
หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ “คลำเจอก้อนที่คอ” โดยไม่ทันตั้งตัว บางก้อนกดแล้วเจ็บ บางก้อนกลิ้งไปมาได้ หรือบางก้อนอยู่เฉยๆ ไม่ก่อความเจ็บปวด แต่กลับทำให้รู้สึกกังวลว่ามันคืออะไรกันแน่ ? จะเป็นเพียงต่อมน้ำเหลืองโตชั่วคราว หรืออาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอย่าง มะเร็งไทรอยด์
สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจว่าก้อนที่คอมีสาเหตุได้หลากหลาย ตั้งแต่โรคที่ไม่อันตรายและรักษาได้ง่าย ไปจนถึงโรคที่ต้องรีบรักษาโดยด่วน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าก้อนที่คอเกิดจากอะไรบ้าง ? และก้อนที่คอแบบไหนอันตราย เมื่อไรที่ควรไปพบแพทย์ พร้อมแนะแนวทางการตรวจวินิจฉัยที่ช่วยให้คุณมั่นใจได้มากขึ้น
รู้ทัน ก้อนที่คอเกิดจากอะไร ก้อนแบบไหนที่อันตราย ?
เพราะไม่ใช่ทุกก้อนที่คอจะน่ากลัว แต่บางก้อนอาจบ่งบอกถึงโรคที่ต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์ การทำความเข้าใจสาเหตุและลักษณะของก้อนที่พบเจอเบื้องต้นจะช่วยให้ประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจเข้ารับการตรวจได้อย่างเหมาะสม โดยทั่วไปก้อนที่คอสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
1. ก้อนที่คอที่มีตั้งแต่กำเนิด (Congenital Neck Masses)
ก้อนกลุ่มนี้มักพบตั้งแต่อายุยังน้อย มักอยู่กับที่มานาน ไม่โตเร็วในระยะเวลาสั้นๆ หากติดเชื้ออาจทำให้กดเจ็บได้ แต่โดยทั่วไปไม่ใช่ก้อนอันตราย บางคนอาจไม่เคยสังเกตจนกระทั่งก้อนโตขึ้นในวัยผู้ใหญ่ โดยเกิดจากความผิดปกติในพัฒนาการของทารกในครรภ์ เช่น
- ซีสต์ไทรอยด์กลอสซัล (Thyroglossal duct cyst) ลักษณะเป็นก้อนนิ่ม ยืดหยุ่น และมักไม่เจ็บ พบบริเวณ กลางลำคอหรือใต้กระดูกขากรรไกร และมักเคลื่อนขึ้นลงตามการกลืนหรือแลบลิ้น มีสาเหตุเกิดจากท่อไทรอยด์กลอสซัลไม่ฝ่อไปตามปกติ ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำคงอยู่บริเวณกลางคอ โดยปกติไม่ทำให้กลืนหรือหายใจลำบาก แต่ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่หรือเกิดการติดเชื้อ อาจทำให้บวม แดง เจ็บ หรือมีอาการกลืนลำบากร่วมด้วย
- ก้อนถุงน้ำที่คอ (Branchial cleft cyst) ก้อนมีลักษณะนิ่ม ยืดหยุ่น และขยับได้เล็กน้อย มักพบบริเวณด้านข้างของลำคอ สาเหตุเกิดจากการพัฒนาที่ผิดปกติบริเวณร่องคอในระยะตัวอ่อน โดยทั่วไปก้อนที่คอลักษณะนี้จะไม่เจ็บปวด แต่หากเกิดการติดเชื้อก้อนอาจบวม แดง และกดเจ็บได้
2. ก้อนที่คอจากการติดเชื้อหรืออักเสบ (Inflammatory Masses)
ก้อนประเภทนี้มักสัมพันธ์กับการติดเชื้อเฉียบพลัน มีอาการปวด บวม แดงและกดเจ็บ แต่ส่วนใหญ่เมื่อรักษาการติดเชื้อแล้วก้อนมักยุบเล็กลง พบได้บ่อยที่สุดในเด็กและวัยรุ่น เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อ ทำให้ต่อมน้ำเหลืองหรือเนื้อเยื่อบริเวณคอบวมโตขึ้น เช่น
- ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Reactive lymph node) มักเป็นก้อนนุ่ม กดเจ็บ ขยับได้ พบได้บริเวณคอทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ใต้กราม หรือรอบหู ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสาเหตุของการติดเชื้อ ซึ่งมักเกิดหลังการติดเชื้อหวัด คออักเสบ หรือฟันผุ ส่วนใหญ่จะหายเองภายใน 2 - 4 สัปดาห์ หลังได้รับการรักษาอาการติดเชื้อ
- ฝี เป็นก้อนที่เกิดจากการติดเชื้อรุนแรงจนมีการสะสมของหนองใต้ผิวหนัง มักพบบริเวณใต้ผิวหนังคอ ใกล้ต่อมน้ำเหลือง ลักษณะบวมแดง ร้อน กดเจ็บมาก และอาจทำให้ผู้ป่วยมีไข้ หนาวสั่น
- ต่อมน้ำลายอักเสบ เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำลายหรือการติดเชื้อ ก้อนจะโตขึ้นเวลาเคี้ยวอาหาร มักพบบริเวณข้างกรามหรือใต้คาง และจะโตขึ้นเวลาเคี้ยวอาหาร กดเจ็บ รวมทั้งอาจมีน้ำลายปนหนองได้

3. ก้อนที่คอจากเนื้องอก (Tumors)
ก้อนที่คอจากเนื้องอกมักมีลักษณะโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แข็ง และไม่มีอาการเจ็บ ทำให้สังเกตได้ชัดเจน การพิจารณา ตำแหน่ง ลักษณะ และอัตราการเติบโตของก้อนจะช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและแยกประเภทของเนื้องอกได้ เช่น
- เนื้องอกต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma) ลักษณะเป็นก้อนแข็ง ขอบชัด และไม่เจ็บปวด บางครั้งอาจพบหลายก้อนพร้อมกัน มักพบบริเวณคอด้านข้าง ใต้กราม หรือเหนือกระดูกไหปลาร้า และจะมีขนาดโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบว่าก้อนโตเร็ว ร่วมกับมีอาการไข้ น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย อาจเป็นสัญญาณของมะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันที
- คอพอก (Goiter) เป็นก้อนที่เกิดจากภาวะต่อมไทรอยด์โตผิดปกติทั้งต่อมหรือหลายต่อม มักพบบริเวณด้านหน้าของคอ ส่วนใหญ่ไม่อันตรายและสัมพันธ์กับการทำงานของต่อมไทรอยด์ แต่ในบางกรณีอาจพบความผิดปกติร่วม เช่น ก้อนไทรอยด์ชนิดมะเร็ง จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์
- ก้อนไทรอยด์ (Thyroid nodule) เป็นก้อนที่พบบ่อยบริเวณด้านหน้าของคอ ซึ่งสามารถขยับขึ้นลงได้เมื่อกลืนอาหาร ถ้าเป็นก้อนเนื้องอกธรรมดาที่ไม่เป็นอันตราย ส่วนใหญ่จะนิ่ม ยืดหยุ่น ไม่เจ็บ และอาจสัมพันธ์กับคอพอก แต่หากเป็นก้อนที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมักโตเร็ว แข็ง กดเจ็บ และเคลื่อนที่น้อย บางรายอาจมีอาการร่วม เช่น กลืนลำบาก เสียงแหบ หรือหายใจติดขัด ซึ่งควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดทันที
4. ก้อนที่คอจากมะเร็ง (Cancers)
ก้อนที่คอประเภทนี้เป็นกลุ่มที่ควรระวังมากที่สุด เนื่องจากอาจเป็นก้อนที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง อาการส่วนใหญ่จะไม่เจ็บ แต่ก้อนโตต่อเนื่อง ไม่ยุบเอง และอาจมีอาการร่วม เช่น กลืนลำบาก หายใจติดขัด น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย เช่น
- มะเร็งต่อมไทรอยด์ (Thyroid Cancer) เป็นก้อนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของต่อมไทรอยด์จนกลายเป็นมะเร็ง มักพบบริเวณลำคอส่วนล่าง มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เคลื่อนที่น้อยเวลากลืน ส่วนใหญ่กดไม่เจ็บและโตเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้
- มะเร็งแพร่กระจาย (Metastatic lymph node) ก้อนมีลักษณะแข็งมาก ยึดติดกับเนื้อเยื่อรอบๆ ขยับไม่ได้ อาจโตเร็ว และมักพบในผู้ป่วยที่มีมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ
สรุปสาเหตุก้อนที่คอแต่ละประเภท
ประเภทก้อน |
ลักษณะก้อน |
อาการ |
บ่งบอกโรคที่เป็นไปได้ |
ก้อนที่มีสาเหตุตั้งแต่กำเนิด |
สาเหตุ |
ก้อนอยู่กลางคอหรือด้านข้าง มักนิ่ม เคลื่อนไหวตามการกลืนหรือแลบลิ้น |
ส่วนใหญ่ไม่เจ็บ อาจบวมแดง กดเจ็บเมื่อติดเชื้อ |
- ซีสต์ท่อไทรอยด์กลอสซัล - ก้อนถุงน้ำที่คอ |
ปกติไม่น่ากังวล แต่หากกดแล้วเจ็บมาก ควรพบแพทย์ |
ก้อนจากการติดเชื้อหรืออักเสบ |
ก้อนนิ่ม ขยับได้ บวมแดง ร้อน กดเจ็บชัด |
อาจมีไข้ เจ็บคอ หรือบวมบริเวณใกล้เคียง |
- ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ - ฝีที่คอ - ต่อมน้ำลายอักเสบ |
หากก้อนไม่ยุบเองภายใน 1 - 2 สัปดาห์ควรพบแพทย์ |
ก้อนที่คอจากเนื้องอก |
ก้อนแข็ง ขอบชัด กดแล้วไม่เจ็บปวด |
มักไม่แสดงอาการเด่นชัด |
- เนื้องอกต่อมน้ำเหลือง - คอพอก - ก้อนในต่อมไทรอยด์ |
หากมีไข้ น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลีย ควรพบแพทย์ทันที |
ก้อนที่คอจากมะเร็ง |
ก้อนแข็ง ขอบชัด มักไม่เจ็บ ขยับไม่ได้ หรือโตเร็ว |
อาจมีเสียงแหบ กลืนลำบาก หายใจติดขัด น้ำหนักลด |
- มะเร็งไทรอยด์ - มะเร็งต่อมน้ำเหลือง - มะเร็งที่กระจายมาที่ต่อมน้ำเหลืองคอ |
ควรพบแพทย์ทันที |
การตรวจวินิจฉัยก้อนที่คอ ทำอย่างไร ?
หากคลำเจอก้อนที่คอไม่ควรชะล่าใจ เพราะแม้บางก้อนจะไม่ร้ายแรงแต่ก็ไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่าเท่านั้น การตรวจโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น โดยทั่วไปมีขั้นตอนดังนี้
- ซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามรายละเอียด เช่น ระยะเวลาที่พบก้อน การเปลี่ยนแปลงของก้อน ประวัติครอบครัวเกี่ยวกับมะเร็ง รวมถึงตรวจคลำเพื่อตรวจสอบขนาด ความแข็ง และการเคลื่อนไหวของก้อนที่พบ
- การตรวจอัลตราซาวนด์ โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงสร้างภาพของก้อนที่พบ ซึ่งช่วยบอกได้ว่าก้อนเป็นถุงน้ำหรือก้อนเนื้อ มีขอบเขตอย่างไรและสัมพันธ์กับอวัยวะใดในคอ
- การเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มเล็ก (Fine Needle Aspiration: FNA) เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปในก้อนเพื่อดูดเอาเซลล์มาตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งถือเป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยแยกได้อย่างแม่นยำว่าเป็นก้อนเนื้องอกธรรมดาหรือมะเร็ง
>> แนะนำแพ็กเกจเจาะดูดเซลล์โดยการใช้เข็ม FNA Fine Needle Aspiration จากโรงพยาบาลวิมุต <<
หากคุณพบก้อนที่คอแล้วรู้สึกกังวล หรืออยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง การเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็ม FNA เป็นทางเลือกการตรวจวินิจฉัยที่ปลอดภัยและแม่นยำ ที่โรงพยาบาลวิมุต เราพร้อมดูแลผู้ป่วยทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินเบื้องต้นจนถึงขั้นตอนการเจาะดูดเซลล์เพื่อหาสาเหตุ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบุคลากรทางการแพทย์ผู้ชำนาญการ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย ปลอดภัย และแม่นยำ
การคลำเจอ “ก้อนที่คอ” ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ กดแล้วเจ็บหรือไม่เจ็บล้วนไม่ควรเพิกเฉย เพราะอาจเป็นได้ทั้งโรคธรรมดาที่หายเองได้หรือโรคร้ายแรงอย่างมะเร็งไทรอยด์ การสังเกตลักษณะของก้อนร่วมกับอาการอื่นๆ สามารถช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้สามารถหาสาเหตุที่แท้จริง วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม และดูแลสุขภาพได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00-20:00 น. โทร. 0-2079-0050
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

ภูมิแพ้อากาศ น้ำมูกไหล คันจมูก จามบ่อย มีวิธีรักษาอย่างไร?
วิธีรักษาเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา จามบ่อยๆ อาจมีสาเหตุจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือช่วงที่มีค่าฝุ่นPm 2.5 สูงๆ รับมือเบื้องต้นง่ายๆ กับเรา

อาการ บ้านหมุน เวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม วิธีแก้ได้อย่างไร?
อาการ บ้านหมุน หรืออาการเวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม ทรงตัวไม่อยู่ มีสาเหตุการเกิดได้หลายปัจจัย แต่จะมีวิธีการดูแลหรือแก้ให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง เรามีคำตอบ

เวียนหัว บ้านหมุน เหมือนจะอาเจียน ใช่อาการหินปูนในหูเคลื่อนหรือไม่
โรคหินปูนในหูเคลื่อน อีกหนึ่งสาเหตุยอดฮิตของผู้ที่มักมีอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน เสียการทรงตัว เช็กพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคพร้อมวิธีดูแลเมื่อเกิดอาการที่ถูกต้องได้ที่นี่

เปลี่ยนท่านอนให้ถูกต้อง ลดปัญหาสุขภาพ หลับสบาย
การนอนท่านอนที่ถูกต้องช่วยเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดของร่างกายและทำให้หลับลึก หลับสบาย เพิ่มประสิทธิภาพการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เช็กท่านอนที่เหมาะสมพร้อมกันที่นี่

ภูมิแพ้อากาศ น้ำมูกไหล คันจมูก จามบ่อย มีวิธีรักษาอย่างไร?
วิธีรักษาเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา จามบ่อยๆ อาจมีสาเหตุจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือช่วงที่มีค่าฝุ่นPm 2.5 สูงๆ รับมือเบื้องต้นง่ายๆ กับเรา

อาการ บ้านหมุน เวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม วิธีแก้ได้อย่างไร?
อาการ บ้านหมุน หรืออาการเวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม ทรงตัวไม่อยู่ มีสาเหตุการเกิดได้หลายปัจจัย แต่จะมีวิธีการดูแลหรือแก้ให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง เรามีคำตอบ

เวียนหัว บ้านหมุน เหมือนจะอาเจียน ใช่อาการหินปูนในหูเคลื่อนหรือไม่
โรคหินปูนในหูเคลื่อน อีกหนึ่งสาเหตุยอดฮิตของผู้ที่มักมีอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน เสียการทรงตัว เช็กพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคพร้อมวิธีดูแลเมื่อเกิดอาการที่ถูกต้องได้ที่นี่

เปลี่ยนท่านอนให้ถูกต้อง ลดปัญหาสุขภาพ หลับสบาย
การนอนท่านอนที่ถูกต้องช่วยเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดของร่างกายและทำให้หลับลึก หลับสบาย เพิ่มประสิทธิภาพการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เช็กท่านอนที่เหมาะสมพร้อมกันที่นี่

เวียนหัว บ้านหมุน เหมือนจะอาเจียน ใช่อาการหินปูนในหูเคลื่อนหรือไม่
โรคหินปูนในหูเคลื่อน อีกหนึ่งสาเหตุยอดฮิตของผู้ที่มักมีอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน เสียการทรงตัว เช็กพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคพร้อมวิธีดูแลเมื่อเกิดอาการที่ถูกต้องได้ที่นี่

เปลี่ยนท่านอนให้ถูกต้อง ลดปัญหาสุขภาพ หลับสบาย
การนอนท่านอนที่ถูกต้องช่วยเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดของร่างกายและทำให้หลับลึก หลับสบาย เพิ่มประสิทธิภาพการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เช็กท่านอนที่เหมาะสมพร้อมกันที่นี่

ภูมิแพ้อากาศ น้ำมูกไหล คันจมูก จามบ่อย มีวิธีรักษาอย่างไร?
วิธีรักษาเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา จามบ่อยๆ อาจมีสาเหตุจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือช่วงที่มีค่าฝุ่นPm 2.5 สูงๆ รับมือเบื้องต้นง่ายๆ กับเรา

อาการ บ้านหมุน เวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม วิธีแก้ได้อย่างไร?
อาการ บ้านหมุน หรืออาการเวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม ทรงตัวไม่อยู่ มีสาเหตุการเกิดได้หลายปัจจัย แต่จะมีวิธีการดูแลหรือแก้ให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง เรามีคำตอบ
แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจเจาะดูดเซลล์โดยการใช้เข็ม FNA Fine Needle Aspiration
9,990 บาท
