
ไข้เลือดออก” ภัยเงียบจากยุงลายที่คุณมองข้าม
โรคไข้เลือดออกนับว่าเป็นโรคสุดฮิตที่มักจะมาพร้อมกับหน้าฝน ที่มีพาหะสำคัญมาจากยุงลาย โดยเฉพาะหน้าฝนที่มีน้ำขังตามบริเวณต่างๆ ยิ่งทำให้ยุงเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โอกาสในการแพร่ระบาดจึงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ อาการแรกเริ่มของโรคไข้เลือดออกแทบจะเหมือนไข้หวัดทั่วไปจนทำให้แยกอาการได้ยาก แต่โรคนี้หากมีอาการรุนแรงสามารถส่งผลถึงชีวิตได้เช่นกัน การเฝ้าระวังและป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เรามาทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากขึ้นเพื่อหาแนวทางในการรับมือและป้องกันได้อย่างถูกต้อง
Q : สาเหตุของโรคไข้เลือดออกมาจากอะไร ?
A : โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ ติดต่อโดยมียุงลายตัวเมียเป็นพาหะนำโรค โดยการติดเชื้อไวรัสเกิดจากยุงลายตัวเมียกัดและดูดเลือดของผู้ที่เป็นโรคไข้เลือดออกก่อน หลังจากนั้นยุงลายตัวเดิมบินไปกัดคนที่อยู่ในระยะทางไม่เกิน 400 เมตร เชื้อดังกล่าวก็จะแพร่เข้าสู่คนที่ถูกกัดได้ทันที ซึ่งเชื้อไวรัสเดงกีมีระยะฟักตัวในคน ประมาณ 3-14 วัน
Q : อาการของโรคไข้เลือดออกมีอะไรบ้าง ?
A : 1. ไข้สูงเกิน 38-40 องศาเซลเซียส
2. อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยตามตัว ปวดท้อง
3. มีหน้าแดง และอาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามลำตัว แขน ขา
4. คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
5. ถ้ามีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ อาการมักจะรุนแรงกว่าคนที่ไม่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
6. อาจมีอาการช็อกตามมาหากอาการรุนแรงมาก
ทั้งอาการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องมีครบทุกอาการและในผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะอาการหนัก-เบาต่างกันได้
Q : อาการไข้เลือดออกในเด็กแตกต่างจากผู้ใหญ่ไหม สังเกตได้อย่างไร?
A : อาการไข้เลือดออกในเด็ก อาจสังเกตได้ยากกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็กเล็กอาจยังบอกอาการเจ็บปวดไม่ได้ชัดเจน คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตหากลูกมีไข้สูงลอยเกิน 2 วัน ซึมลง เบื่ออาหาร ไม่กินนม หน้าแดง ตัวแดง หรือมีผื่นจุดสีแดงเล็กๆ ขึ้นตามแขนขา หากมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ควรรีบพามาพบแพทย์ทันที
Q : มีวิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออกไหม ?
A : ปัจจุบันยังไม่มีตัวยาไหนที่สามารถจำกัดเชื้อไวรัสเดงกีได้ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะฆ่าเชื้อเอง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก และป้องกันไม่ให้ถูกยุงลายกัด รวมกับทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
Q : มีวิธีการป้องกันไข้เลือดออกในเด็กได้อย่างไรบ้าง ให้ห่างไกลจากยุงลายได้
A : ภูมิต้านทานของเด็กยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ การป้องกันจึงสำคัญที่สุด นอกจากการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในบ้านแล้ว ควรให้เด็กสวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ทายากันยุงสำหรับเด็กโดยเฉพาะ และนอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด อีกทางเลือกสำคัญคือการพิจารณาฉีดวัคซีนไข้เลือดออกเด็ก เพื่อสร้างเกราะป้องกันระยะยาว
Q : วัคซีนไข้เลือดออกเด็กจำเป็นไหม ช่วยลดความรุนแรงได้แค่ไหน?
A : ปัจจุบันมีวัคซีนไข้เลือดออกเด็กรุ่นใหม่ที่สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 4 ปีขึ้นไป ทั้งคนที่เคยเป็นและไม่เคยเป็นมาก่อน การฉีดวัคซีนจะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคหากได้รับเชื้อ ช่วยป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้สูง ซึ่งช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เบาใจเรื่องความเสี่ยงและค่ารักษาพยาบาลในอนาคต
ปกป้องลูกรักจากไข้เลือดออกตั้งแต่วันนี้
ด้วยแพ็กเกจวัคซีนไข้เลือดออกสำหรับเด็ก (ชนิด 2 เข็ม) คลิกดูรายละเอียดและราคา
Q : โรคไข้เลือดออกมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง ?
A : แม้จะเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแต่ยังไม่มียาที่สามารถฆ่าเชื้อได้ จึงควรรักษาตามอาการที่เกิดขึ้นและเฝ้าระวัง อาการไข้เลือดออกแบบรุนแรง

Q : โรคไข้เลือดออกมีอาการแบบไหนถึงเรียกว่าอยู่ในระดับรุนแรง
A : มีเกล็ดเลือดต่ำ อาการเลือดออกรุนแรง เลือดกำเดาไหลออกหรือเลือดออกตามไรฟัน และมีการถ่ายอุจจาระดำเนื่องจากเลือดออก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการช็อกตามมาได้ ภาวะช็อกจากไข้เลือดออกเกิดจากเกิดจากการที่สารน้ำในหลอดเลือดรั่วออกไปนอกหลอดเลือด สามารถทำให้ความดันโลหิตต่ำ จนทําให้เกิดภาวะล้มเหลวของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะไตและตับ ซึ่งส่งผลรุนแรงถึงขั้นทําให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
Q : โรคไข้เลือดออกเป็นแล้วสามารถกลับมาเป็นอีกได้หรือไม่ ?
A : สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เพราะเชื้อไวรัสสามารถติดซ้ำได้หลายครั้ง และยังมีถึง 4 ชนิดด้วยกัน เมื่อติดเชื้อสายพันธุ์ใดแล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้นไปตลอด แต่จะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์อื่นเพียงชั่วคราว
Q : อาการไข้เลือดออกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร ?
A : อาการไข้เลือดออกจะมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน หรือหน้าแดง คอแดง ปวดศีรษะหรือปวดกระบอกตา อาจมีจุดเล็กๆ ตามแขนขา แต่มักจะไม่มีอาการไอและน้ำมูก
Q : ไข้เลือดออก ไข้ชิคุนกุนยา ไข้สมองเจอี ไข้มาลาเรีย ต่างกันอย่างไร ?
A : สำหรับไข้เลือดออก ไข้ชิคุนกุนยา ไข้สมองเจอีและไข้มาลาเรีย แม้จะเป็นโรคที่มีพาหะเป็นยุงเหมือนกัน แต่ก็เป็นยุงที่ต่างชนิดและมีอาการที่ต่างกัน ดังนี้
- ไข้เลือดออก มีพาหะเป็นยุงลาย อาการเด่นชัด คือ ไข้สูงลอย มีผื่นหรือจุดเลือดออกตามตัว เกล็ดเลือดต่ำ เสี่ยงช็อก
- ไข้ชิคุนกุนยา มีพาหะเป็นยุงลาย อาการเด่นชัด คือ ไข้สูง ปวดตามข้อเล็กๆ รุนแรง
- ไข้สมองเจอี มีพาหะเป็นยุงรำคาญ ส่วนใหญ่ติดเชื้อแล้วไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมาก แต่ในรายที่รุนแรงมักมีอาการทางสมอง เช่น คอแข็ง ซึม สับสน ชัก หรือเป็นอัมพาต
- ไข้มาลาเรีย มีพาหะเป็นยุงก้นปล่อง อาการเด่นชัด คือ ไข้สูง หนาวสั่น และเหงื่อออกมากเป็นรอบๆ
Q : ผู้ป่วยไข้เลือดออกสามารถซื้อยาแก้ปวดรับประทานเองได้หรือไม่ ?
A : หากเป็นพาราเซตามอลสามารถรับประทานเพื่อแก้ปวด ลดไข้ได้ แต่ไม่ควรซื้อยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพริน (Aspirin) และไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) มารับประทานเองเพราะอาจทำให้เลือดออกง่ายมากขึ้น
โรคไข้เลือดออกนับว่าเป็นภัยอันตรายที่น่ากังวลเพราะอาการสามารถเพิ่มความรุนแรงขึ้นได้ทุกเมื่อ นอกจากจะต้องหมั่นสังเกตและดูแลอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดแล้ว การให้ความสำคัญกับการจัดเก็บบริเวณบ้าน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำขังทั้งภายในและภายนอกบ้าน ควรคว่ำภาชนะต่างๆ ที่มีน้ำทิ้งเสียและจัดเก็บให้เข้าที่เข้าทางเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากยุงลายอันเป็นพาหะสำคัญของโรคไข้เลือดออก รวมถึงหาแนวทางกำจัดยุงลายให้ออกไปจากบริเวณบ้านก็จะสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้มากยิ่งขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์กุมารเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08.00 - 20.00 น. โทร. 0-2079-0030
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

เด็กนอนกรน... อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อันตรายที่ต้องรีบเช็กด่วน
ฝันร้ายของลูกน้อย... อาจมาจากเสียงเด็กนอนกรน! ที่อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ ชวนไขข้อข้องใจเรื่อง "นอนกรนในเด็ก" ที่พ่อแม่ควรรู้! เกิดจากอะไร กำลังบอกอะไรและอันตรายอย่างไร

รู้ได้อย่างไร เด็กอ้วน เกินเกณฑ์ อันตรายแอบแฝงที่พ่อแม่ควรรู้
พ่อแม่ควรรู้น้ำหนักลูก เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์ เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็กได้ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูอันตรายแฝงที่แอบซ่อนอยู่ในเด็กอ้วน พร้อมแนวทางการรักษา ลดน้ำหนักไปด้วยกันได้ที่นี่

ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้าย-ออทิสติกหรือไม่?
พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทางโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก "ขาดการกระตุ้น" เป็นหลัก

เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน ปี 2568
ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ปี 2568 ฤดุฝนแบบนี้พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิษ ทั้งไข้หวัด หรือโควิด มาเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมรับมือกับโควิดไปด้วยกัน

เด็กนอนกรน... อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อันตรายที่ต้องรีบเช็กด่วน
ฝันร้ายของลูกน้อย... อาจมาจากเสียงเด็กนอนกรน! ที่อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ ชวนไขข้อข้องใจเรื่อง "นอนกรนในเด็ก" ที่พ่อแม่ควรรู้! เกิดจากอะไร กำลังบอกอะไรและอันตรายอย่างไร

รู้ได้อย่างไร เด็กอ้วน เกินเกณฑ์ อันตรายแอบแฝงที่พ่อแม่ควรรู้
พ่อแม่ควรรู้น้ำหนักลูก เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์ เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็กได้ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูอันตรายแฝงที่แอบซ่อนอยู่ในเด็กอ้วน พร้อมแนวทางการรักษา ลดน้ำหนักไปด้วยกันได้ที่นี่

ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้าย-ออทิสติกหรือไม่?
พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทางโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก "ขาดการกระตุ้น" เป็นหลัก

เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน ปี 2568
ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ปี 2568 ฤดุฝนแบบนี้พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิษ ทั้งไข้หวัด หรือโควิด มาเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมรับมือกับโควิดไปด้วยกัน

ลูกของคุณเสี่ยงมีพฤติกรรมคล้าย-ออทิสติกหรือไม่?
พฤติกรรมคล้ายออทิสติกหรือในสื่อสังคมมักเรียกว่า “ออทิสติกเทียม” เป็นภาวะที่เด็กขาด “การกระตุ้น” ในการสื่อสารสองทางโรคออทิสติก เกิดจากความผิดปกติของสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ในขณะที่อาการออทิสติกเทียมจะเกิดจาก "ขาดการกระตุ้น" เป็นหลัก

เตรียมลูกรักให้ Ready เมื่อเปิดเทอมนี้ Covid มาเยือน ปี 2568
ช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว ปี 2568 ฤดุฝนแบบนี้พ่อแม่ต้องระวังเป็นพิษ ทั้งไข้หวัด หรือโควิด มาเตรียมตัวลูกน้อยให้พร้อมรับมือกับโควิดไปด้วยกัน

เด็กนอนกรน... อาจไม่ใช่เรื่องเล็กๆ อันตรายที่ต้องรีบเช็กด่วน
ฝันร้ายของลูกน้อย... อาจมาจากเสียงเด็กนอนกรน! ที่อาจเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับ ชวนไขข้อข้องใจเรื่อง "นอนกรนในเด็ก" ที่พ่อแม่ควรรู้! เกิดจากอะไร กำลังบอกอะไรและอันตรายอย่างไร

รู้ได้อย่างไร เด็กอ้วน เกินเกณฑ์ อันตรายแอบแฝงที่พ่อแม่ควรรู้
พ่อแม่ควรรู้น้ำหนักลูก เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเกินเกณฑ์ เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็กได้ ชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูอันตรายแฝงที่แอบซ่อนอยู่ในเด็กอ้วน พร้อมแนวทางการรักษา ลดน้ำหนักไปด้วยกันได้ที่นี่
