เจาะลึก ค่า ‘hba1c’ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญในผลตรวจสุขภาพ ?

09 ธ.ค. 68  | ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก
แชร์บทความ      

ในยุคที่โรคเบาหวานกลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนไทย หลายคนอาจคุ้นชื่อ “HbA1c” จากผลตรวจเลือดหรือคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว “ค่า HbA1c” คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับระดับน้ำตาลในเลือดของเรา และเหตุใดค่านี้จึงมีความสำคัญต่อผู้ป่วยเบาหวาน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า HbA1c คืออะไร ทำไมถึงมีความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ HbA1c ค่าปกติคือเท่าไหร่ และใครบ้างที่ควรตรวจ พร้อมแนะนำแนวทางดูแลตัวเองง่ายๆ ที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

รู้จักค่า HbA1c คืออะไร 

HbA1c (Hemoglobin A1c) หรือที่เรียกกันว่า “ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด” คือค่าที่ใช้แสดงระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยของร่างกายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ค่า HbA1c นี้เกิดจากกระบวนการที่น้ำตาลในเลือดไปจับตัวกับฮีโมโกลบิน (Hemoglobin) ซึ่งเป็นโปรตีนในเม็ดเลือดแดง โดยปกติเม็ดเลือดแดงจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 120 วัน ทำให้ HbA1c เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนแนวโน้มระดับน้ำตาลในเลือดระยะยาวได้อย่างแม่นยำกว่าการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแบบทั่วไป การตรวจค่า HbA1c จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์ประเมินสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นก้าวแรกในการเฝ้าระวังและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคเบาหวาน

HbA1c ต่างจากการตรวจน้ำตาลในเลือดทั่วไปอย่างไร ?

การตรวจ HbA1c มีความแตกต่างจากการตรวจน้ำตาลในเลือดแบบ FBS (Fasting Blood Sugar) หรือการตรวจน้ำตาลปลายนิ้ว ซึ่งเป็นการวัดระดับน้ำตาลหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง โดยมีจุดเด่นและข้อแตกต่างกัน ดังนี้

  • FBS (Fasting Blood Sugar) ใช้วัดระดับน้ำตาลในเลือด ณ ขณะเวลานั้น เหมาะสำหรับการตรวจคัดกรองเบื้องต้น แต่ไม่สามารถสะท้อนแนวโน้มระดับน้ำตาลในระยะยาวได้
  • HbA1c (Hemoglobin A1c) เป็นการวัดค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดย้อนหลังประมาณ 2 - 3 เดือน เหมาะสำหรับติดตามการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดระยะยาวของผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีความเสี่ยง

สรุปความแตกต่างการตรวจค่าน้ำตาลระหว่าง HbA1c กับ FBS


ลักษณะ

ค่า HbA1c 

(Hemoglobin A1c)

ค่า FBS 

(Fasting Blood Sugar)


สิ่งที่ตรวจ

ค่าเฉลี่ยระดับน้ำตาลในเลือดย้อนหลัง 2 - 3 เดือน

ค่าน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง


เหมาะสำหรับ

ประเมินภาพรวมการควบคุมระดับน้ำตาลในระยะยาว

ตรวจคัดกรองเบาหวานเบื้องต้น


ข้อดี

ไม่ต้องอดอาหารก่อนตรวจ และผลสะท้อนแนวโน้มระยะยาว

ตรวจง่าย ใช้เวลาสั้น


ข้อจำกัด

ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเล็กน้อย

ไม่สามารถสะท้อนแนวโน้มระยะยาวได้ และจำเป็นต้องอดอาหารก่อนตรวจ

 
ทำไมการตรวจ HbA1c จึงสำคัญ ?
HbA1c หรือค่าน้ำตาลสะสมในเลือด เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากช่วยให้เห็นภาพรวมของระดับน้ำตาลในระยะยาว ทั้งยังมีข้อดีที่เหนือกว่าการตรวจน้ำตาลในเลือดแบบทั่วไป ดังนี้
  • ใช้คัดกรองโรคเบาหวานในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยเบาหวานบางคนอาจยังไม่แสดงอาการผิดปกติ แต่ระดับน้ำตาลในเลือดก็อาจสูงได้โดยไม่รู้ตัว การตรวจ HbA1c จะช่วยให้แพทย์พบความเสี่ยงได้ตั้งแต่ในระยะแรก
  • ติดตามการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวาน ค่า HbA1c ช่วยประเมินแผนการรักษา เช่น การควบคุมอาหาร การใช้ยา หรือการฉีดอินซูลิน ว่ามีประสิทธิภาพเพียงใด
  • ประเมินความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ระดับ HbA1c ที่สูงต่อเนื่องสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ไตเสื่อม หรือเบาหวานขึ้นตา การควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้
  • ให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือและสะท้อนพฤติกรรมจริง การตรวจ HbA1c ไม่ต้องอดอาหารก่อนตรวจ จึงทำให้ผลที่ได้สะท้อนระดับน้ำตาลเฉลี่ยในช่วง 2 - 3 เดือนที่ผ่านมาได้จริง เป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของการควบคุมระดับน้ำตาลในชีวิตประจำวันของคนไข้ได้อย่างชัดเจน

ทำไมการตรวจ HbA1c จึงสำคัญ ?
การตรวจค่า HbA1c นอกจากจะช่วยให้แพทย์ประเมินภาพรวมระดับน้ำตาลในเลือดย้อนหลังได้แล้ว ยังช่วยให้เห็นภาพรวมว่าร่างกายของเรากำลังอยู่ในภาวะปกติ หรือเข้าข่ายโรคเบาหวาน โดยสามารถใช้เกณฑ์ค่ามาตรฐานของ HbA1c เทียบวัดค่าได้ ดังนี้ 


ช่วงค่า HbA1c (%)

ค่า HbA1c 

(Hemoglobin A1c)

ค่า FBS 

(Fasting Blood Sugar)


ต่ำกว่า 5.7%

อยู่ในเกณฑ์ ปกติ

แสดงว่าระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในภาวะสมดุล

5.7 - 6.4%

ภาวะเสี่ยงเบาหวาน (Prediabetes)

ควรเริ่มปรับพฤติกรรมการกิน ลดน้ำตาล และเพิ่มการออกกำลังกาย

6.5% ขึ้นไป

เข้าข่ายโรคเบาหวาน

ควรพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยันและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

** สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวาน แพทย์มักแนะนำให้ควบคุมค่า HbA1c ให้อยู่ไม่เกิน 7% เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน **

 

แนวทางลดค่าน้ำตาลสะสมในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคเบาหวาน ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น โดยมีแนวทางลดค่าน้ำตาลสะสมในเลือดให้อยู่ในระดับปกติที่สามารถปฏิบัติตามได้ง่ายๆ ดังนี้
  • ปรับพฤติกรรมการกิน ลดอาหารหวาน มัน และเค็ม หันมารับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชที่มีใยอาหารสูง เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและส่งเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหารให้ดีขึ้น
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง หรือปั่นจักรยาน อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด พร้อมทั้งช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน
  • ควบคุมน้ำหนัก การลดน้ำหนักส่วนเกินไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน แต่ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและลดภาวะไขมันสะสมในร่างกาย
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ หากได้รับยา ควรรับประทานตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด พร้อมติดตามผลด้วยการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลและปลอดภัย

ใครบ้างที่ควรตรวจ HbA1c
การตรวจ HbA1c ช่วยประเมินระดับน้ำตาลเฉลี่ยในเลือดย้อนหลัง 2-3 เดือน ซึ่งสำคัญสำหรับการวินิจฉัยและติดตามโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน หากมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเบาหวาน โอกาสที่จะเกิดโรคนี้ในคนรุ่นหลังจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม 
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน การมีไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไปโดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ส่งผลให้เซลล์ในร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคเบาหวาน
  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เมื่ออายุเพิ่มขึ้นระบบการเผาผลาญในร่างกายจะเริ่มทำงานลดลง รวมถึงความสามารถของตับอ่อนในการผลิตอินซูลินก็ลดลงตามไปด้วย
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานมากขึ้น เนื่องจากส่งผลต่อการทำงานของระบบเมตาบอลิซึมในร่างกาย
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น รับประทานอาหารหวานบ่อย หรือไม่ออกกำลังกาย ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสะสมสูงขึ้นและเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน

 

ตรวจค่าน้ำตาลสะสมในเลือด HbA1c กับโรงพยาบาลวิมุตในราคาพิเศษ

 

เพราะการรู้ค่า HbA1c คือก้าวแรกในการป้องกันโรคเบาหวาน ที่โรงพยาบาลวิมุตเรามี แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน ซึ่งครอบคลุมการตรวจค่าน้ำตาลในเลือดทั้งแบบ FBS และ HbA1c รวมถึงการประเมินสุขภาพองค์รวมโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้คุณเข้าใจภาวะของร่างกายได้ลึกซึ้งขึ้น และสามารถเริ่มต้นการดูแลสุขภาพอย่างตรงจุด

ค่า HbA1c คือตัวชี้วัดสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจแนวโน้มระดับน้ำตาลในเลือดย้อนหลัง 2–3 เดือน ทำให้เห็นภาพรวมสุขภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดกรองและติดตามโรคเบาหวาน โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง การตรวจ HbA1c อย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต จึงเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมโรคเบาหวานและป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้อย่างยั่งยืน


 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3  โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 07:00-19:00 น. โทร. 0-2079-0070

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล แพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ชาญวัฒน์
ชวนตันติกมล
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม (โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ)

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?

เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !

สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี

เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง