เช็กอาการ ‘โรคเบาจืด’ เมื่อคุณปัสสาวะบ่อย แต่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เมื่อปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมากผิดปกติ ทำให้หลายคนอาจไปนึกถึงโรคเบาหวานเป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่า... หากคุณมีอาการเหล่านี้แต่ตรวจแล้วระดับน้ำตาลในเลือดกลับปกติ อาจเป็นสัญญาณของอีกโรคหนึ่งที่มีชื่อคล้ายกัน แต่สาเหตุและการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นั่นคือ ‘โรคเบาจืด’ สำหรับใครที่คุ้นชื่อแต่ไม่รู้ว่าโรคนี้คือโรคอะไร คล้ายกับเบาหวานไหม เราจะพาไปทำความเข้าใจโรคเบาจืดอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณสังเกตอาการและรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
โรคเบาจืด คือโรคอะไร มีสาเหตุเกิดจากอะไร ?
โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของน้ำได้อย่างเหมาะสม ทำให้มีการปัสสาวะออกมาในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรงตามมา โดยสาเหตุหลักของโรคนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ ‘น้ำตาล’ หรือ ‘อินซูลิน’ เหมือนโรคเบาหวาน แต่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ADH (Antidiuretic Hormone) ซึ่งผลิตจากต่อมใต้สมอง
โดยฮอร์โมน ADH นี้เปรียบเสมือนผู้ควบคุมประตูน้ำที่มีหน้าที่คอยสั่งให้เกิดการดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม เมื่อระบบนี้ทำงานผิดปกติจึงเกิดเป็นโรคเบาจืดขึ้นมา ซึ่งสาเหตุแบ่งได้ดังนี้
- เบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติที่สมอง โดยเกิดจากสมองส่วนไฮโปทาลามัส หรือต่อมใต้สมองไม่สามารถสร้างฮอร์โมน ADH ได้เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถดูดน้ำกลับได้ จึงปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ เกิดเนื้องอก บาดเจ็บ หรือการผ่าตัดที่ต่อมใต้สมอง
- เบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติที่ไต โดยปกติฮอร์โมน ADH จะเป็นตัวสื่อสารให้ไตดึงน้ำกลับเข้าเลือด ทำให้ปริมาตรของเลือดเพิ่มขึ้น และขับถ่ายปัสสาวะได้น้อยลง แต่เมื่อไตผิดปกติไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของฮอร์โมน ADH ทำให้ไม่สามารถดูดน้ำกลับได้ จึงปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก
- เบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติในการกระหายน้ำ สาเหตุนี้ไม่ได้เกิดจากฮอร์โมน ADH โดยตรง แต่เกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมความกระหายน้ำทำงานผิดปกติ ร่างกายจึงรู้สึกกระหายน้ำอย่างรุนแรงและควบคุมไม่ได้ เมื่อน้ำในร่างกายมากเกินความจำเป็น อาจจะเกิดจากต่อมใต้สมองจะสั่งหยุดปล่อยฮอร์โมน ADH เพื่อลดการดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อยนั่นเอง
- เบาจืดที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ สาเหตุนี้เกิดจากรกที่สร้างฮอร์โมนขึ้นมาสลายฮอร์โมน ADH ทำให้ร่างกายของแม่สูญเสียการดูดน้ำกลับเข้าร่างกาย จึงทำให้ปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมาก

อาการโรคเบาจืดเป็นอย่างไร ?
อาการเด่นของโรคเบาจืดจะเกี่ยวข้องกับสมดุลน้ำในร่างกายโดยตรง ดังนี้
- ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมากผิดปกติ เป็นอาการเด่นชัดและสำคัญที่สุด โดยอาจปัสสาวะมากถึง 3-10 ลิตรต่อวัน ในขณะที่คนปกติจะปัสสาวะประมาณ 1-2 ลิตร/วันเท่านั้น ซึ่งปัสสาวะจะใส ไม่มีสีและจืด
- กระหายน้ำรุนแรง รู้สึกอยากดื่มน้ำตลอดเวลาและในปริมาณมาก โดยเฉพาะน้ำเย็น เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปจากการปัสสาวะบ่อยและมาก
- ปัสสาวะรดที่นอน หรือตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยๆ
- อาการของภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย ปากแห้ง ผิวแห้ง สับสน ปวดศีรษะ วิงเวียน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ในบางรายอาจมีภาวะความดันโลหิตต่ำและหัวใจเต้นเร็วได้
เปรียบเทียบชัดๆ "เบาจืด" vs. "เบาหวาน" ต่างกันอย่างไร
| อาการ/ลักษณะ | โรคเบาจืด | โรคเบาหวาน |
| สาเหตุ | ขาด หรือดื้อต่อฮอร์โมน ADH |
ขาด หรือดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน |
เกี่ยวข้องกับ |
สมดุลน้ำในร่างกาย |
สมดุลน้ำตาลในเลือด |
ระดับน้ำตาลในเลือด |
ปกติ |
สูง |
ลักษณะปัสสาวะ |
ปริมาณมาก, ใส, จืด (ไม่มีน้ำตาล) |
ปริมาณมาก อาจมีมดขึ้น (เพราะมีน้ำตาล) |
อาการหลัก |
กระหายน้ำมาก ปัสสาวะเยอะมาก |
กระหายน้ำมาก ปัสสาวะเยอะมาก หิวบ่อย น้ำหนักลด |
การตรวจวินิจฉัย จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเบาจืด ?
ในการตรวจวินิจฉัยแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายและตรวจแล็ปเพิ่มเติม เช่น ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน หรือทำ MRI สมองเพื่อหาสาเหตุความผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือสมองส่วนไฮโปทาลามัส
แนวทางการรักษาหากพบว่าเป็นเบาจืด
โรคเบาจืดในภาวะที่เกิดจากความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย ยกเว้นการตั้งครรภ์ จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมให้ปัสสาวะอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายต่อชีวิตได้ โดยการรักษาเบาจืดนั้นจะแตกต่างกันตามสาเหตุที่เกิดขึ้น และตรงกันข้ามกับเบาหวานโดยสิ้นเชิง ดังนี้
- เบาจืดชนิดเกิดที่สมอง รักษาโดยการให้ฮอร์โมน ADH ทดแทน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในรูปแบบยาพ่นจมูก, ยาเม็ด, หรือยาฉีด
- เบาจืดชนิดเกิดที่ไต การรักษาจะซับซ้อนกว่า โดยจะมีทั้งการปรับพฤติกรรมร่วมกับการรับประทานยา เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารโซเดียมต่ำ และรับประทานยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide diuretics) เพื่อช่วยลดปริมาณปัสสาวะ หรือแก้ไขที่สาเกตุที่ทำให้เกิดเบาจืดที่ไต เช่น ยาบางชนิด
- เบาจืดชนิดความผิดปกติในการกระหายน้ำ หากภาวะนี้เกิดจากโรคทางจิตเวชก็ต้องรักษาโรคนั้นๆ หรือหากเกิดจากยาบางชนิดจะพิจารณาปรับเปลี่ยนยา รวมถึงจำกัดปริมาณในการดื่มน้ำ โดยอาจใช้วิธีอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ หรือลูกอมรสเปรี้ยวเพื่อช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำแทน รวมถึงการค้นหาสาเหตุการกระหายน้ำ
- เบาจืดชนิดจากการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะนี้จะได้รับประทานยาฮอร์โมน ADH สังเคราะห์ เช่น Desmopressin เพื่อเข้าไปสั่งการให้ไตดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกายได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ เบาจืดจากภาวะนี้สามารถหายขาดไปได้เองหลังคลอด
แม้ ‘เบาจืด’ และ ‘เบาหวาน’ จะมีชื่อที่ดูคล้ายคลึงกันและมีอาการเริ่มต้นที่คล้ายกันคือการปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำ แต่แท้จริงแล้วนับเป็นคนละโรคที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยโรคเบาจืดเกี่ยวข้องกับสมดุลน้ำ ไม่ใช่สมดุลน้ำตาล และเป็นภาวะที่สามารถควบคุมและจัดการได้หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ดังนั้น หากคุณมีอาการปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมากผิดปกติ ไม่ควรนิ่งนอนใจและเดาว่าเป็นเบาหวานเสมอไป ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 07:00 - 19:00 น. โทร. 0-2079-0070
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี
เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี
เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี
เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี
แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ (GLP-1 ขนาด 0.25 mg.)
9,990 บาท

แพ็กเกจ V Go Star รับฮอร์โมน GLP-1 (ขนาด 0.5 mg.)
10,500 บาท

แพ็กเกจ V Go Star รับฮอร์โมน GLP-1 (ขนาด 1 mg.)
11,500 บาท

แพ็กเกจควบคุมน้ำหนักภายใต้การดูแลของแพทย์ (GLP-1 ขนาด 0.25 mg.)
9,990 บาท

แพ็กเกจ V Go Star รับฮอร์โมน GLP-1 (ขนาด 0.5 mg.)
10,500 บาท
