
เมื่ออายุมากขึ้น อาการเวียนหัว หน้ามืด หรือใจสั่น อาจเกิดขึ้นได้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเครียดหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่รู้หรือไม่ สำหรับบางคน อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ ‘ความดันต่ำ’ ภาวะอันตรายที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ แม้จะไม่ใช่ภาวะที่น่ากลัวเท่าความดันโลหิตสูง แต่หากละเลย อาการที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างไม่รู้ตัว
ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับภาวะความดันต่ำในทุกแง่มุม เรียนรู้สาเหตุ อาการ และวิธีเช็กความดันต่ำด้วยตัวเอง พร้อมเคล็ดลับการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคความดัน
‘ความดันต่ำ’ คืออะไร ?
ความดันต่ำ (Hypotension) ไม่ใช่โรค แต่คือภาวะที่ค่าความดันโลหิตภายในร่างกายต่ำกว่าระดับปกติ ในผู้ป่วยบางรายอาจส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงสมอง หัวใจ และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ตามมาอย่างเฉียบพลัน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่มักพบมากในผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย ผอม หรือในผู้สูงอายุ
ความดันต่ำแค่ไหนถึงอันตราย ?
ค่าความดันโลหิตที่ถือว่าปกติอยู่ที่ประมาณ 120/80 mmHg (มิลลิเมตรปรอท) แต่หากค่าความดันโลหิตต่ำกว่านี้มาก โดยเฉพาะ ต่ำกว่า 90/60 mmHg ก็อาจจัดว่าเป็นภาวะความดันต่ำ แม้ในบางคนจะมีความดันต่ำโดยธรรมชาติและไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ แต่ในบางกรณี ความดันต่ำอาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที

รู้ทันสาเหตุความดันต่ำ เกิดจากอะไร ?
ภาวะความดันต่ำสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งบางกรณีอาจเป็นเพียงชั่วคราว แต่บางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง ได้แก่
- ผลข้างเคียงจากยา ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต, ยาขับปัสสาวะ, ยาต้านอาการซึมเศร้า หรือยารักษาโรคหัวใจ อาจส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกันหลายชนิด
- โรคประจำตัว โรคเรื้อรังบางประเภท เช่น โรคหัวใจ ภาวะหัวใจล้มเหลว ลิ่มเลือดอุดตันในปอด เบาหวานชนิดที่มีผลต่อระบบประสาท รวมถึงภาวะโลหิตจาง ล้วนมีส่วนทำให้ความดันต่ำกว่าปกติได้
- พฤติกรรมและวิถีชีวิต การอดอาหารเป็นเวลานาน ดื่มน้ำน้อย หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนส่งผลให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง นำไปสู่ความดันต่ำ นอกจากนี้ การเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว เช่น ลุกขึ้นจากท่านอนหรือนั่งทันที อาจทำให้เลือดไหลกลับไปเลี้ยงสมองไม่ทันจนเกิดอาการหน้ามืดหรือวูบได้
- การตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์มักมีความดันโลหิตต่ำในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และมีการขยายตัวของหลอดเลือดเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารก
รีบเช็ก! อาการแบบไหนเรียกความดันต่ำ ?
การสังเกตอาการเบื้องต้นของภาวะความดันโลหิตต่ำเป็นสิ่งสำคัญ เพราะแม้อาการบางอย่างจะดูเหมือนไม่รุนแรง แต่หากละเลยอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ โดยสัญญาณเตือนที่ควรจับตามีดังนี้
- เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือมึนหัว มักเกิดขึ้นเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถเร็วเกินไป เช่น ลุกขึ้นจากท่านอน หรือนั่งทันที
- รู้สึกอ่อนแรง เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง เป็นอาการที่พบได้บ่อย เพราะเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและอวัยวะได้เพียงพอ
- มือเท้าเย็น ผิวซีด เหงื่อออก เนื่องจากเลือดสูบฉีดไปยังอวัยวะสำคัญอย่างหัวใจและสมองมากขึ้น เพื่อรักษาสมดุลความดันในร่างกาย ส่งผลให้เลือดสูบฉีดไปยังมือและเท้าได้น้อยลง ทำให้หลอดเลือดและเซลล์บริเวณนั้นไม่สามารถรักษาอุณหภูมิปกติไว้ได้
- หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกใจสั่น เนื่องจากหัวใจพยายามสูบฉีดเลือดมากขึ้นเพื่อรักษาความดันให้เพียงพอ จึงอาจส่งผลให้หัวใจเต้นเร็ว และเต้นแรงขึ้น
- หมดสติหรือช็อก (ในกรณีรุนแรง) หากความดันลดลงมากจนเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ อาจถึงขั้นหมดสติ หรือนำไปสู่ภาวะช็อก ซึ่งถือว่าเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์
|
⚠️ หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับค่าความดันที่ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต |

- ภาวะช็อก (Shock) เป็นภาวะฉุกเฉินที่เกิดจากความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง จนร่างกายไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง หัวใจ และไตได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้อวัยวะล้มเหลวและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
- สมองขาดออกซิเจน เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ อาจทำให้เกิดอาการมึนงง สับสน หรือความจำหาย ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจหมดสติ หรือวิกฤติถึงขั้นเสียชีวิตจากภาวะสมองขาดออกซิเจนเฉียบพลัน
- ไตวาย ไตเป็นอวัยวะที่ต้องการเลือดในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อกรองของเสียและควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย หากไตได้รับเลือดไม่พอในระยะยาว อาจทำให้ไตเสื่อมและนำไปสู่ภาวะไตวายได้
- หัวใจล้มเหลว ความดันต่ำเรื้อรังอาจส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยายามรักษาปริมาณเลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจอ่อนแรงหรือหัวใจล้มเหลวในที่สุด
- วิงเวียนศีรษะ หรือเป็นลมง่าย โดยเฉพาะเวลาเปลี่ยนท่า ทำให้ล้มหรือเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
วิธีรับมือความดันต่ำเฉียบพลัน ลดความรุนแรงของอาการด้วยตัวเอง
หากมีความเสี่ยง หรือเริ่มมีอาการของภาวะความดันโลหิตต่ำ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความรุนแรงของอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำได้ ดังนี้- เปลี่ยนอิริยาบถอย่างช้าๆ และหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอิริยาบถอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อตื่นนอนหรือนั่งนานๆ เพราะอาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่ทันจนเกิดอาการหน้ามืดหรือวูบได้
- ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 1.8 - 2.0 ลิตร/วัน เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดในร่างกายและช่วยรักษาระดับความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- กินอาหารให้ครบถ้วน หลีกเลี่ยงการอดอาหาร โดยเฉพาะมื้อเช้า เพราะอาจทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำและกระตุ้นให้ความดันลดลง
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด อาจทำให้ความดันลดต่ำลงไปอีก
- กรณีรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาขับปัสสาวะ ยาจิตเวชบางชนิด ควรอยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์
หากอาการไม่ลดความรุนแรงลง ผู้ป่วยต้องพบแพทย์ทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลอันตรายถึงชีวิต

ความดันต่ำป้องกันได้ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
แม้ภาวะความดันโลหิตต่ำจะไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่เราสามารถลดความเสี่ยงและดูแลสุขภาพให้สมดุลได้ ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม อาทิเช่น- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่หักโหม การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเสริมสร้างระบบหัวใจและหลอดเลือดให้แข็งแรง ทั้งนี้ ควรเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายโดยไม่หนักจนเกินไป
- พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสม 7 – 9 ชั่วโมงต่อคืน ช่วยให้ระบบประสาทและการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีขึ้น
- ตรวจสุขภาพประจำปี การพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยคัดกรองปัญหาสุขภาพที่อาจเป็นสาเหตุของความดันต่ำ เช่น โรคหัวใจ ต่อมไร้ท่อ หรือโลหิตจางได้
- หลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำหรือขาดสารอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงการอดอาหารโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสภาวะอากาศร้อน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน
แม้ความดันโลหิตต่ำอาจดูไม่ใช่เรื่องน่ากังวลในสายตาของหลายคน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ใส่ใจก็อาจนำไปสู่ภาวะเสี่ยงที่ไม่คาดคิดได้ การรู้เท่าทันอาการ สาเหตุ และวิธีรับมืออย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณดูแลตัวเองได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์ อย่าลืมหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากความใส่ใจในเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนมักมองข้าม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00 - 17:00 น. โทร. 0-2079-0042
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ภิบาลญาติ

ภิบาลญาติ

ภิบาลญาติ

ภิบาลญาติ

ภิบาลญาติ

ภิบาลญาติ
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีอาการอย่างไร? อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักเริ่มจากอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอก รู้จักสัญญาณเตือน สาเหตุ และการตรวจหัวใจเพื่อลดความเสี่ยง

อย่าปล่อยไขมันในเลือดสูงปรี๊ด ถ้าไม่อยากเสี่ยงสารพัดโรค
ไขมันในเลือดสูง ภาวะอันตรายที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังได้ในอนาคต มาเริ่มต้นทำความรู้จักและปรับพฤติกรรม เพื่อลดโอกาสเกิดไขมันในเลือดสูงไปพร้อมกันในบทความนี้

5 โรคหัวใจที่คุณควรรู้ สาเหตุเกิดจากอะไร เช็กอาการเสี่ยงก่อนสาย!
หน้าอก เจ็บหัวใจ เหนื่อยง่าย อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ เช่น ตัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

5 ท่าออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี หัวใจแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง
มาดูแลหัวใจให้แข็งแรง ด้วย 5 ท่าออกกำลังกายบริหารหัวใจ ที่จะช่วยให้หัวใจของคุณมีสุขภาพแข็งแรง รับรองว่าดีต่อร่างกายและดีต่อใจอย่างแน่นอ

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีอาการอย่างไร? อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักเริ่มจากอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอก รู้จักสัญญาณเตือน สาเหตุ และการตรวจหัวใจเพื่อลดความเสี่ยง

อย่าปล่อยไขมันในเลือดสูงปรี๊ด ถ้าไม่อยากเสี่ยงสารพัดโรค
ไขมันในเลือดสูง ภาวะอันตรายที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังได้ในอนาคต มาเริ่มต้นทำความรู้จักและปรับพฤติกรรม เพื่อลดโอกาสเกิดไขมันในเลือดสูงไปพร้อมกันในบทความนี้

5 โรคหัวใจที่คุณควรรู้ สาเหตุเกิดจากอะไร เช็กอาการเสี่ยงก่อนสาย!
หน้าอก เจ็บหัวใจ เหนื่อยง่าย อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ เช่น ตัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

5 ท่าออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี หัวใจแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง
มาดูแลหัวใจให้แข็งแรง ด้วย 5 ท่าออกกำลังกายบริหารหัวใจ ที่จะช่วยให้หัวใจของคุณมีสุขภาพแข็งแรง รับรองว่าดีต่อร่างกายและดีต่อใจอย่างแน่นอ

5 โรคหัวใจที่คุณควรรู้ สาเหตุเกิดจากอะไร เช็กอาการเสี่ยงก่อนสาย!
หน้าอก เจ็บหัวใจ เหนื่อยง่าย อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ เช่น ตัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

5 ท่าออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี หัวใจแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง
มาดูแลหัวใจให้แข็งแรง ด้วย 5 ท่าออกกำลังกายบริหารหัวใจ ที่จะช่วยให้หัวใจของคุณมีสุขภาพแข็งแรง รับรองว่าดีต่อร่างกายและดีต่อใจอย่างแน่นอ

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีอาการอย่างไร? อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักเริ่มจากอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอก รู้จักสัญญาณเตือน สาเหตุ และการตรวจหัวใจเพื่อลดความเสี่ยง

อย่าปล่อยไขมันในเลือดสูงปรี๊ด ถ้าไม่อยากเสี่ยงสารพัดโรค
ไขมันในเลือดสูง ภาวะอันตรายที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังได้ในอนาคต มาเริ่มต้นทำความรู้จักและปรับพฤติกรรม เพื่อลดโอกาสเกิดไขมันในเลือดสูงไปพร้อมกันในบทความนี้