รู้ต้นตอ 'โรคคอพอก' เกิดจากอะไร อาการเป็นแบบไหน เช็กได้ที่นี่

เคยไหม… ที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าคอดูบวมๆ หรือคลำเจอก้อนนูนๆ ที่คอแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน หลายคนอาจตกใจว่านี่คืออะไร ใช่ 'โรคคอพอก' หรือเปล่า? อันตรายไหม ซึ่ง ‘คอพอก’ ไม่ใช่ชื่อโรคโดยตรง แต่เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์มีขนาดโตขึ้นผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งไม่มีอันตราย แต่อีกหลายครั้งก็เป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ที่ต้องได้รับการตรวจและรักษา เพื่อให้คุณรู้เท่าทันอาการคอบวม คอโตและภาวะคอพอกให้เข้าใจมากขึ้น เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับภาวะนี้ให้ชัดเจนมากขึ้นว่าเกิดจากอะไร อาการแบบไหนเป็นคอพอก และมีวิธีการรักษาอย่างไร
โรคคอพอก คืออะไร ?
คอพอก (Goiter) หรือบางคนก็เรียกว่าคอหอยพอก จริงๆ แล้วไม่ใช่ชื่อโรคโดยตรงแต่เป็นภาวะหนึ่งที่เกิดจากต่อมไทรอยด์มีขนาดโตขึ้นผิดปกติ ซึ่งต่อมไทรอยด์นี้เป็นต่อมไร้ท่อมีลักษณะคล้ายรูปผีเสื้อที่อยู่บริเวณด้านหน้าของลำคอใต้ลูกกระเดือก โดยปกติเราจะคลำไม่ค่อยเจอ แต่เมื่อมีขนาดโตขึ้นก็จะมองเห็นหรือคลำได้เป็นก้อนนูนที่คอ ซึ่งการโตนี้อาจเป็นการโตแบบทั่วๆ ทั้งต่อม หรือโตจากการมีก้อนเนื้ออยู่ภายในก็ได้
ซึ่งต่อมนี้ทำหน้าที่สำคัญอย่างมากในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ที่มีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ทั้งระบบการเผาผลาญ อัตราการเต้นของหัวใจ และการทำงานของสมอง ดังนั้นผู้ที่มีภาวะคอพอกจึงอาจมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในระดับปกติ สูงกว่า หรือต่ำกว่าปกติก็ได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดคอพอก
แล้วทำไมอยู่ๆ ถึงเป็นคอพอก ? สาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
สาเหตุที่ทำให้ต่อมไทรอยด์ต้องขยายขนาดตัวเองนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุที่พบบ่อยๆ ได้แก่
1. การขาดสารไอโอดีน
เป็นสาเหตุคลาสสิกและพบบ่อยที่สุดในอดีต แม้ว่าในปัจจุบันปัญหาการขาดไอโอดีนในประเทศไทยจะลดน้อยลงไปมากจากนโยบายสาธารณสุข แต่ยังพบได้บ้างในภาคเหนือและภาคอีสานแถบที่ราบสูง รวมถึงภาพรวมทั่วโลกจากการขาดสารไอโอดีน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร หรือประเทศที่ยังไม่มีโครงการเสริมไอโอดีนในเกลือที่ครอบคลุม
ซึ่งไอโอดีนเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ร่างกายหรือต่อมไทรอยด์ใช้ในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ หากร่างกายได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอ ต่อมไทรอยด์จะพยายามทำงานหนักขึ้นและขยายขนาดโตขึ้นเพื่อชดเชยการสร้างฮอร์โมนและทำให้เกิดภาวะคอพอกนั่นเอง

2. โรคเกรฟส์ (Graves' Disease)
โรคนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะคอพอกได้ โดยเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีชนิดพิเศษขึ้นมา (ชื่อว่า TRAb) ซึ่งทำงานเลียนแบบฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไทรอยด์ (TSH) ที่ทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานอย่างต่อเนื่อง ผลิตฮอร์โมนออกมาตลอดจนมากเกินความจำเป็น ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นถัดมาคือร่างกายจะอยู่ในภาวะไทรอยด์เป็นพิษ (Hyperthyroidism) หรือไทรอยด์ทำงานสูง ผู้ที่เป็นคอพอกนี้มักมีอาการตาโปนร่วม โดยเป็นอาการเฉพาะที่อาจพบได้ในโรคเกรฟส์ซึ่งเกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อหลังลูกตา
3. โรคฮาชิโมโต (Hashimoto's Disease)
เป็นอีกโรคที่กระตุ้นให้เกิดคอพอกโดยมีสาเหตุจากระบบภูมิคุ้มกันคล้ายกับโรคเกรฟส์ เพียงแต่โรคฮาชิโมโตจะทำให้เกิดปัญหากับต่อมไทรอยด์ในทางตรงกันข้าม โดยจะสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโจมตีและทำลายเซลล์ต่อมไทรอยด์อย่างช้าๆ แทน ทำให้ต่อมไทรอยด์เกิดการอักเสบเรื้อรังและค่อยๆ เสื่อมสภาพลง ผลลัพธ์ก็คือร่างกายผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ลดลงเรื่อยๆ จนในที่สุดร่างกายจะอยู่ในภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน (Hypothyroidism) หรือไทรอยด์ทำงานต่ำ
4. ก้อนเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์
การมีก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์ ไม่ว่าจะเป็นก้อนเดี่ยว หรือหลายก้อนก็สามารถทำให้ต่อมไทรอยด์โดยรวมดูโตขึ้นเป็นคอพอกได้ ปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดก้อนเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์ว่าเกิดจากอะไร แต่คาดการณ์ว่าส่วนหนึ่งเกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ต่อมไทรอยด์ ที่มีการแบ่งตัวและเจริญเติบโตเร็วกว่าเซลล์รอบๆ จนรวมตัวกันเป็นก้อนขึ้นมา เรียกว่า อะดีโนมา (Adenoma) ซึ่งก้อนเนื้อชนิดนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง และเป็นก้อนเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง

5. ถุงน้ำในต่อมไทรอยด์
เป็นก้อนเนื้องอกชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นในต่อมไทรอยด์ โดยมีลักษณะเป็นถุงและภายในบรรจุของเหลว ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสลายของก้อนอะดีโนมาหรือการรวมตัวของคอลลอยด์ (Colloid Accumulation) หรือความผิดปกติอื่นๆ ทำให้เกิดเป็นโพรงที่มีของเหลวสะสมอยู่ภายในก้อน โดยถุงน้ำเหล่านี้ส่วนใหญ่มีโอกาสเป็นมะเร็งต่ำมากและมักไม่เป็นอันตราย
6. มะเร็งต่อมไทรอยด์
เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของภาวะคอพอก คอบวมที่มีโอกาสพบได้น้อยมาก น้อยกว่าก้อนเนื้องอกชนิดธรรมดา โดยเกิดจากการที่เซลล์ในต่อมไทรอยด์เกิดการกลายพันธุ์และแบ่งตัวผิดปกติอย่างควบคุมไม่ได้จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย ซึ่งก้อนมะเร็งที่โตขึ้นนี้เองที่ทำให้ขนาดของต่อมไทรอยด์โดยรวมใหญ่ขึ้นจนมองเห็นหรือคลำได้เป็นคอพอก
7. กรรมพันธุ์
สำหรับพันธุกรรมไม่ได้ทำให้เกิดคอพอกโดยตรง แต่เป็นการส่งต่อความเสี่ยงหรือแนวโน้มในการเป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ เช่น หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคไทรอยด์จากภูมิคุ้มกันผิดปกติ (โรคเกรฟส์, โรคฮาชิโมโต) หรือมีแนวโน้มเกิดก้อนเนื้องอกได้ง่าย ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเหล่านั้นและเกิดคอพอกตามมาได้สูงกว่าคนทั่วไป
อาการแบบไหนที่บอกว่าเราอาจเป็นคอพอก ?
นอกจากอาการที่ทำให้รู้สึกและรับรู้ได้ว่าคอมีอาการบวมและโตขึ้นแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ที่สามารถพบร่วมกันได้ โดยจะขึ้นอยู่กับ ‘ขนาด’ และผลกระทบจาก ‘การทำงานของฮอร์โมน’ ที่มาจากต่อมไทรอยด์ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มอาการคอพอกได้ ดังนี้
|
อาการคอพอก ที่เกิดจาก ‘ขนาด’ ของ ต่อมไทรอยด์ไปกดเบียดอวัยวะข้างเคียง |
อาการคอพอกที่เกิดจาก ‘ฮอร์โมนทำงานมากเกินไป (ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ)’ |
อาการคอพอกที่เกิดจาก ‘ฮอร์โมนทำงานน้อยเกินไป (ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน)’ |
|
- สังเกตเห็นว่าคอบวมโต มองเห็นได้ชัดเจน หรือคลำเจอก้อน - รู้สึกอึดอัดที่คอ เหมือนใส่เสื้อคอเต่าที่คับ รัดคอเกินไป - หายใจลำบาก หรือมีเสียงดังเวลาหายใจ (หากก้อนกดหลอดลม) - กลืนลำบาก หรือสำลักง่าย (หากก้อนกดหลอดอาหาร) - ไอเรื้อรัง หรือเสียงแหบ (หากก้อนกดเบียดเส้นประสาท) |
- ใจสั่น มือสั่น - เหงื่อออกมาก ขี้ร้อนผิดปกติ - น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่กินมากกว่าปกติ - เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย - หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล - นอนไม่หลับ - ตาโปน (ลักษณะเด่นโรคเกรฟส์) |
- อ่อนเพลีย เฉื่อยชา รู้สึกง่วงนอนตลอดเวลา - ขี้หนาวผิดปกติ - ผิวแห้ง ผมร่วง - น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่าย - ท้องผูก - สมาธิไม่ดี - ซึมเศร้า |
มีอาการคอพอก คอบวม ต้องตรวจอะไรบ้างถึงจะรู้สาเหตุที่แท้จริง ?
เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยตามขั้นตอน โดยเริ่มจาก
- ซักประวัติและคลำตรวจบริเวณคอ เพื่อดูลักษณะเบื้องต้นของก้อน
- ตรวจเลือด สำคัญมากซึ่งจะเป็นการตรวจเพื่อวัดระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, Free T4, Free T3) ทำให้รู้ว่าต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยไป ปกติ หรือมากไป
- ทำอัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ เพื่อดูรายละเอียดของต่อมไทรอยด์ว่าโตแบบทั่วๆ ไป หรือมีก้อนซ่อนอยู่ และประเมินลักษณะของก้อนเบื้องต้น
- เจาะดูดเซลล์ด้วยเข็ม (FNA) หากพบก้อนเนื้อที่น่าสงสัยจากการอัลตราซาวด์ แพทย์จะใช้วิธีเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็ม (FNA) เพื่อนำเซลล์ไปตรวจดูว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
>> โปรโมชันราคาพิเศษ แพ็กเกจเจาะดูดเซลล์โดยการใช้เข็ม FNA Fine Needle Aspiration <<
คอพอกมีวิธีรักษายังไง ?
การรักษาคอพอกจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ตรวจพบเป็นหลัก ซึ่งมีวิธีดังนี้
- เกิดจากขาดไอโอดีน - รักษาโดยการให้ไอโอดีนเสริม
- เกิดจากฮอร์โมนทำงานน้อย (โรคฮาชิโมโต) - รักษาโดยการให้ยาฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน
- เกิดจากฮอร์โมนทำงานมาก (โรคเกรฟส์) - รักษาด้วยยาต้านไทรอยด์ การกลืนแร่ หรือการผ่าตัด
- ถ้าเป็นก้อนที่ไม่ใช่มะเร็งและไม่ใหญ่ อาจแค่เฝ้าติดตามอาการ
- ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่จนกดเบียด หรือสงสัยว่าเป็นมะเร็ง การรักษาหลักคือการผ่าตัดและให้ยาตามดุลยพินิจของแพทย์
จะเห็นได้ว่าคอพอกเป็นเพียงภาวะที่ต่อมไทรอยด์โตขึ้น ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ การสังเกตความผิดปกติบริเวณลำคอและอาการร่วมอื่นๆ ของร่างกายเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรวิตกกังวลไปก่อน หากคลำได้ก้อนที่คอ รู้สึกว่าคอโตขึ้น หรือมีอาการน่าสงสัยอื่นๆ ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที และการป้องกันที่ดีที่สุดคือการดูแลที่ต้นเหตุด้วยการบริโภคไอโอดีนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพประจำปี และหากตรวจพบว่าเป็นโรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้คอพอกโตขึ้นหรือกลับมาเป็นซ้ำ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 07:00 - 19:00 น. โทร. 0-2079-0070
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี
เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี
เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี
เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี
แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจเจาะดูดเซลล์โดยการใช้เข็ม FNA Fine Needle Aspiration
9,990 บาท
