ไข้ทับระดู อาการเป็นยังไง อันตรายไหม ? เช็กสัญญาณผิดปกติช่วงมีประจำเดือน

21 พ.ค. 69  | สูตินรีเวช
แชร์บทความ      

ในช่วงที่มีประจำเดือน ผู้หญิงหลายคนอาจรู้สึกไม่สบายตัวมากกว่าปกติ เช่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว หรือมีไข้เล็กน้อย จนทำให้หลายคนเรียกอาการลักษณะนี้ว่า “ไข้ทับระดู” แม้ในทางการแพทย์จะไม่ได้ใช้คำนี้เป็นชื่อโรคโดยตรง แต่อาการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงมีประจำเดือน หรืออาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้เช่นกัน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าไข้ทับระดูคืออะไร มีอาการอย่างไร และอาการแบบไหนที่ควรระวัง เพื่อให้ผู้หญิงสามารถสังเกตความผิดปกติของร่างกายและดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสมในช่วงมีประจำเดือน

ไข้ทับระดู คือ อาการไม่สบายตัวในช่วงมีประจำเดือน ส่วนใหญ่เกิดจาก Prostaglandins ที่ร่างกายหลั่งออกมาเพื่อกระตุ้นการหดตัวของมดลูก สารเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตัว คลื่นไส้ และมีไข้ต่ำๆ ได้ในบางราย โดยไม่จำเป็นต้องเกิดจากการติดเชื้อ ในบางกรณีอาการไข้ทับระดูอาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ เช่น การติดเชื้อในมดลูกหรืออุ้งเชิงกราน ซึ่งเป็นภาวะอันตรายเนื่องจากในช่วงมีประจำเดือน มูกปากมดลูกที่ทำหน้าที่ป้องกันการติดเชื้อจะลดลง ทำให้ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อขึ้นสู่อุ้งเชิงกรานมีเพิ่มขึ้น โดยปากมดลูกเปิดออกเล็กน้อยซึ่งถือเป็นช่วงที่ควรรักษาสุขอนามัยให้ดีเป็นพิเศษ

รู้ทันสัญญาณ ไข้ทับระดู อาการเป็นยังไง ?
อาการของไข้ทับระดูมักเกิดขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือนหรือก่อนมีประจำเดือนไม่นาน โดยเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ผู้หญิงบางคนรู้สึกไม่สบายตัวและมีอาการคล้ายไข้หวัด ซึ่งอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน เช่น

  • มีไข้ หรือรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ คล้ายไข้หวัด
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
  • ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ
  • ปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดหลัง
  • ปวดท้องน้อยร่วมกับอาการปวดประจำเดือน
  • คลื่นไส้ หรือเบื่ออาหาร

โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นชั่วคราวในช่วงมีประจำเดือน และมักจะดีขึ้นเมื่อระดับฮอร์โมนในร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ

อาการไข้ทับระดูแบบไหนอันตราย ควรรีบพบแพทย์ ?
แม้ว่าอาการไข้ทับระดูบางกรณีจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามธรรมชาติ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน (Pelvic Infection) หรือความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • มีไข้หนาวสั่น หรือมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส 
  • ปวดท้องน้อยรุนแรง ปวดบิด หรือปวดต่อเนื่อง
  • มีตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นแรง หรือมีสีผิดปกติ เช่น สีเขียวหรือเหลือง
  • มีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน
  • มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนเพลียมาก

ไขข้อสงสัย ไข้ทับระดู ห้ามกินอะไรบ้าง ?

หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อว่าเมื่อเป็นไข้ทับระดูควรหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด เช่น อาหารเย็น ของดอง หรืออาหารบางประเภท อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาหารเหล่านี้เป็นสาเหตุโดยตรงของไข้ทับระดู แต่การรับประทานอาหารบางชนิดอาจทำให้อาการไม่สบายตัวรุนแรงขึ้นได้ เช่น

  • อาหารรสจัดหรือเผ็ดมาก อาจกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองทางเดินอาหาร ส่งผลให้ยิ่งปวดท้องหรือท้องเสียเพิ่มมากขึ้น
  • อาหารที่มีไขมันสูง อาจทำให้รู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด หรืออ่อนเพลียมากขึ้น
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ หรือชาเข้มข้น เพราะคาเฟอีนอาจทำให้ใจสั่นหรือส่งผลให้ปวดศีรษะเพิ่มขึ้น
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาจรบกวนสมดุลของฮอร์โมนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ ส่งผลให้มีอาการอ่อนเพลียและปวดตัวมากขึ้นได้

ในช่วงมีประจำเดือนจึงควรเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักผ่อนอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น

ไข้ทับระดูกินยาอะไร รักษาอย่างไรได้บ้าง ?

การใช้ยารักษาไข้ทับระดูขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการ โดยทั่วไปบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ด้วยการใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร ได้แก่

  • ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล เพื่อช่วยลดไข้และบรรเทาอาการปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยตัว
  • ยาบรรเทาอาการปวดประจำเดือน กลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือมีเฟนนามิค แอซิด  (Mefenamic Acid) โดยหนึ่งในยี่ห้อที่หลายคนรู้จักคือ พอนสแตน (Ponstan) ซึ่งจะไปออกฤทธิ์ยับยั้งสาร Prostaglandins ที่เป็นตัวกระตุ้นกลไกหลักของอาการ จึงช่วยลดอาการปวดท้องน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ยาปฏิชีวนะ หากมีการติดเชื้อแพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม 

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรซื้อยามารับประทานเองโดยไม่ทราบสาเหตุของอาการ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ เพราะการใช้ยาไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหรือดื้อยาได้ และหากมีไข้สูงหรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาอย่างถูกต้อง

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีไข้ทับระดู ควรทำอะไรบ้าง ?

หากมีอาการไข้ทับระดู สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการและฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้น ดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนหลับให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก เพราะร่างกายต้องการพลังงานในการฟื้นตัวช่วงมีประจำเดือน
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของภาวะขาดน้ำ และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดีขึ้น
  • ประคบอุ่น ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณท้องน้อยหรือหลังส่วนล่าง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดอาการปวดเกร็ง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่าย เช่น อาหารอุ่นๆ ผัก ผลไม้ และโปรตีนที่ย่อยง่าย เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศอย่างเหมาะสม ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยเป็นประจำทุกๆ 3-4 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย และหลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะอาจทำให้สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียไป


แม้ไข้ทับระดูจะเป็นอาการที่ผู้หญิงบางคนอาจพบได้ในช่วงมีประจำเดือน และส่วนใหญ่มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรมองข้ามการสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการไข้สูง ปวดท้องน้อยรุนแรง ตกขาวผิดปกติ หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการดูแลอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันการใส่ใจสุขภาพของตนเอง เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้คุณผู้หญิงสามารถรับมือกับอาการไข้ทับระดูได้อย่างปลอดภัยและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน

เวลาทำการ 07:00-20:00 น. โทร. 0-2079-006

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.กษิติ เที่ยงธรรม แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา มะเร็งวิทยานรีเวช การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?

ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง

เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค

แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

อ่านเพิ่มเติม