ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ

ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ

สถานที่ตั้ง
ชั้น 9 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน

เวลาทำการ
07.00-19.00 น.

เบอร์โทรศัพท์
02-079-0070

 

ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน
(Metabolic Health and Endocrine Center)

“ดูแลสุขภาพเมตาบอลิกและฮอร์โมนอย่างครอบคลุม เพื่อป้องกัน รักษา และลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังในระยะยาว”
(Advancing excellence in metabolic health and endocrine care through comprehensive, personalized and evidence-based medicine)

สุขภาพเมตาบอลิกและฮอร์โมน เชื่อมโยงมากกว่าที่คิด

ร่างกายมนุษย์ทำงานอย่างเชื่อมโยงกัน ทั้งการควบคุมระดับน้ำตาล การเผาผลาญไขมัน น้ำหนักตัว ความดันโลหิต และการทำงานของฮอร์โมน เมื่อระบบเมตาบอลิกหรือต่อมไร้ท่อเกิดความผิดปกติ ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโรคเบาหวานหรือภาวะน้ำหนักเกิน แต่ยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนในหลายระบบ ได้แก่

  • หัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิตสูง และภาวะหัวใจล้มเหลว
  • ตับ เช่น ภาวะไขมันพอกตับจากความผิดปกติทางเมตาบอลิก (MASLD) ภาวะตับอักเสบจากไขมันพอกตับ (MASH) และโรคตับเรื้อรัง
  • ไต เช่น โรคไตเรื้อรัง และภาวะไตเสื่อมที่สัมพันธ์กับเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง

ดังนั้น การดูแลสุขภาพเมตาบอลิกตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงมีความสำคัญต่อการป้องกันโรคและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

การดูแลที่ครอบคลุมตั้งแต่ภาวะเสี่ยงจนถึงโรคที่ซับซ้อน
ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต ให้บริการดูแลตั้งแต่ผู้ที่เริ่มมีปัจจัยเสี่ยง ผู้ที่มีปัญหาน้ำหนัก หรือสงสัยความผิดปกติของฮอร์โมน ไปจนถึงผู้ที่มีโรคต่อมไร้ท่อและโรคเมตาบอลิก เช่น

  • เบาหวานและภาวะก่อนเบาหวาน
  • โรคอ้วนและปัญหาการควบคุมน้ำหนัก
  • ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ
  • โรคไทรอยด์
  • ความผิดปกติของฮอร์โมน
  • ภาวะวัยทองและสุขภาพผู้หญิงในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต
  • โรคกระดูกพรุนและภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง
  • โรคและภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางเมตาบอลิก

เป้าหมายของการดูแลคือค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน วินิจฉัยอย่างเหมาะสม ควบคุมโรค ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และวางแผนการดูแลที่เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ทำไมการดูแลโรคเมตาบอลิกจึงต้องมองมากกว่าตัวเลขเพียงค่าเดียว?

ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดันโลหิต น้ำหนัก ความอยากอาหาร การใช้พลังงาน การนอนหลับ และการทำงานของฮอร์โมน ต่างมีความสัมพันธ์กัน ความผิดปกติของระบบหนึ่งจึงอาจส่งผลต่อระบบอื่น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไต โรคตับ และภาวะแทรกซ้อนอื่นในระยะยาว

การดูแลจึงไม่ควรมองเพียงอาการใดอาการหนึ่ง ผลตรวจเพียงค่าเดียว หรือมุ่งลดตัวเลขบนเครื่องชั่งเท่านั้น แต่ควรประเมินร่วมกันทั้งปัจจัยเสี่ยง โรคร่วม ภาวะแทรกซ้อน การใช้ยา องค์ประกอบร่างกาย โภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต

ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ จึงนำความเชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิกมาผสานกัน เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลเฉพาะบุคคลตามข้อมูลทางการแพทย์และเป้าหมายสุขภาพของแต่ละคน

แนวทางการดูแลแบบเฉพาะบุคคล

  1. Understand Metabolic Complexity : เข้าใจความซับซ้อนของระบบเมตาบอลิก
    ประเมินปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเผาผลาญและฮอร์โมน รวมถึงโรคร่วมและภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้สามารถวางแผนการตรวจและรักษาได้อย่างเหมาะสม
  2. Design Individualized Clinical Pathway : ออกแบบแผนการดูแลเฉพาะบุคคล
    เนื่องจากแต่ละคนมีโรค ความเสี่ยง เป้าหมาย และวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน ทีมแพทย์จึงวางแผนการดูแลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยอาจครอบคลุมโภชนาการ การออกกำลังกาย การนอนหลับ การปรับพฤติกรรม และการใช้ยาตามข้อบ่งชี้
  3. Measure What Matters : ติดตามผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อสุขภาพ
    ติดตามผลมากกว่าน้ำหนักตัว โดยพิจารณาการควบคุมโรค ปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิก องค์ประกอบร่างกาย สมรรถภาพทางกาย และคุณภาพชีวิตตามความเหมาะสม
  4. Long-term Partnership : ดูแลและติดตามต่อเนื่องในระยะยาว
    โรคเมตาบอลิกและโรคต่อมไร้ท่อหลายชนิดต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง ศูนย์จึงให้ความสำคัญกับการติดตามผล การปรับแผนตามการตอบสนอง และการลดความเสี่ยงของโรคหรือภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

โปรแกรมการดูแลและรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Healthcare Programs)

  • Metabolic Reset : โปรแกรมดูแลสุขภาพเมตาบอลิกแบบเฉพาะบุคคล
    โปรแกรม 12 สัปดาห์สำหรับผู้ที่มีปัญหาน้ำหนักหรือความผิดปกติทางเมตาบอลิก โดยแพทย์ประเมินภาวะสุขภาพ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ องค์ประกอบร่างกาย และปัจจัยด้านพฤติกรรม ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ อาจพิจารณาใช้ Continuous Glucose Monitoring (CGM) เพื่อศึกษารูปแบบการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาล และนำข้อมูลมาประกอบการปรับอาหาร กิจกรรมทางกาย และแนวทางการรักษา เป้าหมายคือการสร้างแผนการดูแลที่เหมาะกับโรค สภาพร่างกาย และวิถีชีวิตของแต่ละบุคคล และสามารถนำไปต่อยอดในระยะยาว
  • Diabetes Remission Program : โปรแกรมดูแลเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าสู่ภาวะเบาหวานระยะสงบ
    สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่เหมาะสม โดยเน้นการควบคุมน้ำหนัก โภชนาการ การออกกำลังกาย การปรับพฤติกรรม และการใช้ยาตามข้อบ่งชี้ ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ ในผู้ป่วยบางราย การลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญสามารถเพิ่มโอกาสให้โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าสู่ภาวะระยะสงบ (remission) และช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ไต และภาวะแทรกซ้อนอื่นจากเบาหวานได้
  • Thyroid Wellness : การตรวจและดูแลโรคไทรอยด์อย่างเหมาะสม
    ดูแลตั้งแต่ความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ ไปจนถึงโรคไทรอยด์ที่ต้องติดตามระยะยาว แพทย์จะพิจารณาการตรวจอัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Ultrasound) และการเจาะเซลล์ด้วยเข็มขนาดเล็ก (Fine-Needle Aspiration: FNA) เฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ รวมถึงปรับการรักษาและขนาดยาให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
  • Menopause & Weight : ดูแลสุขภาพผู้หญิงวัยเปลี่ยนผ่านอย่างรอบด้าน
    ประเมินอาการวัยทอง การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและองค์ประกอบร่างกาย สุขภาพกระดูก การนอนหลับ รวมถึงความเสี่ยงด้านเมตาบอลิกและโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจพิจารณายาสำหรับการควบคุมน้ำหนัก รวมถึงยากลุ่ม GLP-1-based therapy และ Menopausal Hormone Therapy (MHT) สำหรับอาการวัยทองหรือข้อบ่งชี้อื่นที่เหมาะสม หลังประเมินประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายบุคคล
  • Osteoporosis & Muscle Health : ดูแลสุขภาพกระดูกและกล้ามเนื้อ
    ประเมินความหนาแน่นของกระดูก ความเสี่ยงต่อกระดูกหัก มวลกล้ามเนื้อ และปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพกระดูก เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลง เป้าหมายคือการป้องกันกระดูกหัก รักษาความแข็งแรงของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และช่วยคงความสามารถในการทำกิจวัตรในระยะยาว

เทคโนโลยีและการตรวจเพื่อช่วยประเมินสุขภาพ

  • InBody Body Composition Analysis
    ประเมินองค์ประกอบร่างกาย เช่น มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน และการกระจายของไขมัน เพื่อใช้ประกอบการประเมินภาวะโภชนาการและการวางแผนควบคุมน้ำหนัก
  • DXA Scan (Dual-Energy X-ray Absorptiometry)
    เทคโนโลยีเอกซเรย์พลังงานต่ำสำหรับการประเมินความหนาแน่นของมวลกระดูก และในเครื่องที่รองรับ สามารถประเมินองค์ประกอบร่างกายได้ เช่น มวลไขมันและมวลเนื้อเยื่อปราศจากไขมัน
  • Bone Mineral Density (BMD)
    ประเมินความหนาแน่นของกระดูกและใช้ประกอบการวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน
  • Body Composition / Visceral Adipose Tissue (VAT)
    ในระบบที่รองรับ สามารถประเมินมวลไขมัน มวลเนื้อเยื่อปราศจากไขมัน และประมาณไขมันบริเวณช่องท้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินสุขภาพเมตาบอลิก
  • Vertebral Fracture Assessment (VFA)
    ในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ สามารถใช้ภาพด้านข้างของกระดูกสันหลังเพื่อประเมินกระดูกสันหลังยุบหรือหัก
  • Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT)
    การบำบัดด้วยออกซิเจนภายใต้ความดันสูง อาจพิจารณาเป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยบางกลุ่มตามข้อบ่งชี้ เช่น แผลเท้าเบาหวานบางชนิดที่มีภาวะขาดเลือดและตอบสนองต่อการรักษามาตรฐานไม่เพียงพอ โดยต้องประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลและใช้ร่วมกับการดูแลแผลมาตรฐาน
  • ABI & Monofilament Examination
    ประเมินการไหลเวียนเลือดของหลอดเลือดแดงส่วนปลายและการรับความรู้สึกของเท้า เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงต่อแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน และวางแผนการป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างเหมาะสม
  • Telemedicine Service
    บริการปรึกษาและติดตามอาการกับแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ในกรณีที่เหมาะสม พร้อมบริการจัดส่งยาตามเงื่อนไขของโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มความสะดวกและสนับสนุนการดูแลโรคเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง



DEXA Scan (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) เครื่องมือสแกนร่างกายแม่นยำสูง

 


Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) การบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง

 

เมื่อไรควรเข้ารับการประเมิน?
ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติหรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • น้ำหนักเพิ่มหรือลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • กระหายน้ำหรือปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • มีอาการบวม หรือพบปัสสาวะมีฟองต่อเนื่อง
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือสมรรถภาพร่างกายลดลง
  • ชาปลายมือหรือปลายเท้า หรือมีแผลที่เท้าหายช้า
  • ตรวจพบระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดันโลหิต หรือผลการทำงานของตับและไตผิดปกติ
  • ตรวจพบไขมันพอกตับ
  • มีความผิดปกติของฮอร์โมนหรือสงสัยโรคไทรอยด์
  • นอนหลับไม่เพียงพอ หรือนอนหลับไม่มีคุณภาพ
  • มีน้ำหนักเกินหรือไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องเพิ่มขึ้น
  • มีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคเมตาบอลิกอื่น ๆ

หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบากเฉียบพลัน หน้ามืดหมดสติ หรืออาการรุนแรงผิดปกติ ควรเข้ารับการประเมินทางการแพทย์ทันที

วางแผนสุขภาพเมตาบอลิกตั้งแต่วันนี้
ความผิดปกติทางเมตาบอลิกหลายชนิดสามารถเริ่มต้นได้ก่อนเกิดอาการชัดเจน การประเมินปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก การรักษาที่เหมาะสม และการติดตามอย่างต่อเนื่อง สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้

ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต
พร้อมดูแลคุณด้วยแผนการรักษาที่ออกแบบตามข้อมูลสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล



นัดหมายเพื่อรับการประเมินและวางแผนรักษาเฉพาะบุคคล ได้ที่
ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน
โทรศัพท์ 02-079-0070 ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น.

 

 

 

 

ทีมแพทย์เฉพาะทางประจำศูนย์

Card Image
นพ.ชาญวัฒน์
ชวนตันติกมล
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
พญ.ธนพร
พุทธานุภาพ
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
นพ.ปริญญา
สมัครการไถ
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
นพ.ชนปิติ
สิริวรรณ
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
นพ.ดุษฎี
จรัญวรากรชัย
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
ศ.นพ.ชัชลิต
รัตรสาร
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
นพ.รัฐธร
พนัสสรณ์
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
สัญญาณเตือนไขมันในเลือดสูง พร้อมจุดสังเกตที่ตรวจดูได้ด้วยตนเอง

คอเลสเตอรอลเป็นสารที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการสร้างเซลล์และฮอร์โมน แต่เมื่อ LDL cholesterol สูงเป็นเวลานาน ไขมันสามารถสะสมในผนังหลอดเลือด เกิดเป็นคราบพลัค ทำให้หลอดเลือดตีบหรืออุดตัน เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจตาย โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ยาชนิดใดทำให้น้ำหนักเพิ่ม รู้ทันยาอ้วนและวิธีรับมืออย่างปลอดภัย

ยาชนิดใดทำให้น้ำหนักเพิ่ม เช่น สเตียรอยด์ อินซูลิน ยาจิตเวช และยากันชัก พร้อมวิธีแยกไขมันเพิ่มจากบวมน้ำ และข้อควรทำโดยไม่หยุดยาเอง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
โรคอ้วนในผู้สูงอายุและภาวะกล้ามเนื้อน้อย ลดน้ำหนักอย่างไรให้ยังแข็งแรง

เมื่ออายุมากขึ้น หลายคนสังเกตว่าน้ำหนักหรือรอบเอวเพิ่มขึ้น ขณะที่แรงขาและกำลังแขนกลับลดลง เดินช้าลง ลุกจากเก้าอี้ยาก หรือเหนื่อยง่ายกว่าเดิม ภาวะนี้อาจไม่ใช่เพียง “อ้วนขึ้นตามวัย” แต่เป็นโรคอ้วนที่เกิดร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อน้อย หรือ sarcopenic obesity ภาวะนี้มีความสำคัญเพราะผู้สูงอายุอาจมีไขมันสะสมมาก แต่มีมวลกล้ามเนื้อและสมรรถภาพลดลงพร้อมกัน ตัวเลขน้ำหนักหรือ BMI จึงอาจดูไม่รุนแรง ทั้งที่ความเสี่ยงต่อการหกล้ม กระดูกหัก เบาหวาน การเคลื่อนไหวลดลง และการสูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเองกำลังเพิ่มขึ้น

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
โรคอ้วนกับภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ อ้วนเพราะไทรอยด์จริงหรือไม่

ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำสามารถทำให้น้ำหนักเพิ่มได้จริง แต่โดยทั่วไปมักทำให้น้ำหนักเพิ่มเพียงบางส่วน และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่งเกิดจากการคั่งของเกลือและน้ำ ไม่ใช่ไขมันทั้งหมด ภาวะไทรอยด์ต่ำเพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่คำอธิบายของโรคอ้วนในผู้ป่วยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากหรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย

อ่านเพิ่มเติม