ถ่ายเจ็บ มีเลือดออก เสี่ยง! มะเร็งทวารหนัก เช็กสัญญาณและอาการเตือนก่อนสาย

09 ต.ค. 68  | ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
แชร์บทความ      

หลายคนที่เคยเป็นริดสีดวงทวาร อาจคุ้นเคยกับอาการเจ็บขณะถ่าย มีเลือดออก หรือมีก้อนที่ทวารหนัก แต่รู้หรือไม่ว่าอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงริดสีดวงเสมอไป เพราะ “มะเร็งทวารหนัก” ก็สามารถแสดงอาการคล้ายกันได้ หากชะล่าใจหรือละเลยการตรวจ อาจทำให้การวินิจฉัยเกิดความล่าช้าและส่งผลต่อการรักษาในอนาคตได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่ามะเร็งทวารหนักคืออะไร มีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงจากอะไรบ้าง อาการเริ่มต้นต่างจากริดสีดวงอย่างไร ตลอดจนการตรวจวินิจฉัย วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน เพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างถูกต้องและลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายในอนาคต

มะเร็งทวารหนักคืออะไร ?

มะเร็งทวารหนัก (Anal cancer) คือภาวะที่เซลล์เยื่อบุภายในทวารหนักซึ่งคอยทำหน้าที่ขับถ่ายของเสีย มีการเจริญเติบโตผิดปกติและกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งความผิดปกตินี้สามารถพัฒนาเป็นก้อนเนื้อร้าย ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง เช่น กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก และยังอาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบหรืออวัยวะอื่นได้

⚠️ แม้มะเร็งทวารหนักจะพบไม่บ่อยเมื่อเทียบกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ก็จัดเป็นโรคร้ายแรงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาให้หายขาดได้ก็มีสูงมาก

 
 

มะเร็งทวารหนัก สาเหตุเกิดจากอะไร ?

ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งทวารหนักได้ แต่มีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรค ดังนี้
  • การติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุ (Dysplasia) ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาหรือกำจัดเชื้อออกไป อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้
  • การติดเชื้อหูดหงอนไก่ บริเวณทวารหนักหรืออวัยวะเพศ ซึ่งเกิดจาก HPV เช่นกัน
  • พฤติกรรมทางเพศ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักบ่อยครั้งโดยไม่ป้องกัน เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV และก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุทวาร
  • ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV หรือผู้ที่ต้องใช้ยากดภูมิ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดการสะสมและความเสี่ยงของเซลล์ผิดปกติ
  • การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งทวารหนัก เนื่องจากสารพิษในบุหรี่มีผลต่อการทำลาย DNA ของเซลล์เยื่อบุทวารหนัก ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
  • พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวเคยป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก หรือมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงมากขึ้น

มะเร็งทวารหนัก อาการเริ่มต้นระยะแรก

อาการเริ่มต้นของมะเร็งทวารหนักมักคล้ายกับโรคริดสีดวงทวาร จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิดและทำให้การเข้ารับการวินิจฉัยล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลต่อโอกาสในการรักษา การหมั่นสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรกจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยสามารถสรุปอาการสำคัญได้ ดังนี้
  • เลือดออกทางทวารหนัก เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด มักมีเลือดปนมากับอุจจาระ หรือมีเลือดออกเรื้อรังแม้ไม่ได้ถ่ายแข็งหรือเบ่งแรง
  • มีก้อน หรือแผลผิดปกติ บริเวณรูทวารหรือภายในทวารอาจคลำเจอก้อนเล็กๆ ที่ค่อยๆ โตขึ้น ต่างจากก้อนริดสีดวงที่มักยุบหายเอง
  • เจ็บขณะถ่าย ผู้ป่วยอาจรู้สึกเจ็บหรือปวดลึก ๆ แม้ไม่ได้ขับถ่าย
  • มีของเหลวผิดปกติไหลออกจากทวารหนัก เช่น น้ำเมือก น้ำหนอง หรือของเหลวปนเลือดจากแผลในทวาร ซึ่งเป็นอาการที่ริดสีดวงทั่วไปมักไม่พบ
  • คัน ระคายเคือง หรือแสบรอบทวารหนัก เกิดจากการอักเสบหรือการหลั่งของเหลวผิดปกติ
  • ต่อมน้ำเหลืองโตที่ขาหนีบ หากโรคลุกลาม อาจทำให้ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต ซึ่งไม่ใช่อาการทั่วไปของริดสีดวง

สรุปความแตกต่างอาการ ริดสีดวง VS มะเร็งทวารหนัก


อาการ/ลักษณะ

มะเร็งทวารหนัก

ริดสีดวงทวาร

เลือดออกทางทวาร

เลือดออกเรื้อรัง ปนกับอุจจาระหรือออกโดยไม่สัมพันธ์กับการขับถ่าย


มีเลือดสดซึมออกมา มักหยดหรือติดกระดาษชำระหลังถ่าย

ก้อนเนื้อ

เป็นก้อนแข็งที่โตขึ้นเรื่อยๆ

เป็นก้อนนิ่มยื่นออกมา ยุบได้เมื่ออักเสบลดลง


อาการปวด

ปวดลึกๆ หรือปวดต่อเนื่อง แม้ไม่ได้ถ่าย

ปวดเมื่อก้อนริดสีดวงบวม อักเสบ หรือมีการกดเบียด


ของเหลวผิดปกติ

พบบ่อย มักมีน้ำเมือกหรือหนอง


พบน้อยมาก

การระคายเคือง

มีอาการคันร่วมกับแผลเรื้อรังบริเวณก้อนเนื้อ


มีอาการเจ็บแสบจากก้อนริดสีดวงเสียดสี

ภาวะต่อมน้ำเหลืองโต

พบที่ขาหนีบหรือตามตำแหน่งใกล้เคียง


ไม่พบ
 
วิธีตรวจคัดกรอง และวินิจฉัยมะเร็งทวารหนัก

เนื่องจากอาการของมะเร็งทวารหนักและริดสีดวงทวารมีความคล้ายคลึงกันมาก เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาที่เหมาะสม การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยมีแนวทางการวินิจฉัย ดังนี้
  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามอาการโดยละเอียด จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายและตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Examination) โดยแพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปเพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ หรือแผลในทวาร
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ถือเป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำมากที่สุด สำหรับวินิจฉัยความผิดปกติในลำไส้และทวารหนัก โดยแพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็กที่มีไฟและเลนส์ (Colonoscope) ใส่เข้าทางทวารหนัก เพื่อให้เห็นสภาพเยื่อบุทวารและลำไส้อย่างละเอียด
  • การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) หากพบความผิดปกติจากการส่องกล้อง แพทย์จะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อส่งตรวจ เพื่อยืนยันว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยขั้นสุดท้าย
  • การตรวจเพิ่มเติม ในกรณีที่ยืนยันว่ามีมะเร็ง แพทย์อาจพิจารณาใช้ CT Scan เพื่อประเมินการลุกลามเฉพาะที่และต่อมน้ำเหลือง รวมถึงบางกรณีอาจใช้ PET/CT เพื่อประเมินการกระจายของโรคทั้งร่างกาย ก่อนวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

มะเร็งทวารหนัก รักษาอย่างไร ?

แนวทางการรักษามะเร็งทวารหนักขึ้นอยู่กับระยะของโรค สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย และตำแหน่งของก้อนมะเร็ง โดยแพทย์มักใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกันเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด ซึ่งแนวทางสำคัญมีดังนี้
  • การฉายรังสี (Radiation Therapy) ถือเป็นวิธีมาตรฐานในการรักษามะเร็งทวารหนัก โดยเฉพาะในระยะแรก โดยแพทย์มักใช้ร่วมกับการทำเคมีบำบัด
  • การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) หรือการทำคีโม เป็นการให้ยาทางเส้นเลือดเพื่อทำลายหรือหยุดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง มักใช้ร่วมกับวิธีการฉายรังสี
  • การผ่าตัด (Surgery) เหมาะกับกรณีที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กและยังจำกัดบริเวณ หรือกรณีที่โรคไม่ตอบสนองต่อเคมีบำบัดและรังสี หากก้อนใหญ่หรือแพร่กระจายลึก แพทย์อาจต้องผ่าตัดเอาทวารหนักและกล้ามเนื้อรอบๆ ออกทั้งหมด พร้อมทำทางออกอุจจาระที่หน้าท้อง (Colostomy)
  • การรักษาแบบประคับประคอง ใช้กับผู้ป่วยที่โรคอยู่ในระยะลุกลามจนไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป้าหมายคือบรรเทาอาการ เช่น ลดอาการปวด แก้ไขการอุดตัน หรือควบคุมเลือดออก เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด

วิธีป้องกันมะเร็งทวารหนัก

มะเร็งทวารหนักแม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นโรคร้ายแรงที่หากตรวจพบช้าอาจลุกลามและกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถลดความเสี่ยงและป้องกันได้ หากเริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพด้วยแนวทางป้องกัน ดังนี้
  • ดูแลสุขภาพทางเพศและการติดเชื้อ โดยการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางทวาร รวมถึงพิจารณาการฉีดวัคซีน HPV เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งทวารหนักและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง งดสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ

แม้อาการเลือดออก เจ็บ หรือมีก้อนที่ทวารหนักมักสัมพันธ์กับโรคริดสีดวง แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งทวารหนักได้เช่นกัน การหมั่นสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำและเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาด นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพและตรวจร่างกายเป็นประจำยังเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยลดความเสี่ยง พร้อมปกป้องสุขภาพทวารหนักให้แข็งแรงและห่างไกลมะเร็งได้ในระยะยาว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 08:00-20:00 น. โทร. 0-2079-0054

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
พญ.สาวินี จิริยะสิน อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
พญ.สาวินี
จิริยะสิน
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค

ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!

ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!

ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

อ่านเพิ่มเติม