เช็กอาการ ‘โรคเบาจืด’ เมื่อคุณปัสสาวะบ่อย แต่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

02 ก.พ. 69  | ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก
แชร์บทความ      

เมื่อปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมากผิดปกติ ทำให้หลายคนอาจไปนึกถึงโรคเบาหวานเป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่า... หากคุณมีอาการเหล่านี้แต่ตรวจแล้วระดับน้ำตาลในเลือดกลับปกติ อาจเป็นสัญญาณของอีกโรคหนึ่งที่มีชื่อคล้ายกัน แต่สาเหตุและการรักษาแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นั่นคือ ‘โรคเบาจืด’ สำหรับใครที่คุ้นชื่อแต่ไม่รู้ว่าโรคนี้คือโรคอะไร คล้ายกับเบาหวานไหม เราจะพาไปทำความเข้าใจโรคเบาจืดอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณสังเกตอาการและรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

โรคเบาจืด คือโรคอะไร มีสาเหตุเกิดจากอะไร ?

โรคเบาจืด (Diabetes Insipidus) คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของน้ำได้อย่างเหมาะสม ทำให้มีการปัสสาวะออกมาในปริมาณที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการกระหายน้ำอย่างรุนแรงตามมา โดยสาเหตุหลักของโรคนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ ‘น้ำตาล’ หรือ ‘อินซูลิน’ เหมือนโรคเบาหวาน แต่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนที่มีชื่อว่า ADH (Antidiuretic Hormone) ซึ่งผลิตจากต่อมใต้สมอง 

โดยฮอร์โมน ADH นี้เปรียบเสมือนผู้ควบคุมประตูน้ำที่มีหน้าที่คอยสั่งให้เกิดการดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกายในปริมาณที่เหมาะสม เมื่อระบบนี้ทำงานผิดปกติจึงเกิดเป็นโรคเบาจืดขึ้นมา ซึ่งสาเหตุแบ่งได้ดังนี้

  • เบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติที่สมอง โดยเกิดจากสมองส่วนไฮโปทาลามัส หรือต่อมใต้สมองไม่สามารถสร้างฮอร์โมน ADH ได้เพียงพอ ทำให้ไม่สามารถดูดน้ำกลับได้ จึงปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ เกิดเนื้องอก บาดเจ็บ หรือการผ่าตัดที่ต่อมใต้สมอง
  • เบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติที่ไต โดยปกติฮอร์โมน ADH จะเป็นตัวสื่อสารให้ไตดึงน้ำกลับเข้าเลือด ทำให้ปริมาตรของเลือดเพิ่มขึ้น และขับถ่ายปัสสาวะได้น้อยลง แต่เมื่อไตผิดปกติไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของฮอร์โมน ADH ทำให้ไม่สามารถดูดน้ำกลับได้ จึงปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก
  • เบาจืดที่เกิดจากความผิดปกติในการกระหายน้ำ สาเหตุนี้ไม่ได้เกิดจากฮอร์โมน ADH โดยตรง แต่เกิดจากสมองส่วนที่ควบคุมความกระหายน้ำทำงานผิดปกติ ร่างกายจึงรู้สึกกระหายน้ำอย่างรุนแรงและควบคุมไม่ได้ เมื่อน้ำในร่างกายมากเกินความจำเป็น อาจจะเกิดจากต่อมใต้สมองจะสั่งหยุดปล่อยฮอร์โมน ADH เพื่อลดการดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกาย ทำให้เกิดการปัสสาวะบ่อยนั่นเอง
  • เบาจืดที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ สาเหตุนี้เกิดจากรกที่สร้างฮอร์โมนขึ้นมาสลายฮอร์โมน ADH ทำให้ร่างกายของแม่สูญเสียการดูดน้ำกลับเข้าร่างกาย จึงทำให้ปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมาก

อาการโรคเบาจืดเป็นอย่างไร ?

อาการเด่นของโรคเบาจืดจะเกี่ยวข้องกับสมดุลน้ำในร่างกายโดยตรง ดังนี้

  • ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมากผิดปกติ เป็นอาการเด่นชัดและสำคัญที่สุด โดยอาจปัสสาวะมากถึง 3-10 ลิตรต่อวัน ในขณะที่คนปกติจะปัสสาวะประมาณ 1-2 ลิตร/วันเท่านั้น ซึ่งปัสสาวะจะใส ไม่มีสีและจืด
  • กระหายน้ำรุนแรง รู้สึกอยากดื่มน้ำตลอดเวลาและในปริมาณมาก โดยเฉพาะน้ำเย็น เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปจากการปัสสาวะบ่อยและมาก
  • ปัสสาวะรดที่นอน หรือตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยๆ 
  • อาการของภาวะขาดน้ำ อ่อนเพลีย ปากแห้ง ผิวแห้ง สับสน ปวดศีรษะ วิงเวียน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ในบางรายอาจมีภาวะความดันโลหิตต่ำและหัวใจเต้นเร็วได้

 

เปรียบเทียบชัดๆ "เบาจืด" vs. "เบาหวาน" ต่างกันอย่างไร

                                                                                                                  
  อาการ/ลักษณะ โรคเบาจืด โรคเบาหวาน
  สาเหตุ
ขาด หรือดื้อต่อฮอร์โมน ADH
 
ขาด หรือดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน

เกี่ยวข้องกับ
 
สมดุลน้ำในร่างกาย

สมดุลน้ำตาลในเลือด

ระดับน้ำตาลในเลือด

ปกติ
 
สูง

ลักษณะปัสสาวะ

ปริมาณมาก, ใส, จืด (ไม่มีน้ำตาล)
 
ปริมาณมาก อาจมีมดขึ้น (เพราะมีน้ำตาล)

อาการหลัก
 
กระหายน้ำมาก ปัสสาวะเยอะมาก

กระหายน้ำมาก ปัสสาวะเยอะมาก หิวบ่อย น้ำหนักลด
 

การตรวจวินิจฉัย จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นเบาจืด ?

ในการตรวจวินิจฉัยแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายและตรวจแล็ปเพิ่มเติม เช่น ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน หรือทำ MRI สมองเพื่อหาสาเหตุความผิดปกติของต่อมใต้สมอง หรือสมองส่วนไฮโปทาลามัส

แนวทางการรักษาหากพบว่าเป็นเบาจืด

โรคเบาจืดในภาวะที่เกิดจากความผิดปกติต่างๆ ของร่างกาย ยกเว้นการตั้งครรภ์ จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมให้ปัสสาวะอยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะแทรกซ้อนอันตรายต่อชีวิตได้ โดยการรักษาเบาจืดนั้นจะแตกต่างกันตามสาเหตุที่เกิดขึ้น และตรงกันข้ามกับเบาหวานโดยสิ้นเชิง ดังนี้

  • เบาจืดชนิดเกิดที่สมอง รักษาโดยการให้ฮอร์โมน ADH ทดแทน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในรูปแบบยาพ่นจมูก, ยาเม็ด, หรือยาฉีด
  • เบาจืดชนิดเกิดที่ไต การรักษาจะซับซ้อนกว่า โดยจะมีทั้งการปรับพฤติกรรมร่วมกับการรับประทานยา เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารโซเดียมต่ำ และรับประทานยาขับปัสสาวะกลุ่มไทอะไซด์ (Thiazide diuretics) เพื่อช่วยลดปริมาณปัสสาวะ หรือแก้ไขที่สาเกตุที่ทำให้เกิดเบาจืดที่ไต เช่น ยาบางชนิด
  • เบาจืดชนิดความผิดปกติในการกระหายน้ำ หากภาวะนี้เกิดจากโรคทางจิตเวชก็ต้องรักษาโรคนั้นๆ หรือหากเกิดจากยาบางชนิดจะพิจารณาปรับเปลี่ยนยา รวมถึงจำกัดปริมาณในการดื่มน้ำ โดยอาจใช้วิธีอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ หรือลูกอมรสเปรี้ยวเพื่อช่วยบรรเทาอาการกระหายน้ำแทน รวมถึงการค้นหาสาเหตุการกระหายน้ำ
  • เบาจืดชนิดจากการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะนี้จะได้รับประทานยาฮอร์โมน ADH สังเคราะห์ เช่น Desmopressin เพื่อเข้าไปสั่งการให้ไตดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกายได้ตามปกติ แต่ทั้งนี้ เบาจืดจากภาวะนี้สามารถหายขาดไปได้เองหลังคลอด 

แม้ ‘เบาจืด’ และ ‘เบาหวาน’ จะมีชื่อที่ดูคล้ายคลึงกันและมีอาการเริ่มต้นที่คล้ายกันคือการปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำ แต่แท้จริงแล้วนับเป็นคนละโรคที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยโรคเบาจืดเกี่ยวข้องกับสมดุลน้ำ ไม่ใช่สมดุลน้ำตาล และเป็นภาวะที่สามารถควบคุมและจัดการได้หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ดังนั้น หากคุณมีอาการปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมากผิดปกติ ไม่ควรนิ่งนอนใจและเดาว่าเป็นเบาหวานเสมอไป ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และรับการรักษาที่เหมาะสมเพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข


 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่

ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 07:00 - 19:00 น. โทร. 0-2079-0070

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล แพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ชาญวัฒน์
ชวนตันติกมล
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม (โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ)

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?

เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !

สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี

เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง