ปวดหูไม่ใช่เรื่องเล็ก! รู้ทันอาการปวดหู เกิดจากอะไร ? ก่อนส่งผลร้ายจนเกินแก้

03 ต.ค. 68  | ศูนย์หู คอ จมูก
แชร์บทความ      

อาการปวดหูจี๊ดๆ ปวดหูข้างเดียว หรือปวดหูเป็นพักๆ อาจดูเหมือนไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติภายในหูที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนอาจสงสัยว่า ปวดหูเกิดจากอะไร ? ซึ่งคำตอบอาจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างภายในหูที่ซับซ้อนและทำหน้าที่ต่างกันไปในแต่ละส่วน การรู้เท่าทันว่าอาการปวดหูเกิดจากอะไร จะช่วยให้สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที 

ในบทความนี้เราจะพาไปเช็กลิสต์สาเหตุของอาการปวดหู โดยแบ่งตามตำแหน่งของหูทั้ง 3 ส่วน และวิธีสังเกตอาการปวดหูแบบไหนควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมแนะนำแพ็กเกจตรวจหูจากโรงพยาบาลวิมุต เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจลุกลามไปสู่ปัญหาการได้ยินในระยะยาว

รู้ทัน ปวดหูเกิดจากอะไร ?

หูของคนเราประกอบด้วยโครงสร้างสำคัญ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ หูชั้นนอก หูชั้นกลาง และหูชั้นใน ซึ่งแต่ละชั้นมีหน้าที่เฉพาะในการรับเสียงและควบคุมสมดุลของร่างกาย หากเกิดการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีความผิดปกติในส่วนใดส่วนหนึ่ง ก็อาจทำให้เกิดอาการปวดหูที่มีลักษณะแตกต่างกันออกไปได้ 

1. ปวดหูที่มีสาเหตุจากหูชั้นนอก (External Ear) เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

หูชั้นนอก คือส่วนที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก ตั้งแต่บริเวณใบหูไปจนถึงช่องหูและเยื่อแก้วหู หากมีอาการปวดหูจี๊ดๆ ข้างเดียว โดยเฉพาะเวลาสัมผัสใบหู หรือขยับขากรรไกร ร่วมกับคันในหู รู้สึกแน่น หรือมีของเหลวไหลออกจากหู อาจเป็นสัญญาณของภาวะหูชั้นนอกอักเสบ โดยเกิดจากสาเหตุดังนี้

  • ขี้หูอุดตัน หรือการลอกตัวของชั้นผิวหนังมากผิดปกติ
  • หูเปียกชื้นบ่อย หรือโรคหูชั้นนอกอักเสบ (Otitis Externa หรือ Swimmer’s ear) จากการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • แคะหูแรงเกินไป หรือใช้ของมีคมจิ้มเข้าไปในหู
  • ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้
  • การติดเชื้ออักเสบรุนแรงของหูชั้นนอก เกิดในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
  • สิ่งแปลกปลอมติดค้างในช่องหู
  • มะเร็งของหูชั้นนอก

หากไม่ได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ อาจทำให้การอักเสบลุกลามลึกถึงแก้วหู และเพิ่มโอกาสการติดเชื้อซ้ำซ้อนในหูชั้นกลางลุกลามไปถึงเส้นประสาทได้

2. ปวดหูที่มีสาเหตุจากหูชั้นกลาง (Middle Ear) เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

หูชั้นกลาง หรือโพรงอากาศที่อยู่ด้านหลังเยื่อแก้วหู มีหน้าที่ส่งผ่านแรงสั่นสะเทือนของเสียงไปยังหูชั้นใน โดยเชื่อมต่อกับโพรงหลังจมูกผ่านทางท่อยูสเตเชียน หากเกิดการอักเสบ หรือมีของเหลวสะสมในโพรงนี้ อาจทำให้มีอาการปวดหูข้างเดียวแบบตุบๆ โดยเฉพาะเวลาเคี้ยว หรือกลืน ร่วมกับหูอื้อ รู้สึกเหมือนเสียงอู้อี้ หรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะหูชั้นกลางอักเสบ โดยเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

  • การติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
  • ไข้หวัด หรือไซนัสอักเสบ พบได้บ่อยในเด็ก
  • ท่อยูสเตเชียนอุดตัน

3. ปวดหูจากสาเหตุจากบริเวณอวัยวะข้างเคียง

อวัยวะข้างเคียงที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นเดียวกับเส้นประสาทรับความรู้สึกของหู สามารถทำให้เกิดการปวดร้าวมาที่หูได้ ซึ่งหากตรวจร่างกายทางหูมักไม่พบความผิดปกติ และต้องให้การรักษาที่ต้นเหตุของโรค อาการปวดหูจึงจะบรรเทาลงได้ โดยเกิดจากสาเหตุ ดังนี้

  • การอักเสบจากข้อต่อขากรรไกร เกิดจากการเคี้ยวอาหารที่เหนียวหรือแข็งเกินไป การทำหัตถการในช่องปากเป็นเวลานาน
  • สาเหตุจากพยาธิสภาพของฟัน 
  • การติดเชื้อในช่องปาก เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบ ลำคออักเสบเฉียบพลัน
  • มะเร็งในช่องปากและลำคอ

เช็กลิสต์ อาการปวดหูแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์ ?

หลายคนมักคิดว่าอาการปวดหูเป็นเพียงปัญหาเล็กๆ ที่สามารถหายได้เอง แต่หากอาการปวดหูเกิดจากการอักเสบหรือการติดเชื้อ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและส่งผลต่อการได้ยินอย่างถาวร โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการดังนี้

  • ปวดหูรุนแรงและไม่ดีขึ้นภายใน 1 - 2 วัน หรือมีอาการรุนแรงขึ้นแม้ใช้ยาลดปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในหูชั้นกลางหรือหูชั้นใน
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดหู อาจเกิดจากการติดเชื้อในหูชั้นกลาง (Otitis media) ซึ่งอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
  • มีของเหลวไหลออกจากหู เช่น น้ำหนอง เลือด หรือของเหลวใส อาจเกิดจากเยื่อแก้วหูทะลุ หรือติดเชื้อในหูขั้นรุนแรง ควรรีบพบแพทย์
  • ได้ยินเสียงลดลง หรือสูญเสียการได้ยิน อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาภายในหูชั้นนอกและหูชั้นกลาง
  • ปวดหูเรื้อรัง หรือเกิดซ้ำบ่อย อาจมีปัญหาโครงสร้างหรือการทำงานของหูที่ผิดปกติ ซึ่งต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด
  • ปวดหูร่วมกับเจ็บคอ กลืนลำบาก หรือกรามขยับยาก อาจเป็นปัญหาเกี่ยวกับต่อมทอนซิล ต่อมน้ำลาย หรือแม้แต่ข้อต่อขากรรไกร ซึ่งอาจปวดลามมายังหูได้

 

โปรโมชันแพ็กเกจตรวจสุขภาพหูและสมรรถภาพของการได้ยินจากโรงพยาบาลวิมุต

แม้อาการปวดหูในระยะแรกอาจดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รับการวินิจฉัยหรือรักษาอย่างถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะเรื้อรังที่เป็นอันตราย การเข้ารับการตรวจสุขภาพหูอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้ชำนาญการในทันทีเมื่อมีอาการจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ที่โรงพยาบาลวิมุต เรามี แพ็กเกจตรวจสุขภาพหูและสมรรถภาพของการได้ยิน ด้วยเครื่อง Audiogram ที่สามารถประเมินความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหูและการได้ยินได้อย่างครอบคลุม ทั้งในหูชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิดโดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ

อาการปวดหูแม้จะเริ่มต้นด้วยความไม่สบายเพียงเล็กน้อย แต่ก็อาจกลายเป็นปัญหาที่รบกวนการใช้ชีวิตในระยะยาว เช่น การติดเชื้อซ้ำซ้อน เยื่อแก้วหูทะลุ หรือประสาทหูเสื่อม ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการฟัง การพูด หรือแม้กระทั่งการทรงตัว การเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะสุขภาพการได้ยินที่ดีในระยะยาว เริ่มต้นได้จากการใส่ใจดูแลตั้งแต่วันนี้

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์หู คอ จมูก ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 08:00-20:00 น. โทร. 0-2079-0050

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์


เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
เวียนหัว บ้านหมุน เหมือนจะอาเจียน ใช่อาการหินปูนในหูเคลื่อนหรือไม่

โรคหินปูนในหูเคลื่อน อีกหนึ่งสาเหตุยอดฮิตของผู้ที่มักมีอาการวิงเวียนศีรษะ บ้านหมุน เสียการทรงตัว เช็กพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคพร้อมวิธีดูแลเมื่อเกิดอาการที่ถูกต้องได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เปลี่ยนท่านอนให้ถูกต้อง ลดปัญหาสุขภาพ หลับสบาย

การนอนท่านอนที่ถูกต้องช่วยเสริมการนอนหลับให้ดีขึ้น ช่วยลดความเจ็บปวดของร่างกายและทำให้หลับลึก หลับสบาย เพิ่มประสิทธิภาพการพักผ่อนอย่างเต็มที่ เช็กท่านอนที่เหมาะสมพร้อมกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ภูมิแพ้อากาศ น้ำมูกไหล คันจมูก จามบ่อย มีวิธีรักษาอย่างไร?

วิธีรักษาเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้อากาศ คัดจมูก น้ำมูกไหล คันตา จามบ่อยๆ อาจมีสาเหตุจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือช่วงที่มีค่าฝุ่นPm 2.5 สูงๆ รับมือเบื้องต้นง่ายๆ กับเรา

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
อาการ บ้านหมุน เวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม วิธีแก้ได้อย่างไร?

อาการ บ้านหมุน หรืออาการเวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม ทรงตัวไม่อยู่ มีสาเหตุการเกิดได้หลายปัจจัย แต่จะมีวิธีการดูแลหรือแก้ให้รู้สึกดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง เรามีคำตอบ

อ่านเพิ่มเติม