ทำไมต้อง ตรวจมวลกระดูก ? ใครบ้างที่ควรตรวจ

24 ก.พ. 69  | ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก
แชร์บทความ      

โรคกระดูกพรุนและภาวะกระดูกบางถือเป็นภัยเงียบที่มักไม่แสดงอาการจนกว่าจะเกิดกระดูกหัก ซึ่งอาจส่งผลรุนแรงต่อการใช้ชีวิต โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่มีความเสี่ยงด้านฮอร์โมน การตรวจมวลกระดูกจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนที่จะสายเกินไป บทความนี้จะพาไปเจาะลึกการตรวจมวลกระดูกอย่างละเอียด ตั้งแต่วิธีการตรวจมวลกระดูกตรวจยังไง ใครบ้างที่ควรตรวจ ตลอดจนการเตรียมตัวก่อนและหลังการตรวจ พร้อมสรุปผลการอ่านตารางมวลกระดูก เพื่อช่วยให้คุณประเมินสุขภาพกระดูกได้อย่างชัดเจน และมั่นใจได้ว่ากระดูกยังแข็งแรงพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างปลอดภัย 

การตรวจมวลกระดูกคืออะไร ทำไมต้องตรวจ ?

การตรวจมวลกระดูก (Bone Mineral Density : BMD) คือการตรวจวัด “ความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก” เพื่อประเมินว่ากระดูกแข็งแรงเพียงพอหรือเริ่มบางลงจนมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน การตรวจชนิดนี้ถือเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้ทั่วโลก เพราะสามารถตรวจพบความผิดปกติของกระดูกได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแม้ยังไม่มีอาการ 

วิธีตรวจมวลกระดูกที่มีความแม่นยำสูงและใช้กันแพร่หลายที่สุด คือการตรวจด้วยเครื่อง DEXA Scan (Dual-energy X-ray Absorptiometry) ซึ่งเป็นการใช้รังสีพลังงานต่ำวัดความหนาแน่นของกระดูกใน 3 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ กระดูกสันหลัง สะโพก และข้อมือ โดยผลลัพธ์จะถูกแปลผลเป็นค่า T-score เพื่อบอกว่ามวลกระดูกอยู่ในเกณฑ์ปกติ เริ่มบางลง หรือเข้าขั้นกระดูกพรุนแล้ว

การตรวจมวลกระดูกช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยความเสี่ยงได้ ดังนี้

  • ประเมินความเสี่ยงกระดูกหักในอนาคต
  • ค้นหาภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุนแบบไม่แสดงอาการ
  • วางแผนการรักษา เช่น ปรับอาหาร เพิ่มแคลเซียม วิตามินดี การออกกำลังกาย หรือใช้ยาเสริมกระดูก
  • ติดตามผลการรักษาโรคกระดูกพรุนว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่

ใครบ้างที่ควรตรวจมวลกระดูก ?

แนะนำส่งตรวจความหนาแน่นของกระดูกโดยอาศัยเกณฑ์อายุและปัจจัยเสี่ยงทางคลินิก ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

1. ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป และผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป

2. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี ซึ่งรวมถึงผู้ที่ถูกตัดรังไข่ทั้ง 2 ข้าง

3. ผู้หญิงที่มีภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ (hypoestrogenism) ต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี

  • ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย GnRH agonist
  • ผู้ที่มีภาวะ Functional hypothalamic amenorrhea เช่น ผู้ป่วยโรคเรื้อรังทางอายุรกรรม ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลานาน ผู้ที่มีภาวะโภชนาการไม่เพียงพอ เป็นต้น 

ทั้งนี้ ไม่รวมกรณีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

4. ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี หรือผู้ชายที่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี

โดยมีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อย 1 ข้อ ต่อไปนี้

  • อยู่ระหว่างเริ่มใช้ หรือได้รับยา Glucocorticoid ในขนาดเทียบเท่าหรือมากกว่า prednisolone 5 มก./วัน ติดต่อกันเป็นเวลา ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
  • มีประวัติบิดาหรือมารดากระดูกสะโพกหักจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง
  • มีดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 20 กก./ตร.ม.
  • มีส่วนสูงลดลง
    • ตั้งแต่ 4 ซม.ขึ้นไป เมื่อเทียบกับส่วนสูงสูงสุดในอดีตของผู้ป่วย หรือ
    • ตั้งแต่ 2 ซม.ขึ้นไป จากการบันทึกการวัดส่วนสูงอย่างน้อย 2 ครั้ง
  • ผู้หญิงที่ได้รับการรักษาด้วย Aromatase inhibitor หรือผู้ชายที่ได้รับการรักษาด้วย Androgen Deprivation Therapy
  • ผลภาพถ่ายรังสีพบลักษณะ กระดูกบาง (Radiographic Osteopenia) หรือพบร่องรอยของกระดูกสันหลังหัก (Vertebral fracture)
  • มีประวัติกระดูกหักจากอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรง (Fragility Fracture)

5. ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน ควรตรวจมวลกระดูกก่อนเริ่มยารักษาโรคกระดูกพรุน และติดตามผลที่ 1-2 ปีหลังการรักษา

ขั้นตอนการตรวจมวลกระดูก ตรวจยังไง ?

การตรวจมวลกระดูกด้วยเครื่อง DEXA Scan เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย สะดวก และไม่เจ็บตัว ใช้เวลาเพียงไม่นาน โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • ผู้เข้ารับการตรวจนอนราบบนเตียงตรวจในท่าที่เจ้าหน้าที่แนะนำ
  • เครื่อง DEXA Scan จะปล่อยรังสีเอกซ์พลังงานต่ำสองระดับผ่านบริเวณกระดูกที่ต้องการตรวจ โดยปกติจะตรวจ 2 ส่วน คือ กระดูกสันหลังส่วนเอวและกระดูกสะโพก หรือแพทย์อาจพิจารณาเพิ่มที่ส่วนกระดูกข้อมือ (Forearm)
  • ระบบจะวัดความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูก และประมวลผลออกมาเป็นค่า T-score เพื่อใช้ประเมินว่ากระดูกอยู่ในภาวะปกติ เริ่มบางลง หรือมีภาวะกระดูกพรุน

 

สรุปผลตารางมวลกระดูกผ่านค่า T-score แบบเข้าใจง่าย

                                                                                              
ค่า T-score ผลลัพธ์ คำแนะนำ

≥ –1.0
 
มวลกระดูกปกติ

ดูแลสุขภาพกระดูกต่อเนื่อง ออกกำลังกายและรับแคลเซียมอย่างเหมาะสม

–1.0 ถึง –2.5

กระดูกบาง (Osteopenia)
ปรับพฤติกรรม เพิ่มแคลเซียม วิตามินดี ออกกำลังกาย และติดตามผลตามที่แพทย์แนะนำ
 
≤ –2.5

กระดูกพรุน (Osteoporosis)
 พบแพทย์เพื่อประเมินการรักษา ลดความเสี่ยงกระดูกหัก
 

แนะนำแพ็กเกจตรวจมวลกระดูกจากโรงพยาบาลวิมุต
 

การตรวจมวลกระดูกเป็นหนึ่งในการตรวจสุขภาพสำคัญที่ช่วยประเมินความแข็งแรงของกระดูกและความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนได้อย่างแม่นยำ ที่โรงพยาบาลวิมุต เราให้บริการตรวจด้วยเครื่อง DEXA Scan มาตรฐานระดับสากล ให้ผลแม่นยำและเชื่อถือได้  ด้วยแพ็กเกจ ตรวจคัดกรองภาวะกระดูกพรุน (Osteoporosis Screening) ที่ครอบคลุมการตรวจมวลกระดูกแบบครบถ้วน พร้อมรายงานผลอย่างละเอียด และคำแนะนำการดูแลสุขภาพกระดูกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณประเมินสุขภาพกระดูกได้อย่างถูกต้อง และสามารถวางแผนการดูแลที่เหมาะสมต่อไป

แนะนำการเตรียมตัวก่อน-หลังตรวจมวลกระดูก
เพื่อให้การตรวจมวลกระดูกได้ผลที่แม่นยำและสะท้อนสภาพกระดูกจริงมากที่สุด ผู้เข้ารับการตรวจควรเตรียมตัวอย่างเหมาะสมทั้งก่อนและหลังการตรวจ โดยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้

การเตรียมตัวก่อนตรวจมวลกระดูก

  • ผู้เข้ารับการตรวจสามารถดื่มน้ำ และรับประทานอาหารได้ตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่มีโลหะในวันตรวจ เช่น ซิป โซ่ หรือกระดุมเหล็ก 
  • กรณีเคยใส่โลหะหรืออุปกรณ์การแพทย์ในร่างกายชนิดที่ไม่สามารถถอดได้ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเข้ารับการตรวจ
  • สำหรับผู้เคยตรวจด้วยการใช้สารทึบรังสี หรือสารเภสัชรังสี ควรเว้นระยะห่างในการตรวจมวลกระดูกอย่างน้อย 3 วัน
  • ไม่แนะนำให้ตรวจสำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์ แม้ปริมาณรังสีจะต่ำมาก แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดจึงควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากรังสีอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตขอทารกในครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรก
การปฎิบัติหลังตรวจมวลกระดูก
โดยทั่วไปไม่มีข้อจำกัดเป็นพิเศษเพราะรังสีที่ใช้มีปริมาณต่ำมาก ผู้รับการตรวจสามารถใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น และกลับบ้านได้ทันที 

การตรวจมวลกระดูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยค้นหาความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนก่อนเกิดเหตุการณ์รุนแรง เช่น กระดูกหักหรือภาวะแทรกซ้อนเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง หากได้รับการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพกระดูกได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงกระดูกหัก และป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่

ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 07:00-19:00 โทร. 0-2079-0070

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล แพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ชาญวัฒน์
ชวนตันติกมล
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม (โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ)

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?

เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !

สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี

เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง