อันตรายถึงชีวิต! "โรคไข้ดิน" ภัยร้ายใกล้ตัวช่วงหน้าฝน ที่ต้องระวัง

12 ม.ค. 69  | ศูนย์อายุรกรรม
แชร์บทความ      

เมื่อสายฝนโปรยปรายนำความชุ่มชื้นมาสู่ผืนดิน ก็อาจนำพาภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ในดินและน้ำมาด้วย นั่นคือ ‘โรคไข้ดิน’ หรือ ‘โรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis)’ โรคติดเชื้อแบคทีเรียที่ทวีความรุนแรงและพบการระบาดมากขึ้นทุกปีในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย โรคนี้อันตรายอย่างยิ่งในกลุ่มเกษตรกรและผู้ที่มีโรคประจำตัว และที่น่ากังวลคืออาการของโรคมีความหลากหลายคล้ายกับโรคอื่น ทำให้การวินิจฉัยล่าช้า วันนี้เราจึงนำข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณ "รู้ทัน" ภัยเงียบนี้ เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองและครอบครัวได้อย่างถูกวิธี ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

โรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) คืออะไร ? ทำไมจึงอันตราย ?

โรคไข้ดิน หรือโรคเมลิออยโดสิส คือโรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า "เบอร์โคเดอเรีย ซูโดมัลลิไอ" (Burkholderia pseudomallei) ซึ่งเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปในดินและน้ำในพื้นที่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะได้หลายตำแหน่ง เช่น ปอด ตับ ม้าม หรือผิวหนัง ซึ่งหากเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโรคนี้ถึงน่ากลัว

สาเหตุและการติดต่อเชื้อไข้ดินเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร ?

เชื้อไข้ดินไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คน แต่สามารถติดต่อและเข้าสู่ร่างกายของเราผ่าน 3 ช่องทางหลักที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง

  • การสัมผัสผ่านทางผิวหนัง เป็นช่องทางที่พบบ่อยที่สุด โดยเชื้อจะเข้าทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำนานๆ แล้วไปสัมผัสกับดิน หรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ
  • การดื่ม หรือรับประทาน เกิดจากการดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียนี้เข้าไปโดยไม่ผ่านการปรุงสุก
  • การหายใจ เกิดจากการสูดดมหรือหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไป แต่มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีลมพัดแรงๆ

ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยงสูง ?

แม้ทุกคนจะมีความเสี่ยง แต่คนในกลุ่มเหล่านี้ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันตัวเองเป็นทวีคูณ ดังนี้

  • เกษตรกรและผู้ที่ต้องสัมผัสกับดินและน้ำ เช่น ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน กรรมกรก่อสร้าง เป็นต้น
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงสุดหากติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังและโรคเลือด เช่น ธาลัสซีเมีย ที่ต้องให้ความระมัดระวังสูง
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด หรือผู้ที่รับประทานยาสเตียรอยด์เป็นประจำ

ซึ่งกลุ่มเสี่ยงในเหล่าเกษตรกรนี้มักอยู่คลุกคลีกับเชื้อได้มากที่สุด ส่วนกลุ่มที่มีโรคประจำตัวดังกล่าวร่างกายจะไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้โรคมีความรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนปกติอย่างมาก

อาการและสัญญาณเตือนสำคัญของโรคไข้ดิน ที่ต้องสังเกต

ความน่ากลัวอย่างหนึ่งของโรคไข้ดินคือ ‘อาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง’ ทำให้วินิจฉัยได้ยากและอาจดูคล้ายกับโรคอื่นๆ หลายโรค หากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติความเสี่ยงทันที โดยอาการจะแตกต่างกันไปตามลักษณะการติดเชื้อ ดังนี้

1. อาการติดเชื้อไข้ดินที่ผิวหนัง

  • อาจเริ่มจากตุ่มแดงเล็กๆ คล้ายยุงกัด 
  • ตุ่มแดงกลายเป็นแผลอักเสบ หรือฝีหนองเรื้อรังที่ไม่หายขาด 
  • อาจมีอาการปวด บวมแดง ร้อนบริเวณแผล

2. อาการติดเชื้อไข้ดินที่ปอด 

เป็นอาการแสดงออกที่พบบ่อยที่สุด โดยอาการจะคล้ายกับโรคปอดอักเสบ หรือวัณโรค เช่น

  • มีไข้
  • ไอ (อาจมีหรือไม่มีเสมหะ)
  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจหอบเหนื่อย

3. อาการติดเชื้อไข้ดินในกระแสเลือด 

เป็นอาการติดเชื้อไข้ดินที่รุนแรงและอันตรายที่สุดและอาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว โดยผู้ติดเชื้อจะมีอาการ

  • มีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวอย่างรุนแรง
  • หายใจเร็ว ความดันโลหิตตกและอาจนำไปสู่ภาวะช็อก
  • เชื้อสามารถกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ทำให้เกิดฝีในตับ ม้าม หรือมีอาการปวดข้อ ปวดกระดูกได้

วิธีป้องกัน หัวใจสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับโรคไข้ดิน

โรคไข้ดินเป็นโรคที่ "ป้องกันได้" ด้วยหลักการง่ายๆ คือการระมัดระวังและลดการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง ดังคำแนะนำสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ดังนี้

                                                                                                                   

สิ่งที่ควรทำ (Do's)

สิ่งที่ควรเลี่ยง/ห้ามทำ (Don'ts)

สวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ทุกครั้งที่ต้องทำงานลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือสัมผัสดินที่เปียกชื้น

เดินลุยน้ำ ย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่า หรือปล่อยให้บาดแผลสัมผัสกับดินและน้ำสกปร

ดื่มน้ำต้มสุกและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อนเสมอ

ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติโดยตรง เช่น น้ำในคลอง หรือน้ำบ่อ บาดาลที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ

ฆ่าเชื้อ ทำแผลและปิดแผลให้มิดชิด หากมีบาดแผล ควรทำความสะอาดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และปิดแผลให้มิดชิดกันน้ำก่อนลงพื้นที่เสี่ยง

ปล่อยปละละเลยแผลเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่จัดการดูแลทำความสะอาด ปล่อยแผลให้สัมผัสกับสิ่งต่างๆ

รีบไปพบแพทย์ทันที หากมีไข้หลังเข้าข่ายเสี่ยง และต้องแจ้งแพทย์ว่าทำนา ทำสวน สัมผัสดินและน้ำสกปรกมา

ซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง เพราะอาจไม่ตรงกับเชื้อและทำให้การรักษายากขึ้นเนื่องจากเกิดการดื้อยา

รีบทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานที่สัมผัสกับดินและน้ำ

ปล่อยให้เนื้อตัวสกปรกหมักหมมเป็นเวลานาน
 

แนวทางการรักษาโรคไข้ดิน

สำหรับโรคนี้จำเป็นต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานาน และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ห้ามซื้อยากินเองโดยเด็ดขาด โดยการรักษาจะแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกเป็นการให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดในโรงพยาบาล และระยะที่สองเป็นการรับประทานยาปฏิชีวนะต่อเนื่องอีกหลายเดือนเพื่อกำจัดเชื้อให้หมด รวมถึงการรักษาประคับประคองตามอาการและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น

โรคไข้ดิน หรือเมลิออยโดสิส เรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบที่มากับดินและน้ำในช่วงหน้าฝนซึ่งอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะกับเกษตรกรและผู้ป่วยเบาหวาน แต่ก็เป็นโรคที่เราสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงและลงมือปฏิบัติตามหลักการป้องกันง่ายๆ เช่น สวมรองเท้าบูท ดื่มน้ำต้มสุก คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากใครอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและมีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุหลังสัมผัสดินหรือน้ำสกปรก ควรรีบพบแพทย์และแจ้งข้อมูลสำคัญนี้ให้รับทราบเพื่อการรักษาที่ตรงจุด รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 


 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 08.00 - 20.00 น. โทร. 0-2079-0030

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.กรธัช อชิรรุจิกร อายุรศาสตร์โรคเลือด

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.กรธัช
อชิรรุจิกร
อายุรศาสตร์โรคเลือด (Hematologist)

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก

แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด

โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ

รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม