
คุณผู้หญิงเคยสังเกตตัวเองไหมว่า ก่อนมีประจำเดือนแต่ละครั้งอารมณ์มักเปลี่ยนง่าย หงุดหงิดโดยไม่รู้สาเหตุ หรือรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรมาก หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่อาการ “PMS” ที่ต้องเจอเป็นปกติเมื่อฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับบางคนอาจเป็นสัญญาณของ “PMDD” กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือนชนิดรุนแรงที่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญ และอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และสุขภาพใจอย่างไม่คาดคิด
บทความนี้จะพาคุณผู้หญิงไปหาคำตอบพร้อมกันว่า PMDD คืออะไร อาการที่ควรสังเกตมีอะไรบ้าง แตกต่างจาก PMS อย่างไร รวมถึงแนวทางการรักษาและวิธีดูแลตัวเอง เพื่อช่วยให้สามารถสังเกตสัญญาณของร่างกายและดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงของรอบเดือน
รู้จัก ‘PMDD’ คืออะไร แตกต่างจาก PMS อย่างไร ?
PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) คือ ภาวะซึมเศร้าก่อนมีประจำเดือน ซึ่งเป็นความผิดปกติทางอารมณ์ที่มีความรุนแรงมากกว่า PMS ทั่วไป โดยสามารถส่งผลทั้งทางร่างกาย จิตใจ และพฤติกรรม มักเริ่มขึ้นในช่วงประมาณ 5-7 วันก่อนมีประจำเดือน และจะดีขึ้นหรือหายไปหลังประจำเดือนมาแล้ว
แม้ PMDD และ PMS จะมีอาการคล้ายกัน เช่น อารมณ์แปรปรวน เหนื่อยล้า หรือความรู้สึกไม่สบายตัวก่อนมีประจำเดือน แต่ PMDD จะมีอาการทางอารมณ์ที่รุนแรงกว่าอย่างชัดเจนจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ในขณะที่ PMS มักมีอาการไม่รุนแรงและยังสามารถควบคุมอารมณ์ได้ในระดับหนึ่ง
โดย PMDD สามารถพบได้ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดสะสม มีประวัติภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลมาก่อน หรือมีคนในครอบครัวเคยมีปัญหาด้านอารมณ์
|
⚠️ภาวะ PMDD ไม่ใช่ความอ่อนแอทางใจ และผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องทนอยู่คนเดียว เพราะสามารถรักษาและดูแลให้อาการดีขึ้นได้หากได้รับคำแนะนำจากแพทย์อย่างเหมาะสม |
สาเหตุของ PMDD เกิดจากอะไร ?
ภาวะ PMDD เกิดจากการที่ร่างกายและสมองมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงก่อนมีประจำเดือนมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่มีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเมื่อระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงก่อนมีประจำเดือน อาจส่งผลให้การทำงานของเซโรโทนินแปรปรวน ทำให้ผู้ที่มีภาวะ PMDD เกิดอาการทางอารมณ์ที่รุนแรงหรือควบคุมอารมณ์ได้ยากมากกว่าปกติ
ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงของ PMDD ได้แก่
- มีประวัติภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือโรคทางอารมณ์
- ความเครียดสะสมเป็นเวลานาน
- พันธุกรรม
- การนอนหลับไม่เพียงพอ และไลฟ์สไตล์ที่ไม่สมดุล

รู้ได้อย่างไรว่าเป็น PMDD อาการที่ควรสังเกตมีอะไรบ้าง ?
ภาวะ PMDD อาการมักเกิดขึ้นซ้ำในรูปแบบเดิมแทบทุกเดือน และจะเด่นชัดในช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่โดยส่วนใหญ่จะทุเลาลงหรือหายไปหลังประจำเดือนมาแล้ว ซึ่งสามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
อาการทางอารมณ์และจิตใจ
อาการด้านอารมณ์ถือเป็นลักษณะสำคัญของ PMDD และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกทุกข์ใจหรือใช้ชีวิตได้ยากขึ้น อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- อารมณ์แปรปรวนรุนแรง เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และคาดเดาได้ยาก
- หงุดหงิด ฉุนเฉียว โกรธง่ายกว่าปกติ แม้เป็นเรื่องเล็กน้อยหรือไม่มีสิ่งกระตุ้นชัดเจน
- รู้สึกซึมเศร้า ว่างเปล่า หมดหวัง หรือร้องไห้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ
- วิตกกังวล เครียด รู้สึกตึงเครียดหรือกดดันอยู่ตลอดเวลา
- สมาธิลดลง ความจำไม่ดี ทำงานผิดพลาดง่าย
- เบื่อหน่าย ไม่อยากเข้าสังคม หรือไม่สนใจกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ
อาการเหล่านี้มักรุนแรงจนผู้ป่วยรู้สึกว่าควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และอาจส่งผลต่อการสื่อสารกับคนใกล้ชิดอย่างชัดเจน
อาการทางร่างกาย
แม้อาการของ PMDD จะเกี่ยวข้องกับอารมณ์เป็นหลัก แต่ก็มักมีอาการทางร่างกายร่วมด้วย ซึ่งยืนยันความผิดปกติที่สัมพันธ์กับรอบเดือน ได้แก่
- อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ไม่มีแรงแม้พักผ่อนแล้ว
- ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือปวดข้อ
- ท้องอืด เจ็บท้อง เต้านมคัด
- นอนหลับผิดปกติ เช่น หลับยาก หรืออยากนอนมากกว่าปกติ
- ความอยากอาหารเปลี่ยน โดยเฉพาะอยากของหวานหรืออาหารที่มีส่วนผสมของแป้ง
หากอาการเหล่านี้รุนแรงจนรู้สึกว่า “ไม่เหมือนตัวเอง” และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่น อาจเป็นสัญญาณของ PMDD มากกว่าภาวะ PMS ทั่วไป และควรพิจารณาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม
สรุปเปรียบเทียบอาการระหว่าง PMDD กับ PMS ต่างกันอย่างไร ?
| อาการ/ลักษณะ | PMS (Premenstrual Syndrome) | PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) |
| ความรุนแรง | เล็กน้อย-ปานกลาง | รุนแรง |
| อารมณ์แปรปรวน | ควบคุมได้บ้าง | ควบคุมได้ยาก |
| ผลต่อชีวิตประจำวัน | กระทบน้อย | กระทบชัดเจน |
| การรักษา | ปรับพฤติกรรมเป็นหลัก | อาจต้องใช้ยาและดูแลด้านจิตใจ |
⚠️ PMDD ไม่ใช่แค่ PMS ที่อาการแรงขึ้น แต่เป็นภาวะที่ได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์อย่างเป็นทางการ
PMDD รักษาอย่างไร ?
การรักษาภาวะ PMDD จะพิจารณาตามความรุนแรงของอาการและผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะประเมินอาการร่วมกับประวัติสุขภาพ และอาจแนะนำแนวทางการรักษา ดังนี้
- ยาปรับสมดุลสารเคมีในสมอง เช่น ยากลุ่มต้านซึมเศร้า (Antidepressants) ซึ่งช่วยปรับการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง โดยเฉพาะเซโรโทนิน เพื่อลดอาการอารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า และวิตกกังวล
- ยาคุมกำเนิดบางชนิด เพื่อช่วยลดความผันผวนของฮอร์โมนในแต่ละรอบเดือน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาอาการของ PMDD ในผู้ป่วยบางราย
- การทำจิตบำบัด เช่น การบำบัดด้วยความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้วิธีจัดการอารมณ์ ความเครียด และรูปแบบความคิดที่ส่งผลต่ออาการ

วิธีดูแลตัวเองเมื่อมีอาการ PMDD
นอกจากการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว การหมั่นสังเกตอาการและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวันก็สามารถช่วยบรรเทาอาการ PMDD ได้เช่นกัน เช่น- จดบันทึกรอบเดือนและอาการในแต่ละเดือน เพื่อสังเกตรูปแบบของอาการ และช่วยให้เข้าใจร่างกายของตัวเองมากขึ้น รวมถึงเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับแพทย์ในการประเมินอาการและวางแผนการรักษา
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และจัดสรรเวลาพักผ่อนอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยให้ร่างกายและสมองฟื้นฟู ลดความอ่อนล้าและความแปรปรวนทางอารมณ์
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว โยคะ หรือว่ายน้ำ ซึ่งช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขในสมอง และช่วยลดความเครียดได้
- ลดการบริโภคคาเฟอีน น้ำตาล และแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือน เพราะสารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้อาการอารมณ์แปรปรวนรุนแรงขึ้น
- ฝึกผ่อนคลายความเครียด เช่น การหายใจลึกๆ ทำสมาธิ ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
- กินวิตามินเสริมจากอาหาร สารอาหารบางชนิดอาจช่วยบรรเทาอาการ PMDD ได้ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามิน B6 ซึ่งพบได้ในนม ผักใบเขียว ถั่ว ธัญพืช ปลา ไข่ และกล้วย โดยควรเน้นการรับจากอาหารเป็นหลัก
หากอาการเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
เพราะ PMDD คือภาวะที่ส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ใช่เพียงอาการอารมณ์แปรปรวนชั่วคราว การใส่ใจสังเกตสัญญาณของร่างกายและไม่มองข้ามความผิดปกติที่เกิดขึ้น จึงเป็นก้าวสำคัญของการดูแลตัวเองอย่างแท้จริง เมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ คุณผู้หญิงที่มีภาวะ PMDD จะสามารถจัดการกับอาการได้ดีขึ้น ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ และก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของแต่ละเดือนไปได้อย่างอ่อนโยนและสมดุลมากยิ่งขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน
เวลาทำการ 07:00-20:00 น. โทร. 0-2079-006
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ