โรค PCOS หรือชื่อใหม่ PMOS คืออะไร? อาการเตือนระบบฮอร์โมนที่ผู้หญิงควรต้องรู้

ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ขาดประจำเดือน สิวเรื้อรัง ขนขึ้นมากผิดปกติ น้ำหนักเพิ่มง่าย หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์ ผู้หญิงหลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องปกติแต่หารู้ไม่! ว่าแท้จริงแล้วอาจเป็นอาการของภาวะ PCOS หรือชื่อใหม่ที่ถูกเปลี่ยนเป็น PMOS ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงของเบาหวาน โรคอ้วน ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อีกทั้งยังเป็น 1 ในสาเหตุของภาวะมีบุตรยากอีกด้วย หลายคนอาจสงสัยว่าโรค PMOS หรือชื่อเดิมที่เรียกว่า PCOS คืออะไร และกระทบกับสุขภาพโดยรวมอย่างไร บทความนี้รวมทุกประเด็นที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้ พร้อมคำตอบที่ช่วยไขข้อสงสัยให้แล้วที่นี่
PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือชื่อใหม่อย่างเป็นทางการคือ PMOS (Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome) คือ ภาวะเรื้อรังที่มีความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมน การทำงานของรังไข่ และระบบเผาผลาญ โดยมักพบภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง ประจำเดือนผิดปกติ ร่วมกับอาการแสดงอื่น ๆ ของฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง (Hyperandrogenism) ส่งผลให้สิวขึ้น ขนดก ผมบางผมร่วง ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงโรคเบาหวาน และเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ นอกจากนี้ มักพบว่ามีโรคอ้วนร่วมด้วย 50-70% ซึ่งโรคอ้วนนี้เองส่งผลให้ฮอร์โมนและการทำงานของรังไข่แย่ลง กระตุ้นให้ ฮอร์โมนเพศชายสูงขึ้น และภาวะดื้ออินซูลินแย่ลง
รวมคำถาม-ตอบเกี่ยวกับโรค PMOS ที่หลายคนคุ้นหูในชื่อเดิม PCOS โรคที่คุณผู้หญิงมีประจำเดือนผิดปกติอยากรู้!
1. PMOS ย่อมาจากอะไร และมีความหมายอย่างไร?
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีการประกาศเปลี่ยนชื่อ PCOS เป็น PMOS อย่างเป็นทางการ หลังจากกระบวนการพัฒนาชื่อในระดับนานาชาติเป็นเวลาหลายปี โดยมีองค์กรวิชาชีพและองค์กรผู้ป่วยมากกว่า 50 แห่งเข้าร่วม กระบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนธรรมชาติของโรคที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรังไข่หรือระบบสืบพันธุ์ แต่เกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตด้วย
ชื่อใหม่ Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome จึงต้องการสื่อถึงองค์ประกอบสำคัญของภาวะนี้ ได้แก่
- Polyendocrine สะท้อนความเกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนและการทำงานของต่อมไร้ท่อหลายส่วนพร้อมกัน
- Metabolic เน้นความเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ รวมถึงภาวะดื้อต่ออินซูลินและความเสี่ยงต่อความผิดปกติของน้ำตาลและไขมัน
- Ovarian สะท้อนความผิดปกติของการทำงานของรังไข่ การตกไข่ และภาวะมีบุตรยาก
2. ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อจาก PCOS เป็น PMOS
ชื่อเดิม PCOS อาจทำให้เกิดความเข้าใจว่าปัญหาหลักคือ “ถุงน้ำในรังไข่” ทั้งที่ภาวะนี้มีความซับซ้อนมากกว่านั้น และบางคนที่มี PMOS ก็ไม่ได้มีลักษณะรังไข่แบบ polycystic อีกด้วย ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงโรคนี้ส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ทั่วร่างกาย เช่น ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบเผาผลาญ สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพผิวหนัง ไปจนถึงสุขภาพจิต ทำให้ผู้ป่วยและผู้หญิงที่อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงมองข้ามสัญญาณอันตรายที่เกิดขึ้นในระบบอื่นๆ ของร่างกาย ซึ่งส่งผลให้พลาดการตรวจประเมินและรับการรักษาที่ตรงจุด ดังนั้น การเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome (PMOS)” จึงมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนมอง PMOS เป็นภาวะที่มีผลต่อสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่เพียงปัญหาของรังไข่หรือประจำเดือนเท่านั้น

3.สาเหตุของโรค PMOS เกิดจากอะไร ?
ปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่สามารถอธิบายการเกิด PMOS ได้ทั้งหมด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น พันธุกรรม การทำงานของฮอร์โมน ความไวต่ออินซูลิน และปัจจัยด้านเมตาบอลิซึม โดยลักษณะและความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไปในแต่ละคน
4.PMOS ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไร?
ผลกระทบของ PMOS สามารถพบได้หลายด้าน
1. ระบบสืบพันธุ์และประจำเดือน
ความผิดปกติของการตกไข่อาจทำให้ประจำเดือนมาห่าง มาไม่สม่ำเสมอ หรือขาดประจำเดือน และเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะมีบุตรยากจากการไม่ตกไข่ อย่างไรก็ตาม การมีภาวะ PMOS ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ผู้หญิงจำนวนมากสามารถตั้งครรภ์ได้เองหรือสามารถตั้งครรภ์ได้ด้วยการรักษาที่เหมาะสม
2. ฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง
ผู้ที่มีภาวะ PMOS บางรายมีระดับแอนโดรเจนสูงหรือมีอาการแสดงของแอนโดรเจนสูง เช่น
- สิวหรือผิวมัน
- ขนขึ้นมากบริเวณใบหน้า ลำตัว หรือบริเวณที่มักพบขนในเพศชาย
- ผมบางหรือผมร่วงแบบที่สัมพันธ์กับแอนโดรเจน
อาการเหล่านี้มีความแตกต่างกันมากในแต่ละบุคคล และไม่จำเป็นต้องพบทุกอาการ
3. ระบบเผาผลาญ
PMOS มีความสัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน ความผิดปกติของระดับน้ำตาลและไขมัน รวมถึงความเสี่ยงต่อเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคหัวใจและหลอดเลือด
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรกล่าวว่าภาวะดื้อต่ออินซูลินเป็น “ต้นเหตุเดียว” ของ PMOS เพราะกลไกของโรคมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย
4. สุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต
ผู้ที่มี PMOS อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นต่ออาการวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ปัญหาภาพลักษณ์ของร่างกาย และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาสิว ขนดก น้ำหนักตัว ภาวะมีบุตรยาก หรืออาการเรื้อรังร่วมด้วย
5. การนอนหลับ
PMOS มีความสัมพันธ์กับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน จึงควรประเมินอาการ เช่น นอนกรนมาก ง่วงผิดปกติในเวลากลางวัน หรือมีผู้สังเกตเห็นว่าหยุดหายใจระหว่างนอนหลับ
5.ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อ PMOS?
PMOS เป็นภาวะที่มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง โดยพันธุกรรมมีบทบาทร่วมกับปัจจัยแวดล้อมและเมตาบอลิซึม ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็น PMOS อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดโรคอย่างแน่นอน
ในทางกลับกัน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็น PMOS และผู้ที่เป็น PMOS ก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีโรคอ้วนเสมอไป ดังนั้นการประเมินจึงไม่ควรใช้รูปร่างหรือน้ำหนักตัวเพียงอย่างเดียว
6.อาการของภาวะ PMOS ที่ควรสังเกต
อาการที่พบได้ ได้แก่
- ประจำเดือนมาห่างหรือไม่สม่ำเสมอ
- ขาดประจำเดือน
- มีอาการบ่งชี้ว่าไม่ตกไข่
- สิวหรือผิวมันมาก
- ขนดกผิดปกติ
- ผมบางหรือผมร่วง
- น้ำหนักเพิ่มหรือควบคุมน้ำหนักได้ยาก
- มีภาวะก่อนเบาหวานหรือเบาหวาน
- มีปัญหาในการตั้งครรภ์
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้วินิจฉัย PMOS โดยลำพัง เพราะอาจเกิดจากโรคหรือภาวะอื่นได้เช่นกัน
7.PMOS วินิจฉัยอย่างไร?
การวินิจฉัย PMOS ในผู้ใหญ่ไม่ได้อาศัยการอัลตราซาวด์เพียงอย่างเดียว แนวทางสากลใช้การประเมินลักษณะสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
- ภาวะแอนโดรเจนสูง ทั้งจากอาการทางคลินิกหรือผลตรวจทางชีวเคมี
- ความผิดปกติของการตกไข่หรือรอบประจำเดือน
- ลักษณะรังไข่แบบ polycystic จากอัลตราซาวด์ หรือในผู้ใหญ่สามารถใช้ระดับ AMH เป็นข้อมูลประกอบแทนการตรวจอัลตราซาวด์ได้ในบางกรณี
โดยทั่วไปต้องพบ 2 ใน 3 องค์ประกอบ และต้องพิจารณาตัดสาเหตุอื่นที่สามารถทำให้มีอาการคล้ายกันออกก่อน เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ภาวะโปรแลคตินสูง และภาวะต่อมหมวกไตบางชนิด ดังนั้น ผู้ที่มีประจำเดือนผิดปกติไม่ควรสรุปด้วยตนเองว่าเป็น PMOS จากอาการเพียงอย่างเดียว
8.PMOS อันตรายหรือไม่?
PMOS เป็นภาวะเรื้อรังที่ควรได้รับการดูแลต่อเนื่อง เพราะมีความสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพในระยะยาวหลายด้าน ได้แก่
- ภาวะดื้อต่ออินซูลินและเบาหวานชนิดที่ 2
- ความดันโลหิตสูง
- ความผิดปกติของระดับไขมัน
- โรคอ้วนและกลุ่มอาการทางเมตาบอลิซึม
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์บางชนิด
- ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- ปัญหาด้านสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิต
ความเสี่ยงดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยทุกราย และระดับความเสี่ยงแตกต่างกันตามปัจจัยเฉพาะบุคคล การติดตามสุขภาพอย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญ
9.PMOS กับน้ำหนักตัวเกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ผู้ที่มี PMOS บางรายมีภาวะดื้อต่ออินซูลินและมีแนวโน้มเพิ่มน้ำหนักได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน เนื้อเยื่อไขมันส่วนเกิน โดยเฉพาะไขมันบริเวณช่องท้อง สามารถสัมพันธ์กับความผิดปกติทางเมตาบอลิซึมและฮอร์โมนได้เช่นกัน จึงเกิดความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างน้ำหนักตัว อินซูลิน และฮอร์โมน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรอธิบายว่าการลดน้ำหนักใน PMOS เป็นเพียงเรื่องของการ “ลดอินซูลิน” หรือกล่าวว่าผู้ที่น้ำหนักลดไม่ได้เกิดจากการขาดวินัย เพราะการควบคุมน้ำหนักได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งชีววิทยา พฤติกรรม สิ่งแวดล้อม การนอนหลับ ยา และภาวะสุขภาพอื่น ๆ
แนวทางสากลแนะนำให้เน้นสุขภาพโดยรวม การป้องกันน้ำหนักเพิ่ม และการจัดการน้ำหนักเมื่อมีข้อบ่งชี้ โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้รูปแบบการรับประทานอาหารหรือการออกกำลังกายเพียงแบบใดแบบหนึ่งสำหรับผู้ป่วย PMOS ทุกคน

10. ผู้ที่มีภาวะ PMOS สามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ?
แม้โรค PMOS จะส่งผลต่อการตกไข่ของผู้หญิง ทำให้เกิดภาวะไม่ตกไข่เรื้อรังและมีบุตรยาก แต่สามารถตั้งครรภ์และมีบุตรได้โดยเฉพาะหากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยในบางกรณีอาจมีการใช้เทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ในการรักษาภาวะมีบุตรยากร่วมด้วยตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
11. วิธีการรักษา PMOS (ชื่อเดิม PCOS) เป็นอย่างไร หายเองได้ไหม ?
การรักษาควรปรับให้เหมาะกับอาการ เป้าหมาย และความต้องการของแต่ละคน โดยประกอบด้วย
-
การปรับพฤติกรรมและวิถีชีวิต
การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหมาะสม การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับที่เพียงพอ และการดูแลสุขภาพจิต เป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแล PMOS
-
การรักษาความผิดปกติของประจำเดือนและฮอร์โมน
ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมสามารถใช้เพื่อช่วยจัดการรอบประจำเดือนและอาการที่เกี่ยวข้องกับแอนโดรเจนในผู้ที่เหมาะสม ส่วนโปรเจสตินหรือวิธีอื่นอาจใช้เพื่อช่วยปกป้องเยื่อบุโพรงมดลูกตามดุลยพินิจของแพทย์
-
การจัดการด้านเมตาบอลิซึม
Metformin อาจได้รับการพิจารณาในผู้ที่มีข้อบ่งชี้ด้านเมตาบอลิซึม โดยการเลือกใช้ยาขึ้นอยู่กับอาการและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน
บางรายที่มีน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน อาจพิจารณายากลุ่ม GLP-1 receptor agonists เช่น semaglutide หรือ liraglutide ตามแนวทางการรักษาโรคอ้วนทั่วไป ทั้งนี้ต้องประเมินประโยชน์ ความเสี่ยง ผลข้างเคียง และความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่อาจตั้งครรภ์
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ทำให้ PMOS หายขาดอย่างถาวร แต่สามารถควบคุมอาการและลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้ การดูแลจึงมุ่งไปที่เป้าหมายเฉพาะของแต่ละบุคคล เช่น ทำให้รอบเดือนเหมาะสม ลดอาการจากแอนโดรเจน ปรับปรุงสุขภาพเมตาบอลิซึม ป้องกันปัญหาเยื่อบุโพรงมดลูก และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์เมื่อมีความต้องการ

12. สัญญาณเตือน! เมื่อไรควรพบแพทย์
ควรปรึกษาแพทย์หากมีอาการ เช่น
- ประจำเดือนผิดปกติหรือขาดประจำเดือนเป็นเวลานานเกิน 3 เดือน
- มีสิวหรือขนดกเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
- มีผมบางหรือผมร่วงผิดปกติ
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีปัญหาด้านเมตาบอลิซึม
- พยายามตั้งครรภ์แล้วไม่สำเร็จ
- มีอาการที่สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ
การประเมินอาจทำโดยสูตินรีแพทย์ หรือแพทย์ต่อมไร้ท่อ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการดูแลรักษาต่อไป
สุขภาพภายในเป็นสิ่งที่สาวๆ ต้องใส่ใจ ปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติที่หลายคนกำลังเผชิญอาจเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คิด แม้ปัจจุบันโรค PMOS (ชื่อเดิม PCOS) ยังไม่มีวิธีป้องกันโรคที่แน่ชัด และไม่ถูกระบุว่าเป็นโรคที่ควรคัดกรองทุกปี แต่หากพบความผิดปกติที่คล้ายกับอาการ PMOS หรือถุงน้ำรังไข่หลายใบตามที่ได้กล่าวถึงข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ประเมินความเสี่ยง และวางแนวทางรักษาที่เหมาะสมต่อไป
อ้างอิงข้อมูล
- สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย
- World Health Organization (WHO): ข้อมูลเกี่ยวกับ PCOS และผลกระทบต่อสุขภาพ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08.00-20.00 น. โทร. 0-2079-0066
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี

ฉันทศาสตร์รัศมี
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?
ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง
เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค
แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ