
อย่างที่หลายคนทราบดีว่าร่างกายของคนเรามีระบบต่างๆ ที่คอยทำหน้าที่ปกป้องดูแลไม่ให้เชื้อโรคหรือไวรัสเข้ามาทำลายได้ง่ายๆ “ต่อมน้ำเหลือง” ก็เช่นกัน เพราะเป็นหนึ่งในเนื้อเยื่อของระบบน้ำเหลืองที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย คอยต่อสู้ทำลายเชื้อโรค ดักจับสิ่งแปลกปลอมอย่างแข็งขัน และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย หากต่อมน้ำเหลืองเกิดความผิดปกติ หรือมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต อาจเป็นสัญญาณเตือนจากโรคร้ายแรงได้ ชวนคุณมาทำความเข้าใจโรคต่อมน้ำเหลืองโตให้มากขึ้นที่บทความนี้
ต่อมน้ำเหลืองโต (Lymphadenopathy) เกิดจากอะไร?
ต่อมน้ำเหลืองมีภาวะบวมโตขึ้นอย่างผิดปกติมาจากการที่ร่างกายเกิดความเจ็บป่วย ติดเชื้อ หรือมีความเครียดสะสม เนื่องจากระบบน้ำเหลืองต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกำจัดเชื้อโรค ส่งผลให้เกิดการอักเสบของต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียงตามมา ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ในทุกเพศทุกวัยตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ

ต่อมน้ำเหลืองโตอาการเป็นอย่างไร?
อาการต่อมน้ำเหลืองโตมีความแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงในแต่ละคน ในเบื้องต้นสามารถสังเกตได้ดังนี้
- มีอาการหนาวและอ่อนเพลียเนื่องจากการผลิตฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไป
- ผิวบริเวณที่มีต่อมน้ำเหลืองเกิดการบวม โต แดงขึ้น เช่น ลำคอ รักแร้ ขาหนีบ
- กดบริเวณต่อมน้ำเหลืองโตแล้วรู้สึกเจ็บ
ภาวะต่อมน้ำเหลืองโตเสี่ยงต่อการเกิดโรคใดบ้าง?
เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองโตเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายกำลังเกิดอาการเจ็บป่วย และยังเป็นอาการบ่งชี้ของโรคต่างๆ ได้ดังนี้
- โรคติดเชื้อ เช่น ติดเชื้อไวรัส HIV, EBV, CMV, โรคหัด และติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณหู โพรงจมูกและฟัน ผิวหนัง ต่อมทอนซิล หรือวัณโรค เป็นต้น
- โรคผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น SLE หรือโรคแพ้ภูมิตัวเอง, รูมาตอยด์
- โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งไทรอยด์ หรือการแพร่กระจายของมะเร็งอื่นๆ

ต่อมน้ำเหลืองโตแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์
หากคุณพบว่าร่างกายมีอาการเหล่านี้ อาจตั้งข้อสงสัยได้ว่ากำลังเข้าข่ายภาวะต่อมน้ำเหลืองโตอย่างรุนแรง จึงควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว
- พบก้อนต่อมน้ำเหลืองมากกว่า 2 ตำแหน่ง
- ก้อนต่อมน้ำเหลืองมีขนาดใหญ่กว่า 2 เซนติเมตร
- ต่อมน้ำเหลืองโตขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ยุบหายไปภายใน 1 เดือน
- มีไข้เรื้อรัง น้ำหนักลด เบื่ออาหาร
- ต่อมน้ำเหลืองแข็งและไม่ขยับ กดแล้วไม่เจ็บ
- มีเหงื่อออกตอนกลางคืน
- พบหลายตำแหน่งพร้อมกัน เช่น ที่คอ, รักแร้, ขาหนีบ
การตรวจวินิจฉัยเมื่อรู้สึกมีก้อนที่คอโต หรือต่อมน้ำเหลืองที่คอโตทำอย่างไรบ้าง
เมื่อคุณมาพบแพทย์เพื่อตรวจก้อนที่คอ แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด ในเบื้องต้นอาจมีการทำอัลตราซาวนด์เพื่อดูลักษณะของก้อน แต่เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำที่สุดและคลายความกังวลใจ แพทย์มักจะแนะนำขั้นตอนต่อไปคือเจาะก้อนที่คอไปตรวจ ผ่านการเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine Needle Aspiration - FNA) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่รวดเร็ว ปลอดภัย และเจ็บน้อยมาก เพื่อนำเซลล์จากก้อนไปตรวจหาความผิดปกติโดยตรง
คลายกังวลปัญหาก้อนที่คอโตด้วยการเจาะก้อนที่คอไปตรวจด้วยวิธี FNA
การปล่อยให้ความสงสัยและความกังวลอยู่กับเราไปเรื่อยๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตใจ การตรวจวินิจฉัยที่ชัดเจนและรวดเร็วคือทางออกที่ดีที่สุด โรงพยาบาลวิมุตมีแพ็กเกจเจาะดูดเซลล์โดยการใช้เข็ม FNA (Fine Needle Aspiration) โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้คุณทราบผลเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็วและวางแผนการดูแลสุขภาพต่อไปได้อย่างถูกต้อง
เนื่องจากอาการต่อมน้ำเหลืองโตสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ผู้ป่วยควรให้ความสำคัญกับการสังเกตอาการตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ และควรรีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายอย่างมะเร็งต่อมน้ำเหลืองลงได้ด้วย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00 - 00:00 น. โทร. 0-2079-0030
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ