ถ่ายเจ็บ มีเลือดออก เสี่ยง! มะเร็งทวารหนัก เช็กสัญญาณและอาการเตือนก่อนสาย

หลายคนที่เคยเป็นริดสีดวงทวาร อาจคุ้นเคยกับอาการเจ็บขณะถ่าย มีเลือดออก หรือมีก้อนที่ทวารหนัก แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงริดสีดวงเสมอไป เพราะ “มะเร็งทวารหนัก” ก็สามารถแสดงอาการคล้ายกันได้ หากชะล่าใจหรือละเลยการตรวจ อาจทำให้การวินิจฉัยเกิดความล่าช้าและส่งผลต่อการรักษาในอนาคตได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่ามะเร็งทวารหนักคืออะไร มีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงจากอะไรบ้าง อาการเริ่มต้นต่างจากริดสีดวงอย่างไร ตลอดจนการตรวจวินิจฉัย วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายในอนาคต
มะเร็งทวารหนักคืออะไร ?
มะเร็งทวารหนัก (Anal cancer) คือภาวะที่เซลล์เยื่อบุภายในทวารหนักซึ่งคอยทำหน้าที่ขับถ่ายของเสีย มีการเจริญเติบโตผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งความผิดปกตินี้สามารถพัฒนาเป็นก้อนเนื้อร้าย ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง เช่น กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก และยังอาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบหรืออวัยวะอื่นได้
|
⚠️ แม้มะเร็งทวารหนักจะพบไม่บ่อยเมื่อเทียบกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ก็จัดเป็นโรคร้ายแรงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาให้หายขาดได้ก็มีสูงมาก |
มะเร็งทวารหนัก สาเหตุเกิดจากอะไร ?
ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งทวารหนักได้ แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค ดังนี้- การติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุ (Dysplasia) ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาหรือกำจัดเชื้อออกไป อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้
- การติดเชื้อหูดหงอนไก่ บริเวณทวารหนักหรืออวัยวะเพศ ซึ่งเกิดจาก HPV เช่นกัน
- พฤติกรรมทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักบ่อยครั้งโดยไม่ป้องกัน เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV และก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุทวาร
- ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ต้องใช้ยากดภูมิ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสะสมและความเสี่ยงของเซลล์ผิดปกติ
- การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งทวารหนัก เนื่องจากสารพิษในบุหรี่มีผลต่อการทำลาย DNA ของเซลล์เยื่อบุทวารหนัก ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
- พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเคยป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก หรือมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงมากขึ้น

มะเร็งทวารหนัก อาการเริ่มต้นระยะแรก
อาการเริ่มต้นของมะเร็งทวารหนักมักคล้ายกับโรคริดสีดวงทวาร จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิดและทำให้การเข้ารับการวินิจฉัยล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการรักษา การหมั่นสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยสามารถสรุปอาการสำคัญได้ ดังนี้- เลือดออกทางทวารหนัก เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด มักมีเลือดปนมากับอุจจาระ หรือมีเลือดออกเรื้อรังแม้ไม่ได้ถ่ายแข็งหรือเบ่งแรง
- มีก้อน หรือแผลผิดปกติ บริเวณรูทวารหรือภายในทวารอาจคลำเจอก้อนเล็กๆ ที่ค่อยๆ โตขึ้น ต่างจากก้อนริดสีดวงที่มักยุบหายเอง
- เจ็บขณะถ่าย ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหรือปวดลึก ๆ แม้ไม่ได้ขับถ่าย
- มีของเหลวผิดปกติไหลออกจากทวารหนัก เช่น น้ำเมือก น้ำหนอง หรือของเหลวปนเลือดจากแผลในทวาร ซึ่งเป็นอาการที่ริดสีดวงทั่วไปมักไม่พบ
- คัน ระคายเคือง หรือแสบรอบทวารหนัก เกิดจากการอักเสบหรือการหลั่งของเหลวผิดปกติ
- ต่อมน้ำเหลืองโตที่ขาหนีบ หากโรคลุกลาม อาจทำให้ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต ซึ่งไม่ใช่อาการทั่วไปของริดสีดวง
สรุปความแตกต่างอาการ ริดสีดวง VS มะเร็งทวารหนัก
อาการ/ลักษณะ |
มะเร็งทวารหนัก |
ริดสีดวงทวาร |
เลือดออกทางทวาร |
เลือดออกเรื้อรัง ปนกับอุจจาระหรือออกโดยไม่สัมพันธ์กับการขับถ่าย |
มีเลือดสดซึมออกมา มักหยดหรือติดกระดาษชำระหลังถ่าย |
ก้อนเนื้อ |
เป็นก้อนแข็งที่โตขึ้นเรื่อยๆ |
เป็นก้อนนิ่มยื่นออกมา ยุบได้เมื่ออักเสบลดลง |
อาการปวด |
ปวดลึกๆ หรือปวดต่อเนื่อง แม้ไม่ได้ถ่าย |
ปวดเมื่อก้อนริดสีดวงบวม อักเสบ หรือมีการกดเบียด |
ของเหลวผิดปกติ |
พบบ่อย มักมีน้ำเมือกหรือหนอง |
พบน้อยมาก |
การระคายเคือง |
มีอาการคันร่วมกับแผลเรื้อรังบริเวณก้อนเนื้อ |
มีอาการเจ็บแสบจากก้อนริดสีดวงเสียดสี |
ภาวะต่อมน้ำเหลืองโต |
พบที่ขาหนีบหรือตามตำแหน่งใกล้เคียง |
ไม่พบ |
วิธีตรวจคัดกรอง และวินิจฉัยมะเร็งทวารหนักเนื่องจากอาการของมะเร็งทวารหนักและริดสีดวงทวารมีความคล้ายคลึงกันมาก เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาที่เหมาะสม การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยมีแนวทางการวินิจฉัย ดังนี้
- การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามอาการโดยละเอียด จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายและตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination) โดยแพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปเพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ หรือแผลในทวาร
- การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ถือเป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำมากที่สุด สำหรับวินิจฉัยความผิดปกติในลำไส้และทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็กที่มีไฟและเลนส์ (Colonoscope) ใส่เข้าทางทวารหนัก เพื่อให้เห็นสภาพเยื่อบุทวารและลำไส้อย่างละเอียด
- การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) หากพบความผิดปกติจากการส่องกล้อง แพทย์จะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อส่งตรวจ เพื่อยืนยันว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยขั้นสุดท้าย
- การตรวจเพิ่มเติม ในกรณีที่ยืนยันว่ามีมะเร็ง แพทย์อาจพิจารณาใช้ CT Scan เพื่อประเมินการลุกลามเฉพาะที่และต่อมน้ำเหลือง รวมถึงบางกรณีอาจใช้ PET/CT เพื่อประเมินการกระจายของโรคทั้งร่างกาย ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
มะเร็งทวารหนัก รักษาอย่างไร ?
แนวทางการรักษามะเร็งทวารหนักขึ้นอยู่กับระยะของโรค สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และตำแหน่งของก้อนมะเร็ง โดยแพทย์มักใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ซึ่งแนวทางสำคัญมีดังนี้- การฉายรังสี (Radiation Therapy) ถือเป็นวิธีมาตรฐานในการรักษามะเร็งทวารหนัก โดยเฉพาะในระยะแรก โดยแพทย์มักใช้ร่วมกับการทำเคมีบำบัด
- การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือการทำคีโม เป็นการให้ยาทางเส้นเลือดเพื่อทำลายหรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง มักใช้ร่วมกับวิธีการฉายรังสี
- การผ่าตัด (Surgery) เหมาะกับกรณีที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กและยังจำกัดบริเวณ หรือกรณีที่โรคไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดและรังสี หากก้อนใหญ่หรือแพร่กระจายลึก แพทย์อาจต้องผ่าตัดเอาทวารหนักและกล้ามเนื้อรอบๆ ออกทั้งหมด พร้อมทำทางออกอุจจาระที่หน้าท้อง (Colostomy)
- การรักษาแบบประคับประคอง ใช้กับผู้ป่วยที่โรคอยู่ในระยะลุกลามจนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป้าหมายคือบรรเทาอาการ เช่น ลดอาการปวด แก้ไขการอุดตัน หรือควบคุมเลือดออก เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

วิธีป้องกันมะเร็งทวารหนัก
มะเร็งทวารหนักแม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นโรคร้ายแรงที่หากตรวจพบช้าอาจลุกลามและกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถลดความเสี่ยงและป้องกันได้ หากเริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพด้วยแนวทางป้องกัน ดังนี้- ดูแลสุขภาพทางเพศและการติดเชื้อ โดยการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางทวาร รวมถึงพิจารณาการฉีดวัคซีน HPV เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งทวารหนักและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง งดสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ
แม้อาการเลือดออก เจ็บ หรือมีก้อนที่ทวารหนักมักสัมพันธ์กับโรคริดสีดวง แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งทวารหนักได้เช่นกัน การหมั่นสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำและเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาด นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพและตรวจร่างกายเป็นประจำยังเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยง พร้อมปกป้องสุขภาพทวารหนักให้แข็งแรงและห่างไกลมะเร็งได้ในระยะยาว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00-20:00 น. โทร. 0-2079-0054
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!
ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!
ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!
ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!
ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!
ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!
ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์