ตอบทุกเรื่องยาคุมกำเนิดแบบไม่มีกั๊ก ที่สาวๆ อยากรู้ แต่ไม่กล้าถามใคร

ยาคุมกำเนิดเป็นอีกหนึ่งเรื่องใกล้ตัวของผู้หญิงเรา แต่หลายครั้งการจะเริ่มกินยาคุมก็มักมาพร้อมความสงสัยและความเชื่อที่อาจคลาดเคลื่อน การมีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยให้ใช้ยาคุมได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด บทความนี้รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่กระชับและเข้าใจง่าย เพื่อให้ตัดสินใจเรื่องยาคุมได้อย่างมั่นใจ
ทำความรู้จักยาคุมกำเนิด คืออะไร
Q: ยาคุมกำเนิด คืออะไร หลักการทำงานอย่างไร?
A: ยาคุมกำเนิด คือ ยาที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจนและโปรเจสตินหรือโปรเจสตินอย่างเดียว) ใช้เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ โดยออกฤทธิ์หลัก 3 อย่างคือ
- ยับยั้งการตกไข่
- ทำให้มูกปากมดลูกข้นขึ้น อสุจิว่ายผ่านได้ยาก
- ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง ไม่เหมาะต่อการฝังตัวของตัวอ่อน
Q: ยาคุมกำเนิดมีกี่แบบ ?
A: ยาคุมกำเนิดนั้นมีหลายรูปแบบ แบ่งตามรูปแบบการใช้งานได้ดังนี้
- ยาคุมกำเนิดแบบเม็ด เป็นยาคุมกำเนิดแบบที่ต้องกินทุกวัน มีทั้งรูปแบบ 21 เม็ด และ 28 เม็ด
- ยาคุมกำเนิดแบบฉีด ฉีดทุก 1 หรือ 3 เดือน
- ยาคุมกำเนิดแบบแผ่นแปะ 1 แผ่น อยู่ได้นาน 1 สัปดาห์
- ยาคุมกำเนิดแบบฝัง หลอดฮอร์โมนเล็กๆ ฝังไว้ใต้ท้องแขนด้านใน สามารถคุมกำเนิดได้นาน 3-5 ปี
- ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินเท่านั้น
Q: ยาคุมกำเนิดมีกี่ชนิด ?
A: ยาเม็ดคุมกำเนิดแบ่งตามฮอร์โมนได้ 3 แบบ
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสติน เป็นชนิดที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด มีทั้งแบบแผง 21 เม็ด และ 28 เม็ด
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Minipill) มีฮอร์โมนโปรเจสตินเพียงอย่างเดียว เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตร หรือผู้ที่มีข้อห้ามในการใช้เอสโตรเจน
- ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน เป็นยาฮอร์โมนขนาดสูง ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นวิธีคุมกำเนิดปกติ

คำแนะนำวิธีการใช้ยาคุมกำเนิด
Q: เริ่มกินยาคุมกำเนิดตอนไหน?
A: แนะนำให้เริ่มภายใน 5 วันแรกของประจำเดือน (นับวันแรกที่ประจำเดือนมาเป็นวันที่ 1) จะสามารถออกฤทธิ์คุมกำเนิดได้ทันที หลังจากนั้นก็กินต่อเนื่องทุกวัน วันละ 1 เม็ด ในเวลาเดิม หรือใกล้เคียงกันที่สุด
Q: ลืมกินยาคุมกำเนิดต้องทำอย่างไร?
A: ลืม 1 เม็ด (นึกได้ใน 24–48 ชม.)
→ กินเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ แล้วกินเม็ดของวันนั้นตามเวลาปกติ (วันนั้นจะกิน 2 เม็ด)
→ ไม่จำเป็นต้องคุมกำเนิดเสริม
ลืม ≥ 2 เม็ด
→ กินเฉพาะ “เม็ดล่าสุดที่ลืม” แล้วกินต่อเวลาปกติ (ทิ้งเม็ดที่ลืมก่อนหน้านั้น)
→ ต้องใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย 7 วัน
Q: กินยาคุมกี่วันถึงปล่อยในได้ ?
A: ถ้าเริ่มกินยาในช่วง 1-5 วันแรกของประจำเดือนจะสามารถป้องกันได้ทันที แต่เพื่อความมั่นใจสูงสุด แนะนำให้กินยาติดต่อกันครบ 7 วันก่อนมีเพศสัมพันธ์ (แต่ถุงยางยังจำเป็นต่อการป้องกันโรค)
Q: ถ้ากินยาคุมแล้วอาเจียนหรือท้องเสียรุนแรง ทำอย่างไร?
A: หากอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมง หรือท้องเสียรุนแรง ให้ถือว่า “ลืมยา 1 เม็ด” และกินเม็ดใหม่ทันที พร้อมใช้ถุงยาง 7 วัน
Q: เปลี่ยนยี่ห้อยาคุมได้ไหม ? ต้องทำยังไงบ้าง ?
A: สามารถเปลี่ยนได้ โดยวิธีที่ดีที่สุดคือ เริ่มแผงใหม่ทันทีหลังหมดเม็ดฮอร์โมนของแผงเดิม
แต่ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนกลางแผงเพราะผลข้างเคียงรุนแรง สามารถทำได้แต่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย อย่างน้อย 7 วัน
Q: ยาคุมต้องกินเวลาเดิมทุกวันหรือไม่?
A: ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม การกินเวลาเดิมจะช่วยทำให้ไม่ลืม แต่อาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย
ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (Minipill) ต้องกินตรงเวลา คลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมง
Q: ใช้ยาคุมเพื่อเลื่อนประจำเดือนได้ไหม ? กินยังไงให้ปลอดภัย ?
A: ได้ สำหรับยาคุมชนิด 21 เม็ด เมื่อกินหมดแผงให้เริ่มกินยาคุมแผงใหม่ (เม็ดฮอร์โมน) ต่อได้เลยโดยไม่ต้องเว้น 7 วัน ประจำเดือนก็จะไม่มาในช่วงนั้น
Q: หยุดยาคุมแล้วจะท้องได้ทันทีเลยไหม ?
A: ได้ การตกไข่จะกลับมาปกติอย่างรวดเร็ว หลายคนตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่เดือนแรกหลังหยุดยา
Q: ยาคุมทำให้มีลูกยากจริงไหม ?
A: ไม่จริง ยาคุมไม่มีผลต่อภาวะเจริญพันธุ์หลังหยุดยา
Q: กินยาคุมร่วมกับยาอื่น หรืออาหารเสริมได้ไหม ?
A: ยาและอาหารเสริมบางชนิดสามารถลดประสิทธิภาพของยาคุมได้ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ ยาปฏิชีวนะบางกลุ่ม ยากันชักบางชนิด และสมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต (St. John's Wort) ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง

ข้อดี-ข้อเสีย และผลข้างเคียงที่ควรรู้เมื่อกินยาคุมกำเนิด
Q: ยาคุมกำเนิดกันการตั้งครรภ์ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ?
A: หากกินอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ มีประสิทธิภาพสูงถึง 99% แต่ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันที่อาจมีการลืมบ้าง ประสิทธิภาพจะอยู่ที่ประมาณ 91-93%
Q: ยาคุมกำเนิดมีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง?
A: ข้อดี
- คุมกำเนิดได้ดีมาก
- รอบเดือนสม่ำเสมอ
- ลดอาการปวดประจำเดือน
- ลดปริมาณเลือดประจำเดือนมาก
- ลดสิว ลดหน้ามัน ลดผมมัน
- ลดความเสี่ยงมะเร็งรังไข่และมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
ข้อเสีย
- ต้องกินทุกวัน
- ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
- มีผลข้างเคียงบางราย
- มีข้อห้ามใช้ในบางภาวะสุขภาพ
Q: ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคืออะไร?
A: ผลข้างเคียงที่พบบ่อยในช่วง 2-3 เดือนแรก มักไม่รุนแรงและจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง เช่น คลื่นไส้ ปวดศีรษะ คัดตึงเต้านม อารมณ์แปรปรวน เลือดออกกะปริดกะปรอย
Q: กินยาคุมแล้วทำให้อ้วนจริงไหม ?
A: จากงานวิจัยขนาดใหญ่หลายแห่งพบว่ายาคุมกำเนิดนั้นไม่ได้ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่อาจมีอาการคั่งของน้ำในร่างกาย มักจะเกิดขึ้นชั่วคราวและดีขึ้นเองภายใน 2-3 เดือน และอาจมาจากการเปลี่ยนแปลงความอยากอาหาร ที่ฮอร์โมนอาจส่งผลต่อความอยากอาหารในบางคน ทำให้รับประทานมากขึ้นและทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น
Q: ยาคุมช่วยเรื่องสิว ทำให้สิวเห่อไหม ?
A: ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมส่วนใหญ่ช่วยรักษาสิวได้ดี เพราะไปช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนที่เป็นสาเหตุของสิว แต่ยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวบางชนิดอาจทำให้อาการสิวแย่ลงได้ในบางคน
Q: กินยาคุมนานๆ อันตรายไหม ทำให้เสี่ยงมะเร็งจริงไหม ?
A: ลดความเสี่ยง: มะเร็งรังไข่ / มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
เพิ่มขึ้นเล็กน้อย: มะเร็งเต้านม / มะเร็งปากมดลูก
เสี่ยงลิ่มเลือด → พบได้เล็กน้อย โดยเฉพาะผู้สูบบุหรี่หรือมีประวัติในครอบครัว
ก่อนกินควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้งเพื่อประเมินความเสี่ยงส่วนบุคคล
Q: ใครบ้างที่ไม่ควรกินยาคุมกำเนิด ?
A: ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้ไม่ควรใช้ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม
- ผู้ที่สูบบุหรี่และมีอายุ 35 ปีขึ้นไป
- มีประวัติเป็นโรคลิ่มเลือดอุดตัน โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหัวใจ
- เป็นมะเร็งเต้านม
- มีภาวะความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- เป็นไมเกรนชนิดมีออร่า (Migraine with aura)
- เป็นโรคตับรุนแรง
ยาคุมกำเนิดเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่ ซึ่งการจะกินยาคุมก็มีรายละเอียดและข้อควรระวังที่ต้องทำความเข้าใจ การปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเพื่อเลือกชนิดของยาคุมที่เหมาะสมกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ของตัวเราที่สุด คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00 - 20:00 น. โทร. 0-2079-0066
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ
แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก CellPrep Plus HPV DNA High Risk 14 genotype พร้อมอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่
3,790 บาท

แพ็กเกจตรวจมะเร็งปากมดลูก แบบ CellPrep Plus HPV DNA High Risk 14 genotype
3,100 บาท

แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก CellPrep
1,900 บาท

ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก CellPrep Plus HPV DNA High Risk 14 genotype พร้อมอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่
3,790 บาท

แพ็กเกจตรวจมะเร็งปากมดลูก แบบ CellPrep Plus HPV DNA High Risk 14 genotype
3,100 บาท
