เจ็บลิ้น มีแผลที่กระพุ้งแก้ม สัญญาณ ‘ร้อนใน’ ปัญหากวนใจที่ต้องรีบแก้

เคยไหม อยู่ดีๆ ก็มีแผลเล็กๆ เจ็บจี๊ดขึ้นมาบนลิ้นหรือในกระพุ้งแก้ม พูดก็เจ็บ เคี้ยวอาหารก็แสบ ยิ่งเผลอกินของเผ็ดหรือของเปรี้ยวเข้าไปยิ่งทรมาน… อาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของ ‘ร้อนใน’ ปัญหาเล็กๆ แต่กวนใจไม่น้อย โดยเฉพาะถ้าเป็นซ้ำๆ จนแทบไม่เคยหายขาด ก็อาจทำให้หลายคนเริ่มกังวลว่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวมหรือไม่ และควรหาวิธีแก้ร้อนในอย่างไรถึงจะได้ผลจริง วันนี้เราจะพาไปไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับร้อนใน เข้าใจถึงสาเหตุ อาการ และวิธีแก้ร้อนใน พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันและรักษาอย่างถูกต้องเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
รู้จัก ร้อนใน คืออะไร ทำไมหลายคนถึงชอบเป็น ?
แผลร้อนใน หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่า Aphthous Ulcers คือแผลตื้นๆ ที่เกิดบริเวณเยื่อบุภายในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้ม ริมฝีปากด้านใน ลิ้น หรือเพดานปาก โดยมักมีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรี บริเวณตรงกลางแผลมีสีขาวหรือเหลือง และขอบแผลมีสีแดง
ร้อนในเป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักหายได้เองภายใน 7 - 14 วัน แต่ในบางคนอาจเกิดแผลซ้ำๆ หลายครั้งในเดือนเดียว หรือขึ้นหลายแผลพร้อมกัน ทำให้รู้สึกไม่สบายและอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ร้อนในเกิดจากอะไร ? รู้ทันสาเหตุของการเกิดแผล
อาการร้อนในเกิดได้จากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม พฤติกรรม และสภาพแวดล้อม โดยสาเหตุที่มักพบมีดังนี้
- ความเครียดสะสม และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะอ่อนแอลงเมื่อร่างกายเครียดหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้เยื่อบุในช่องปากเกิดการอักเสบหรือเป็นแผลได้ง่ายขึ้น
- การขาดวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ โดยเฉพาะ วิตามิน B12, วิตามิน B9 (โฟเลต), ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งมีบทบาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- การระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น การเผลอกัดกระพุ้งแก้ม การใส่อุปกรณ์จัดฟันหรือฟันปลอม การแปรงฟันแรงเกินไป รวมถึงการแพ้ยาสีฟันบางประเภทที่มี Sodium Lauryl Sulfate
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะในผู้หญิงที่อาจเป็นร้อนในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน หรือระหว่างตั้งครรภ์
- การแพ้อาหารหรือสารเคมีบางชนิด เช่น ถั่ว อาหารทะเล ผลไม้เปรี้ยวจัด หรือส่วนผสมในน้ำยาบ้วนปากและยาสีฟัน
เคล็ดลับแก้ร้อนใน บรรเทาอาการไม่เจ็บนาน
แม้ว่าแผลร้อนในส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 7 - 14 วัน โดยไม่ต้องใช้ยา แต่การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ ดังนี้
- หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นแผล หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจระคายเคืองแผล เช่น อาหารรสจัด อาหารทอด ของแข็งกรอบ หรืออาหารร้อนจัด เพราะอาจทำให้เจ็บแผลมากขึ้นและหายช้ากว่าเดิม
- กลั้วปากด้วยน้ำเกลือหรือน้ำอุ่น การกลั้วปากด้วยเกลือผสมน้ำอุ่น วันละ 2 - 3 ครั้ง ช่วยลดการอักเสบและทำความสะอาดบริเวณที่เป็นแผลได้ โดยไม่ระคายเคืองเยื่อบุในช่องปาก
- ใช้น้ำผึ้งหรือว่านหางจระเข้ น้ำผึ้งดิบและว่านหางจระเข้มีคุณสมบัติต้านการอักเสบตามธรรมชาติ การทาบางๆ บริเวณแผลจะช่วยให้แผลชุ่มชื้น ลดอาการระคายเคือง และเร่งการสมานแผล
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว เพื่อให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ และช่วยให้เยื่อบุในช่องปากชุ่มชื้น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้แผลระคายเคือง พยายามไม่กัดหรือดูดแผลในปาก หลีกเลี่ยงการใช้แปรงสีฟันขนแข็งเกินไป และงดใช้ยาสีฟันที่มีสารซักฟอกแรง เพราะอาจทำให้แผลระคายเคืองมากขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอสามารถกระตุ้นให้เกิดร้อนในได้ ควรนอนอย่างน้อยวันละ 6 - 8 ชั่วโมง และหาเวลาผ่อนคลายจิตใจ เช่น การทำสมาธิ หรือกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด
- เสริมวิตามินจากอาหารธรรมชาติ เลือกอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน B1, B2, B6, B12, ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเยื่อบุในช่องปาก เช่น ผักใบเขียว ตับ ไข่แดง ปลา ถั่ว เมล็ดธัญพืชเต็มเมล็ด

เป็นร้อนในบ่อยๆ มีวิธีรักษาอย่างไรให้หายขาด ?
สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นร้อนในบ่อยกว่าปกติ เช่น เป็นทุกเดือน หรือยังไม่ทันหายดีก็กลับมาเป็นใหม่ อาจไม่ใช่เรื่องเล็กที่ควรมองข้าม เพราะอาการร้อนในเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังมีความผิดปกติบางอย่าง ซึ่งควรใส่ใจและหาทางรักษาอย่างถูกต้อง ดังนี้
- ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน การมีแผลร้อนในซ้ำๆ อาจเกี่ยวข้องกับสุขอนามัยในช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือมีคราบจุลินทรีย์สะสม จึงควรพบทันตแพทย์เพื่อตัดวงจรของปัญหา
- ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น หลีกเลี่ยงความเครียด นอนหลับให้เพียงพอ และอย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และอาจกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้ง่ายขึ้น
- เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม หากขาดวิตามินบางชนิด เช่น วิตามิน B1, B2, B6, B12, ธาตุเหล็ก หรือโฟเลต ร่างกายอาจเสี่ยงเกิดแผลร้อนในได้ง่าย จึงควรรับประทานให้ครบหมู่ และเสริมวิตามินที่ขาด
- ใช้ยารักษาตามคำแนะนำ ในกรณีที่แผลร้อนในเกิดซ้ำบ่อย แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาเฉพาะที่ เช่น ยาทาหรือเจลที่ช่วยลดการอักเสบ หรือในบางรายอาจใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดอ่อนเพื่อบรรเทาอาการ ทั้งนี้ หากมีอาการเรื้อรัง อาจพิจารณาใช้ยาปรับภูมิคุ้มกันภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
แม้ว่า ‘ร้อนใน’ จะดูเป็นอาการเล็กๆ ที่ไม่อันตราย แต่หากเกิดซ้ำบ่อยหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม การพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำมากๆ และดูแลช่องปากอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสการเกิดแผลร้อนในซ้ำได้ หากคุณเป็นร้อนในบ่อยหรือแผลหายช้าผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการดูแลอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00 - 24:00 น. โทร. 0-2079-0030
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด
โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก
แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด
โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก
แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก
แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด
โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน