เช็กอาการ หัวใจโต ภาวะอันตรายที่ไม่ควรวางใจ

24 ก.พ. 69  | ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด
แชร์บทความ      

คำว่า ‘หัวใจพองโต’ ฟังแล้วอาจจะนึกถึงความรักหรือความรู้สึกฟูเต็มหัวใจ โลกเป็นสีชมพูไปหมด แต่ในทางการแพทย์นั้นตรงกันข้าม ภาวะ "หัวใจโต (Cardiomegaly)" คือสิ่งที่คุณต้องระวัง! เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องโรแมนติก แต่เป็นสัญญาณเตือนภัยที่กำลังบอกว่าระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณกำลังทำงานหนักเกินขีดจำกัด หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าหัวใจโตเกิดจากอะไร อาการที่สังเกตได้ของอาการหัวใจโตเป็นอย่างไร พร้อมวิธีตรวจและรักษามาฝากกัน

รู้จักภาวะ "หัวใจโต" คืออะไร?

หัวใจโต ไม่ใช่โรคเดี่ยวๆ แต่เป็น ‘ภาวะ’ ที่หัวใจมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ซึ่งเกิดจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้น หรือห้องหัวใจขยายขนาดขึ้นก็ได้ โดยหากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นจะเหมือนเวลาเรายกเวท กล้ามเนื้อแขนจะใหญ่ขึ้น หัวใจก็เช่นกัน ถ้าต้องบีบตัวสู้กับความดันสูงๆ หรือลิ้นหัวใจรั่ว กล้ามเนื้อหัวใจก็จะพยายามปรับตัวด้วยการหนาตัวและขยายใหญ่ขึ้นเหมือนนักกล้าม เพื่อให้มีแรงบีบเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ ซึ่งถ้า "โต" มากเกินไป ประสิทธิภาพการทำงานก็จะแย่ลงจนนำไปสู่ความล้มเหลวในที่สุด

หัวใจโตเกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ภาวะนี้มักเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ หรือโรคอื่นๆ ที่เป็นตัวกระตุ้น โดยแบ่งสาเหตุหลักออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. ภาวะหัวใจโตที่เกิดจากโรคหัวใจโดยตรง

เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างของหัวใจเอง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักตลอดเวลา

  • ภาวะความดันโลหิตสูง นับเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวเพราะต้องบีบตัวสู้แรงดันโลหิตโดยรวมของร่างกาย
  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด บางส่วนตายไป ส่วนที่เหลือจึงต้องทำงานหนักชดเชยจนหัวใจโตมากขึ้น
  • โรคลิ้นหัวใจ ไม่ว่าจะลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ทำให้เลือดไหลเวียนผิดปกติ หัวใจจึงต้องออกแรงบีบมากขึ้น
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวลดน้อยลงและเกิดการขยายขนาดของหัวใจ หรือหนาตัวผิดปกติ จนมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด มีความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจตั้งแต่กำเนิด ส่งผลให้ห้องหัวใจมีขนาดใหญ่ขึ้น

2. ภาวะหัวใจโตที่เกิดจากโรคอื่นๆ และปัจจัยภายนอก

หลายคนเข้าใจผิดว่า ต้องเป็นโรคที่เกิดจากหัวใจเท่านั้น ถึงจะเกิดภาวะหัวใจโตได้ แต่จริงๆ แล้วโรคเรื้อรังของอวัยวะอื่นๆ ก็ส่งผลให้หัวใจโตได้ เช่น

  • โรคเบาหวาน นับเป็นภัยเงียบสำคัญ เพราะระดับน้ำตาลที่สูงจะทำลายเส้นเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง เพิ่มความเสี่ยงหัวใจโตได้ง่ายกว่าคนปกติ
  • โรคปอดเรื้อรัง เช่น ถุงลมโป่งพอง หรือภาวะปอดติดเชื้อเรื้อรัง ทำให้ความดันเลือดในปอดสูง ส่งผลให้หัวใจห้องล่างขวาต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อส่งเลือดไปฟอกที่ปอด จนเกิดภาวะหัวใจด้านขวาโตตามมา
  • โรคไทรอยด์เป็นพิษ ฮอร์โมนกระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วและทำงานหนักตลอดเวลา
  • ภาวะโลหิตจาง เลือดจางทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดถี่ขึ้นและแรงขึ้นเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกาย

เช็กลิสต์! อาการหัวใจโตสังเกตได้อย่างไรบ้าง ?

ในช่วงแรกผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการ แต่เมื่อหัวใจเริ่มทำงานไม่ไหวจะเริ่มมีสัญญาณเตือนอาการหัวใจโตให้เห็น ดังนี้

  • หายใจลำบาก หายใจไม่ค่อยอิ่ม
  • เหนื่อยง่ายกว่าปกติ แม้ทำกิจกรรมเบาๆ
  • หอบเหนื่อย โดยเฉพาะเวลาออกแรง
  • รู้สึกแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกบ่อยๆ
  • ไอเวลานอนราบ นอนราบไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมานั่งหอบหายใจกลางดึก 
  • ขาหรือเท้าบวม กดแล้วบุ๋มเนื่องจากเลือดไหลเวียนกลับหัวใจไม่ทันจนเกิดน้ำคั่ง

คลิกที่นี่เพื่อจองนัดหมายแพทย์ออนไลน์ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหัวใจและหลอดเลือด

ใครบ้าง? ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจโตสูง

  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคปอดเรื้อรัง
  • ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  • ผู้สูงอายุ (ความเสี่ยงเพิ่มตามวัย)
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ หรือโรคอ้วน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์หนัก

การวินิจฉัย จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นหัวใจโต ?

หากคุณมีอาการเข้าข่ายหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยเพื่อยืนยันผล ดังนี้

  1. เอกซเรย์ทรวงอก การตรวจพื้นฐานที่ช่วยให้เห็นเงาของหัวใจและปอด ว่าหัวใจมีขนาดใหญ่ผิดปกติหรือไม่
  2. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG/ECG) เพื่อดูจังหวะการเต้นของหัวใจและดูความหนาของผนังและห้องหัวใจเบื้องต้น
  3. อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) หรือการตรวจ "เอคโค่" เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด ช่วยให้เห็นขนาดและโครงสร้างหัวใจ การทำงานของลิ้นหัวใจ การบีบตัวของกล้ามเนื้อและวัดขนาดห้องหัวใจได้ชัดเจน

โปรโมชันราคาพิเศษ แพ็กเกจตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echo) คลิกที่นี่

หัวใจโต มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง?

แนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นที่การแก้ต้นเหตุ เพื่อหยุดยั้งไม่ให้หัวใจโตขึ้นและป้องกันภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรังหรือเฉียบพลันตามมา

  1. การใช้ยา เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะเพื่อลดอาการบวมน้ำ ยาช่วยเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ
  2. การรักษาโรคร่วมอื่นๆ คุมระดับน้ำตาลในเลือด (เบาหวาน) ให้ปกติ หรือรักษาโรคปอดเพื่อลดภาระของหัวใจด้านขวา
  3. การปรับพฤติกรรม ลดเค็ม (จำกัดโซเดียม) ควบคุมน้ำหนัก งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์
  4. การทำหัตถการหรือผ่าตัด ในรายที่มีสาเหตุจากลิ้นหัวใจผิดปกติ หรือหลอดเลือดหัวใจตีบตัน อาจต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ หรือทำบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยัน หรือผ่าตัดบายพาส

หัวใจโตเป็นภาวะที่ควรได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง เพื่อรักษาตามสาเหตุ จะได้ช่วยชะลอความรุนแรง หรือรักษาให้หายขาดได้หากรู้เร็ว หากคุณสงสัยว่าตนเองมีอาการหัวใจโต หรือมีความเสี่ยงจากโรคประจำตัวอย่างเช่น โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ควรเข้ามารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์ผู้ชำนาญการด้านหัวใจและหลอดเลือด ร่วมกับเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อให้หัวใจดวงสำคัญอยู่ดูแลคุณไปได้อีกนาน

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต 

เวลาทำการ 08:00 - 17:00 น. โทร. 0-2079-0042

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.ศรัณย์พงศ์ ภิบาลญาติ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ศรัณย์พงศ์
ภิบาลญาติ
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคหัวใจ

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
5 โรคหัวใจที่คุณควรรู้ สาเหตุเกิดจากอะไร เช็กอาการเสี่ยงก่อนสาย!

หน้าอก เจ็บหัวใจ เหนื่อยง่าย อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ เช่น ตัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
5 ท่าออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี หัวใจแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง

มาดูแลหัวใจให้แข็งแรง ด้วย 5 ท่าออกกำลังกายบริหารหัวใจ ที่จะช่วยให้หัวใจของคุณมีสุขภาพแข็งแรง รับรองว่าดีต่อร่างกายและดีต่อใจอย่างแน่นอ

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีอาการอย่างไร? อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักเริ่มจากอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอก รู้จักสัญญาณเตือน สาเหตุ และการตรวจหัวใจเพื่อลดความเสี่ยง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
อย่าปล่อยไขมันในเลือดสูงปรี๊ด ถ้าไม่อยากเสี่ยงสารพัดโรค

ไขมันในเลือดสูง ภาวะอันตรายที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังได้ในอนาคต มาเริ่มต้นทำความรู้จักและปรับพฤติกรรม เพื่อลดโอกาสเกิดไขมันในเลือดสูงไปพร้อมกันในบทความนี้

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง