
เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน อุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้หลายคนรู้สึกอยากออกไปเที่ยวทะเล เดินทางพักผ่อน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ในขณะเดียวกัน อากาศร้อนก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มาพร้อมกับ ‘โรคหน้าร้อน’ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหลายโรคสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายหรือมีอาการรุนแรงขึ้นในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในประเทศไทยที่อากาศร้อนชื้นเป็นพิเศษ บทความนี้จะพาไปรู้จักกับโรคที่ควรระวังในช่วงหน้าร้อน พร้อมสาเหตุและอาการเบื้องต้น เพื่อให้คุณและคนที่คุณรักสามารถป้องกันตัวเองได้อย่างปลอดภัยตลอดทั้งฤดู
10 โรคที่มากับหน้าร้อน รู้ให้ทัน… ป้องกันได้
ฤดูร้อนอาจเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ก็เป็นช่วงที่หลายโรคแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าปกติ หากไม่ดูแลสุขภาพให้ดีอาจเกิดอาการเจ็บป่วยจนกระทบต่อการใช้ชีวิตได้จากโรคในฤดูร้อน ดังนี้
1. พิษสุนัขบ้า (Rabies)
สาเหตุ: เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies virus) ซึ่งอยู่ในน้ำลายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว หรือค้างคาว โดยเฉพาะสัตว์ที่ไม่ได้รับวัคซีน หากถูกกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผล เชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายและแพร่ไปยังระบบประสาทได้
อาการ: เริ่มจากมีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ต่อมามีอาการทางระบบประสาท เช่น กลัวน้ำ น้ำลายไหล กล้ามเนื้อกระตุก และอาจเสียชีวิตในระยะสุดท้าย
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์จรจัด ฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยง หากถูกกัดหรือข่วนให้ล้างแผลทันทีด้วยสบู่และน้ำ แล้วรีบพบแพทย์โดยทันที
2. อาหารเป็นพิษ (Food Poisoning)
สาเหตุ: โรคยอดฮิตในช่วงฤดูร้อน มักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษ เช่น อาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารที่สัมผัสกับมือหรือภาชนะไม่สะอาด หรืออาหารที่วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน จนเชื้อโรคเจริญเติบโตได้
อาการ: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลวบ่อยครั้ง ในบางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย
การป้องกัน: รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ล้างวัตถุดิบให้สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารจากแหล่งที่ไม่สะอาด และเก็บอาหารในตู้เย็นทันทีหลังรับประทาน

3. โรคท้องร่วง ท้องเสีย (Diarrhea)
สาเหตุ: เกิดจากการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือพยาธิ ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่สะอาด รวมถึงพฤติกรรมสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม เช่น ล้างมือไม่สะอาดก่อนรับประทานอาหารหรือหลังเข้าห้องน้ำ กระทั่งส่งผลให้เชื้อโรคเข้าสู่ระบบทางเดินอาหาร
อาการ: ถ่ายเหลวหรือถ่ายบ่อยครั้งเกิน 3 ครั้งต่อวัน อาจมีอาการปวดท้อง ปวดเกร็ง คลื่นไส้ หรือมีไข้ร่วมด้วย
การป้องกัน: หมั่นล้างมือให้สะอาด เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกและน้ำดื่มที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว หากมีอาการขาดน้ำควรดื่มน้ำเกลือแร่สำหรับท้องเสีย เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป
4. โรคบิด (Dysentery)
สาเหตุ: มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น Shigella หรือเชื้อปรสิตอย่างอะมีบา (Entamoeba histolytica) ซึ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อโรค โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยไม่ดี
อาการ: ถ่ายเป็นมูกเลือด ปวดเบ่ง ปวดท้องรุนแรง และอาจมีไข้ร่วมด้วย
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ หรือจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
5. ไทฟอยด์ (Typhoid Fever)
สาเหตุ: เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Salmonella Typhi ซึ่งแพร่กระจายผ่านอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ มักพบในพื้นที่ที่มีสุขอนามัยต่ำ ระบบน้ำประปาไม่สะอาด หรือการปรุงอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
อาการ: มีไข้สูงเรื้อรัง ปวดศีรษะ ปวดท้อง ท้องผูกหรือท้องเสีย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ในบางรายอาจมีผื่นแดงร่วมด้วย
การป้องกัน: รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด หมั่นล้างมือบ่อยๆ และควรรับวัคซีนป้องกันหากต้องเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง

6. อหิวาตกโรค (Cholera)
สาเหตุ: เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae ซึ่งเข้าสู่ร่างกายผ่านการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค มักพบในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำสะอาด และเชื้อสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนหรือช่วงที่มีน้ำท่วม
อาการ: ผู้ป่วยจะถ่ายเหลวคล้ายน้ำซาวข้าวจำนวนมาก อาเจียน และอาจเกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นช็อกและเสียชีวิต
การป้องกัน: ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวดปิดสนิท หลีกเลี่ยงอาหารดิบ ล้างมือก่อนกินอาหารและหลังใช้ห้องน้ำ และหากมีอาการควรรีบพบแพทย์ทันที
7. ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A)
สาเหตุ: เป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูร้อน เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอผ่านทางอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโดยตรง เช่น การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน หรือการดูแลผู้ป่วย
อาการ: ผู้ป่วยที่ติดเชื้อมักจะมีอาการคลื่นไส้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตัวเหลือง ตาเหลือง และปวดชายโครงด้านขวา
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดิบ โดยเฉพาะหอยนางรม รวมถึงล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และพิจารณาฉีดวัคซีนหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
8. ผิวไหม้แดด (Sunburn)
สาเหตุ: เกิดจากการสัมผัสแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานานโดยไม่มีการป้องกัน รังสี UV จากแสงแดดจะทำลายผิวหนัง ทำให้เกิดการอักเสบ แดง ร้อน และเจ็บบริเวณผิวหนัง
อาการ: ผิวแดง แสบ ร้อน อาจลอกหรือพองในภายหลัง หากรุนแรงอาจมีไข้ร่วมด้วย
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงแดดจัด ทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำ หรือสวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายจากรังสียูวี

9. ลมแดด (Heat Exhaustion)
สาเหตุ: เกิดจากการอยู่กลางแดดจัด หรือในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป ทำให้ไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ร่างกายเริ่มมีอาการอ่อนเพลียจากความร้อน ภาวะนี้ถือเป็นสัญญาณเตือน ก่อนที่อาการจะรุนแรงและพัฒนาไปเป็น ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายถึงชีวิต
อาการ: เหงื่อออกมาก อ่อนเพลีย คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ตัวร้อน วูบ หรือหมดแรง
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดดจัด ดื่มน้ำให้เพียงพอ สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และพักในที่ร่มเมื่อรู้สึกไม่สบาย
10. ฮีทสโตรก (Heat Stroke)
สาเหตุ: เกิดจากภาวะที่ร่างกายสะสมความร้อนมากเกินไปอย่างรุนแรง มักเป็นผลต่อเนื่องจากภาวะลมแดด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วอาจทำให้ระบบควบคุมอุณหภูมิในร่างกายล้มเหลว และนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ฮีทสโตรกจึงถือเป็นโรคหน้าร้อนที่อันตรายอันดับต้น ๆ
อาการ: ตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออก หน้าแดง หายใจเร็ว ชีพจรเต้นแรง อาจมีอาการสับสน มึนงง หรือหมดสติ
การป้องกัน: หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน สวมหมวก เสื้อผ้าบางเบา และหมั่นดื่มน้ำบ่อยๆ หากมีอาการควรพาผู้ป่วยไปที่ร่ม และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
แม้ฤดูร้อนจะเป็นช่วงเวลาสำหรับการท่องเที่ยวและทำกิจกรรมต่างๆ แต่ก็อย่าลืมว่าอากาศร้อนก็อาจมาพร้อมความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่สะอาด ดื่มน้ำให้เพียงพอ หมั่นล้างมือ รวมถึงหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดและอากาศร้อนเป็นเวลานาน จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหน้าร้อนต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากพบว่ามีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่าอาจเกิดจากโรคที่มากับหน้าร้อน ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสมในทันที เพราะสุขภาพที่ดีในทุกฤดูกาล เริ่มต้นได้จากการรู้เท่าทันและใส่ใจตัวเองในทุกๆ วัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00 - 24:00 น. โทร. 0-2079-0030
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด
โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก
แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด
โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก
แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก
แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด
โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ
รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน