคมีรุนแรงบ่อยเกินไป อาจทำให้เด็กสัมผัสจุลชีพตามธรรมชาติน้อยลง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่ได้เรียนรู้การทำงานอย่างเหมาะสม และอาจหันไปตอบสนองต่อสิ่งปกติในสิ่งแวดล้อมมากเกินจำเป็น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคภูมิแพ้
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รักษาสุขอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอ และฉีดวัคซีนตามเกณฑ์
  • ตรวจสุขภาพและติดตามอาการกับแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เด็กควรได้รับการตรวจสุขภาพและประเมินความเสี่ยงด้านภูมิแพ้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหากมีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว

โรคภูมิแพ้ในเด็กอาจดูเป็นเรื่องเล็กในช่วงแรก แต่อาจส่งผลต่อการนอน การเรียน และการใช้ชีวิตประจำวันของลูกน้อยได้ หากผู้ปกครองเข้าใจอาการ สังเกตความผิดปกติ และดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ควบคุมอาการภูมิแพ้ในเด็กได้ดีขึ้น หากลูกมีอาการภูมิแพ้อากาศบ่อย เช่น ไอเรื้อรัง หรือหายใจไม่สะดวก อย่าลังเลที่จะพาไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กๆ สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน

เวลาทำการ 08:00 - 20:00 น. โทร. 0-2079-0038

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
พญ.สุธิดา ชินธเนศ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
พญ.สุธิดา
ชินธเนศ
กุมารเวชศาสตร์
กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้าย-ออทิสติกหรือไม่?

พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทางโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก "ขาดการกระตุ้น" เป็นหลัก

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน ปี 2568

ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ปี 2568 ฤดุฝนแบบนี้พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิษ ทั้งไข้หวัด หรือโควิด มาเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมรับมือกับโควิดไปด้วยกัน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เด็กนอนกรน... อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อันตรายที่ต้องรีบเช็กด่วน

ฝันร้ายของลูกน้อย... อาจมาจากเสียงเด็กนอนกรน! ที่อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ ชวนไขข้อข้องใจเรื่อง "นอนกรนในเด็ก" ที่พ่อแม่ควรรู้! เกิดจากอะไร กำลังบอกอะไรและอันตรายอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
รู้ได้อย่างไร เด็กอ้วน เกินเกณฑ์ อันตรายแอบแฝงที่พ่อแม่ควรรู้

พ่อแม่ควรรู้น้ำหนักลูก เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์ เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็กได้ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูอันตรายแฝงที่แอบซ่อนอยู่ในเด็กอ้วน พร้อมแนวทางการรักษา ลดน้ำหนักไปด้วยกันได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม