กระเพาะอาหารอักเสบ ห้ามกินอะไร ?

14 ต.ค. 68  | ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
แชร์บทความ      

ด้วยไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เร่งรีบ พฤติกรรมการกินของเราจึงเปลี่ยนแปลงไป จนอาจทำให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักกว่าปกติ และนำไปสู่ “โรคกระเพาะอาหารอักเสบ” โรคซึ่งเกิดจากภาวะที่เยื่อบุกระเพาะเกิดการอักเสบหรือระคายเคือง ทำให้มีอาการปวดแสบ คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย หรือกรดไหลย้อน หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาการอาจกำเริบและกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ 

สำหรับใครที่กำลังมีอาการปวดท้อง หรือมีปัญหาด้านโภชนาการจากกระเพาะอาหารอักเสบ ไม่ต้องกังวลไป! เพราะวันนี้เราจัดลิสต์มาให้แล้วว่าโรคกระเพาะอาหารอักเสบห้ามกินอะไรบ้าง และอาหารแบบไหนที่คนเป็นโรคกระเพาะสามารถกินได้บ้างแบบสบายท้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และมีสุขภาพระบบทางเดินอาหารที่ดีได้ในทุกๆ วัน

เช็กลิสต์ โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ‘ห้าม’ กินอะไรบ้าง ?

การดูแลเรื่องอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมอาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ดังนั้น การหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมจึงช่วยลดอาการกำเริบและทำให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น และนี่คือ 5 อาหารต้องห้ามที่คนเป็นโรคกระเพาะอักเสบไม่ควรกิน ดังนี้

1. อาหารรสจัด (เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด)

ตัวอย่างเช่น ส้มตำ, แกงส้ม, น้ำพริกกะปิ, ปลาสลิดทอดเค็ม และผลไม้รสเปรี้ยว เป็นต้น

อาหารรสเผ็ดจัด โดยเฉพาะพริกที่มีสารแคปไซซิน (Capsaicin) จะกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะให้เกิดการระคายเคือง ทำให้ปวดแสบ ปวดจุก และอาจเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะ ส่วนอาหารรสเปรี้ยวจากกรดอินทรีย์ เช่น กรดซิตริก (Citric Acid) ในมะนาว จะเพิ่มความเป็นกรดในกระเพาะโดยตรง ขณะที่อาหารเค็มจัดจากโซเดียมสูงอาจทำให้เกิดการคั่งของกรดและระคายเยื่อบุกระเพาะมากขึ้น

2. อาหารที่มีไขมันสูง 

ตัวอย่างเช่น ของทอด, อาหารฟาสต์ฟู้ด, เนื้อสัตว์ติดมัน, กะทิและแกงกะทิ และเบเกอรี่ที่มีเนยหรือครีมมาก เป็นต้น

ไขมันมีส่วนทำให้กระบวนการย่อยอาหารช้าลง ส่งผลให้กระเพาะต้องทำงานหนักและหลั่งกรดมากขึ้นเพื่อย่อย นอกจากนี้ อาหารที่มีความมันยังสัมพันธ์กับการกระตุ้นกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นอาการที่มักพบร่วมกับผู้ป่วยโรคกระเพาะ

3. เครื่องดื่มที่กระตุ้นการหลั่งกรด 

ตัวอย่างเช่น  กาแฟ, ชาเข้ม, น้ำอัดลม, เบียร์, เหล้า, ไวน์ และเครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น

คาเฟอีนและแอลกอฮอล์เป็นตัวกระตุ้นหลักให้กระเพาะหลั่งกรดเพิ่มขึ้น และยังลดความสามารถในการป้องกันตัวเองของเยื่อบุกระเพาะ อีกทั้งน้ำอัดลมยังมีคาร์บอนไดออกไซด์ที่จะเพิ่มแรงดันในกระเพาะ ทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่น และกระตุ้นกรดไหลย้อน

4. อาหารหมักดอง 

ตัวอย่างเช่น กิมจิ, ผักกาดดอง, ปลาร้า, ไข่เค็ม, ผลไม้ดอง และแหนม เป็นต้น

อาหารหมักดองมีกรดอินทรีย์และโซเดียมในปริมาณสูง ซึ่งอาจทำให้เยื่อบุกระเพาะถูกกระตุ้นและเกิดการอักเสบง่ายขึ้น อีกทั้งการหมักอาหารบางชนิดอาจก่อให้เกิดสารที่ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เช่น ฮีสตามีน ซึ่งไม่เหมาะกับผู้ป่วยโรคกระเพาะ

5. อาหารแปรรูป 

ตัวอย่างเช่น ไส้กรอก, แฮม, เบคอน, เนื้อสัตว์รมควัน, ขนมขบเคี้ยว และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น

อาหารแปรรูปมักมีเกลือ ไขมัน และสารปรุงแต่งสูง เช่น ไนไตรท์หรือผงชูรส ซึ่งล้วนเป็นตัวกระตุ้นอาการระคายเคืองในกระเพาะ อีกทั้งยังย่อยยาก ทำให้กระเพาะทำงานหนักมากกว่าปกติ และเมื่อรับประทานบ่อยๆ อาจทำให้อาการของโรคกระเพาะอักเสบกำเริบได้ง่าย

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ กินอะไรได้บ้าง ?

1. อาหารอ่อน ย่อยง่าย 

ตัวอย่างเช่น ข้าวต้มปลา, โจ๊กหมูสับไม่ปรุงเผ็ด, ซุปไก่ใส, ฟักตุ๋นซี่โครงหมู และขนมปังปิ้งแบบไม่ทาเนย เป็นต้น

อาหารอ่อนจะช่วยลดการทำงานของกระเพาะ ไม่ก่อให้เกิดแรงกดดันต่อเยื่อบุกระเพาะ และช่วยลดโอกาสเกิดอาการปวด แน่น หรือจุกเสียด เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบ

2. โปรตีนไขมันต่ำ 

ตัวอย่างเช่น อกไก่นึ่ง, ปลาเนื้อนิ่มต้ม/นึ่ง (ปลานิล ปลาดอรี่), เต้าหู้ขาว, ไข่ต้มสุก (เน้นไข่ขาว) และเนื้อหมูไม่ติดมัน เป็นต้น

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญในการซ่อมแซมเซลล์และเยื่อบุกระเพาะที่อักเสบ แต่ควรเลือกชนิดที่มีไขมันต่ำเพื่อลดการทำงานของกระเพาะและไม่กระตุ้นให้เกิดกรดไหลย้อน

3. ผักต้มสุก 

ตัวอย่างเช่น ฟักทองนึ่ง, แครอทต้ม, ผักกาดขาวต้ม, บรอกโคลีลวก และมันฝรั่งต้ม เป็นต้น

ผักอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย แต่การกินผักดิบหรือผักที่มีกากใยแข็งอาจย่อยยากและทำให้กระเพาะระคายเคือง จึงควรเลือกผักที่ผ่านการต้ม หรือนึ่งจนเปื่อยนุ่ม

4. ผลไม้ที่ไม่เปรี้ยว ใยอาหารต่ำ 

ตัวอย่างเช่น กล้วยน้ำว้า, มะละกอสุก, แอปเปิ้ล, ลูกแพร์สุก และฝรั่งสุกนิ่ม (หลีกเลี่ยงฝรั่งดิบเพราะใยอาหารแข็ง) เป็นต้น

ผลไม้ที่รสไม่เปรี้ยวและมีใยอาหารอ่อนจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ปกติโดยไม่เพิ่มการหลั่งกรด และยังช่วยลดอาการท้องผูก ซึ่งมักพบในผู้ป่วยที่กินยาลดกรด

5. เครื่องดื่มที่ไม่กระตุ้นกรด 

ตัวอย่างเช่น น้ำเปล่า, น้ำข้าวต้ม, นมพร่องมันเนยหรือนมถั่วเหลือง และน้ำสมุนไพรอ่อนๆ อย่างน้ำตะไคร้หรือน้ำเก๊กฮวยที่ไม่หวานจัด เป็นต้น

การดื่มน้ำและของเหลวที่เหมาะสมช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ อีกทั้งยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ราบรื่น แต่ต้องเลือกเครื่องดื่มที่ไม่กระตุ้นกรดหรือมีคาเฟอีน

 

สรุป กระเพาะอาหารอักเสบห้ามกินอะไร VS อาหารแบบไหนที่สามารถรับประทานได้

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง อาหารที่สามารถรับประทานได้
อาหารรสจัด เช่น เผ็ด เปรี้ยว เค็ม อาหารอ่อนย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม
อาหารไขมันสูง เช่น ของทอด เนื้อมัน โปรตีนไขมันต่ำ เช่น อกไก่ ปลา เต้าหู้
เครื่องดื่มกระตุ้นกรด เช่น กาแฟ น้ำอัดลม ผักต้มสุก เช่น ฟักทอง แครอท
อาหารหมักดอง เช่น กิมจิ ปลาร้า ผลไม้ไม่เปรี้ยว เช่น กล้วย มะละกอสุก
อาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่กระตุ้นกรด เช่น น้ำเปล่า นมพร่องมันเนย
 
 

การดูแลเรื่องอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญในการบรรเทาอาการในผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ การหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นข้อห้าม พร้อมทั้งเลือกรับประทานอาหารอ่อนที่ย่อยง่ายและมีประโยชน์ จะช่วยลดอาการระคายเคืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารให้ตรงเวลา พักผ่อนเพียงพอ และลดความเครียด ยังเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้โรคกำเริบซ้ำ ทำให้ผู้ป่วยสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างราบรื่นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว


 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 08:00-20:00 น. โทร. 0-2079-0054

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
พญ.สาวินี จิริยะสิน อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
พญ.สาวินี
จิริยะสิน
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค

ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!

ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!

ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

อ่านเพิ่มเติม