ไอเรื้อรัง ไอไม่หายสักที? เช็ก 10 สาเหตุที่อาจซ่อนอยู่

17 มี.ค. 69  | สุขภาพปอด
แชร์บทความ      

หากคุณกำลังเผชิญกับอาการไอต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน นี่อาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาอีกต่อไป แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะ ‘ไอเรื้อรัง’ ที่ไม่ใช่แค่น่ารำคาญ เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคอื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ได้ ใครที่สงสัยว่าอาการไอต่อเนื่องเรื้อรังของตัวเองจะเป็นอันตรายไหม เราจะพาคุณไปเจาะลึกว่าไอเรื้อรังเกิดจากอะไรได้บ้าง พร้อมเช็กลิสต์สาเหตุ สัญญาณอาการไอแบบไหนที่เรียกว่าอันตรายควรต้องรีบไปพบแพทย์ และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องมาฝากกันน

ไอเกิดจากอะไร ?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า ‘การไอ’ เป็นกลไกการป้องกันตัวเองที่สำคัญของร่างกายซึ่งเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflex) เพื่อขับสิ่งแปลกปลอม สารระคายเคือง หรือเสมหะออกจากระบบทางเดินหายใจ เพื่อทำให้ทางเดินหายใจโล่งและสะอาดขึ้น

ไอแบบไหนถึงเรียก ‘ไอเรื้อรัง’ ?

ทางการแพทย์จะถือว่ามีภาวะไอเรื้อรัง (Chronic Cough) เมื่อมีอาการไอต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยมีเกณฑ์ดังนี้

  • ไอต่อเนื่องนาน ตั้งแต่ 8 สัปดาห์ขึ้นไป

ซึ่งแตกต่างจากอาการไอเฉียบพลันที่มักเกิดจากไข้หวัดและหายได้เองในเวลาไม่นาน การไอเรื้อรังจึงเป็นสัญญาณว่ามีบางอย่างผิดปกติและควรได้รับการตรวจหาสาเหตุ

ไอเรื้อรังมีสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง ?

อาการไอเรื้อรังเกิดจากสาเหตุต่างๆ ได้มากมาย ซึ่งแต่ละโรคก็มักจะมีลักษณะการไอและอาการร่วมที่แตกต่างกันไป ดังนี้

1. น้ำมูกไหลลงคอ

สาเหตุของอาการไอเรื้อรังที่พบบ่อยที่สุดคือเกิดจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ภูมิแพ้อากาศ หรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักจะมีน้ำมูกหรือเสมหะเหนียวๆ ไหลจากโพรงจมูกลงไปที่ด้านหลังลำคอ ทำให้รู้สึกระคายเคืองและกระตุ้นให้เกิดอาการไอ มักเป็นอาการไอแห้งๆ หรือต้องกระแอมบ่อยๆ คล้ายมีอะไรติดคอ โดยเฉพาะเวลานอนราบหรือตอนเช้าหลังตื่นนอน อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คันจมูก คัดจมูก รู้สึกเหมือนมีเสมหะในคอ หรือต้องคอยกระแอม ไอตลอดเวลา เป็นต้น

2. โรคหืด

ในผู้ป่วยบางรายของโรคหืด อาการไอเรื้อรังอาจเป็นอาการเด่นเพียงอย่างเดียว (เรียกว่า Cough-variant asthma) ซึ่งเกิดจากหลอดลมที่อักเสบและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ โดยมีปัจจัยกระตุ้น เช่น อากาศเย็น การออกกำลังกาย หรือฝุ่นละออง หลอดลมจะเกิดการหดเกร็งตัวทำให้เกิดการไอ ซึ่งมักมีอาการไอแห้งๆ ที่กำเริบเป็นพักๆ โดยมักจะมีอาการไอมากขึ้นในช่วงกลางดึกหรือเช้ามืด บางรายอาจมีอาการหายใจมีเสียงหวีดหรือเหนื่อยง่ายร่วมด้วย

3. โรคกรดไหลย้อน (GERD)

หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าโรคกรดไหลย้อนก็เป็นสาเหตุของอาการไอเรื้อรังได้ โดยเกิดจากกรดในกระเพาะอาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาสร้างความระคายเคืองโดยตรงบริเวณลำคอและกล่องเสียง ทำให้เกิดอาการไอแห้งๆ ที่มักจะเป็นมากหลังรับประทานอาหาร หรือในขณะนอนราบ ที่สำคัญคือผู้ป่วยอาจไม่มีอาการแสบร้อนกลางอกเลยก็ได้ แต่จะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น รู้สึกเหมือนมีก้อนในคอ เสียงแหบ หรือเรอเปรี้ยว เป็นต้น

4. โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง 

โรคนี้เป็นส่วนหนึ่งของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ที่พบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่จัด ซึ่งการสูบบุหรี่จะทำลายเยื่อบุหลอดลมทำให้หลอดลมมีการอักเสบเรื้อรังและมีการสร้างเสมหะออกมามากกว่าปกติ ร่างกายจึงต้องไอเพื่อขับเสมหะส่วนเกินนี้ อาการที่เด่นชัดคือไอมีเสมหะแบบเรื้อรัง โดยเสมหะอาจมีสีขาว เหลือง หรือเขียว พบได้มากโดยเฉพาะในตอนเช้าและมักมีอาการเหนื่อยง่ายร่วมด้วย

5. ภาวะหลอดลมไว

หลังจากหายจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือหลอดลมอักเสบ ที่แม้เชื้อไวรัสจะหมดไปแล้ว แต่หลอดลมยังคงอยู่ในภาวะอักเสบและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งอาจนานหลายสัปดาห์ในบางราย ทำให้มีอาการไอง่ายกว่าปกติ โดยมักจะเป็นการไอแห้งๆ ต่อเนื่องที่กวนใจไม่หาย แม้ว่าอาการอื่นๆ เช่น ไข้ หรือน้ำมูก จะหายไปหมดแล้วก็ตาม 

6. วัณโรคปอด (Tuberculosis)

เป็นภาวะไอเรื้อรังที่ต้องระวัง โดยวัณโรคมักมีอาการไอเรื้อรัง (เกิน 2 สัปดาห์) และอาจมีเสมหะ เสมหะปนเลือด น้ำหนักลด ไข้เรื้อรัง เหงื่อออกกลางคืน ซึ่งเกิดจากเชื้อวัณโรคที่เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อปอดโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบและเป็นแผลในปอด นอกจากนี้ยังมีอาการร่วมอื่นๆ ที่สังเกตได้คือมักไข้ต่ำๆ ตอนบ่าย เหงื่อออกมากผิดปกติในตอนกลางคืน เบื่ออาหารและน้ำหนักลด หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองให้แน่ชัด ด้วยการตรวจเอกซเรย์ปอด CXR และตรวจเสมหะ

7. มะเร็งปอด หรือเนื้องอกในปอด 

นี่เป็นสาเหตุที่อันตรายและต้องตรวจแยกโรคให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติสูบบุหรี่ ก้อนเนื้องอกอาจไปกดเบียดหลอดลม หรือสร้างความระคายเคืองโดยตรงต่อทางเดินหายใจทำให้เกิดการไอ ซึ่งอาจเป็นการไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะปนเลือด โดยมีอาการร่วมที่น่าสงสัยคือ น้ำหนักลด เสียงแหบ หรือเจ็บหน้าอก เป็นต้น

8. ภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure)

เกิดจากภาวะที่หัวใจบีบตัวได้ไม่ดี ทำให้มีของเหลว (น้ำ) คั่งอยู่ในปอด ซึ่งของเหลวนี้ไปกระตุ้นให้เกิดการไอ ลักษณะการไอจึงมักเป็น ไอแห้งๆ โดยเฉพาะเวลานอนราบ เพราะของเหลวจะไหลท่วมปอดได้ง่ายขึ้น ในรายที่รุนแรงอาจมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู อาการร่วมที่สำคัญคือ เหนื่อยง่าย บวมที่ขาหรือเท้า และนอนราบไม่ได้ หอบเหนื่อยระหว่างคืน

9. มะเร็งกล่องเสียง 

มักเกิดในผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์จัด โดยก้อนเนื้อนี้จะเกิดขึ้นที่บริเวณกล่องเสียง สร้างความระคายเคืองโดยตรงต่อลำคอ ทำให้มีอาการไอแห้งๆ ระคายคอ แต่อาการเด่นที่สุดที่จะพบร่วมด้วยคือ เสียงแหบเรื้อรังที่ไม่หายขาด อาจมีอาการกลืนลำบาก หรือเจ็บคอร่วมด้วย

10. ผลข้างเคียงจากยา

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยแต่คนมักมองข้าม โดยเฉพาะในยาลดความดันโลหิตกลุ่ม ACE inhibitors ซึ่งตัวยาอาจกระตุ้นให้เกิดการสะสมของสารเคมีบางชนิดที่ทำให้เกิดการไอ ลักษณะการไอจะเป็นไอแห้งๆ ที่กวนใจตลอดเวลา และไม่ตอบสนองต่อยาแก้ไอทั่วไป โดยอาการไอจะหายไปเองเมื่อหยุดยา 

สัญญาณอันตราย! ไอเรื้อรังแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์

แม้ว่าไอเรื้อรังส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง แต่หากมีอาการสัญญาณเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

  • ไอเป็นเลือด หรือมีเสมหะเลือดปน
  • หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือเจ็บหน้าอก
  • น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีไข้สูง หนาวสั่น หรือเหงื่อออกตอนกลางคืน
  • เสียงแหบผิดปกติ นานเกิน 2 สัปดาห์
  • กลืนลำบาก หรือสำลักบ่อย
  • อาการไอที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น

การตรวจวินิจฉัยและการรักษาอาการไอเรื้อรัง

แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดและตรวจร่างกายเป็นสำคัญ เพื่อหาสาเหตุที่เป็นไปได้มากที่สุด และอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์ปอด ทดสอบสมรรถภาพปอด (Spirometry) การตรวจ FENO หรือส่องกล้อง ขึ้นอยู่กับอาการและสิ่งที่สงสัย

สำหรับการรักษาอาการไอเรื้อรัง หัวใจสำคัญคือการรักษาที่ต้นเหตุ เช่น

  • ถ้าเกิดจากกรดไหลย้อนจะรักษาด้วยยาลดกรดและการปรับพฤติกรรม
  • ถ้าเกิดจากโรคหืดจะใช้การรักษาด้วยการใช้ยาพ่นขยายหลอดลมและยาลดการอักเสบ
  • ถ้าเกิดจากการติดเชื้อจะต้องให้ยาปฏิชีวนะ หรือยาที่จำเพาะต่อเชื้อนั้นๆ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการไอเรื้อรัง (FAQ)

Q: ไอไม่หยุด คันคอ ทำไงดี ?

A: การดูแลเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการ คือ การดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อให้คอชุ่มชื้น อาจจิบน้ำผึ้งผสมมะนาว ใช้ยาอมแก้ไอที่มีส่วนผสมของสมุนไพร หรือใช้เครื่องทำความชื้นในห้องนอน แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

Q: ไอเรื้อรังทำยังไงถึงจะหาย ?

A: การจะหายจากไอเรื้อรังได้นั้น ต้องเริ่มจากการวินิจฉัยและรักษาโรคที่เป็นต้นเหตุให้ถูกต้อง การซื้อยากดอาการไอมากินเองอาจช่วยได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ดังนั้น การไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุจึงเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุด

อาการไอเรื้อรังไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคต่างๆ ที่ต้องการการรักษาที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจสาเหตุที่เป็นไปได้และสังเกตอาการของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีอาการไอต่อเนื่องนานเกิน 8 สัปดาห์ (ในผู้ใหญ่) หรือมีสัญญาณอันตรายร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์สุขภาพปอด ชั้น 7 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 08:00-20:00 โทร. 0-2079-0315

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.ตุลธร วงศ์เมธานุเคราะห์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤตระบบการหายใจ

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ตุลธร
วงศ์เมธานุเคราะห์
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
วัณโรคปอด อันตรายจริงไหม? มีกี่ระยะ รักษาอย่างไร?

วัณโรคปอด อาจไม่ใช่โรคร้ายอย่างที่คิด หากรู้ทันเร็ว แม้จะเป็นโรคที่แพร่กระจายติดต่อกันได้ แต่หากรู้จักสังเกตอาการ และการรักษาก่อนที่โรคจะลุกลามและรุนแรงขึ้น ชวนทุกคนมารู้จักวัณโรคปอดไปพร้อมกับเรา

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
EVALI ปอดอักเสบรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า

EVALI คือ ปอดอักเสบรุนแรง ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่หลายๆคนมักเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้ามักจะอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนแต่แท้จริงแล้วควันไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีฝุ่นขนาดเล็ก 1.0 และ PM2.5

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวัง! ‘หลอดลมอักเสบ’ ภาวะอันตรายที่เกิดได้ทุกวัย

ไอเรื้อรัง เจ็บคอ หายใจไม่สะดวก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จัก ‘หลอดลมอักเสบ’ โรคระบบทางเดินหายใจที่ควรระวัง พร้อมเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
หายใจไม่ออก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จักภาวะน้ำท่วมปอด…ก่อนสายเกินไป

ชวนมารู้จักภาวะน้ำท่วมปอด ภาวะอันตรายที่อาจส่งผลร้ายถึงชีวิต พร้อมเข้าใจถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร อาการสำคัญ กลุ่มเสี่ยง ตลอดจนแนวทางการรักษาที่ควรรู้

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง