ลิ้นหัวใจรั่วรักษาได้! เจาะลึกอาการ วิธีตรวจและการรักษาเพื่อหัวใจที่แข็งแรง

05 เม.ย. 66  | หัวใจและหลอดเลือด
แชร์บทความ      
แชร์บทความ      

หัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญลำดับต้นๆ ของร่างกาย ความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหัวใจอาจส่งผลถึงชีวิต หนึ่งในนั้นคือโรค “ลิ้นหัวใจรั่ว” หลายคนคงเคยได้ยินโรคนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งจะไม่แสดงอาการเมื่ออยู่ในระยะเริ่มแรก แต่จะแสดงอาการก็ต่อเมื่อลิ้นหัวใจรั่วเข้าสู่ระดับรุนแรงแล้ว

> ลิ้นหัวใจรั่ว (Heart Valve Regurgitation) คือภาวะที่ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท ทำให้เลือดไหลย้อนกลับ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย ขาบวม หรือน้ำท่วมปอด การวินิจฉัยที่แม่นยำทำได้โดยการทำอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) โดยวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรง เริ่มตั้งแต่การติดตามอาการไปจนถึงการผ่าตัดซ่อมแซมหรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจด้วยเทคโนโลยีแผลเล็ก (MIS)

 

ลิ้นหัวใจสำคัญต่อการทำงานของหัวใจอย่างไร ?

หัวใจประกอบด้วยโครงสร้างอวัยวะหลายส่วน ได้แก่ เยื่อหุ้มหัวใจ, ชั้นกล้ามเนื้อหัวใจ, ลิ้นหัวใจ, เส้นเลือดหัวใจ เป็นต้น โดยลิ้นหัวใจในร่างกายคนเราจะมีทั้งหมด 4 ลิ้น แบ่งเป็นฝั่งซ้าย 2 ลิ้น และฝั่งขวา 2 ลิ้น โดยปกติเลือดในห้องหัวใจจะไหลเวียนจากห้องขวาบน ห้องขวาล่าง ไปสู่ปอด กลับเข้าห้องซ้ายบน ห้องซ้ายล่าง จากนั้นจึงออกไปสูบฉีดเลี้ยงทั่วร่างกายตามลำดับ โดยลิ้นหัวใจจะอยู่ระหว่างหัวใจแต่ละห้อง ทำหน้าที่กั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ

โรคลิ้นหัวใจรั่วส่งผลต่อร่างกายอย่างไร มีอาการแบบไหนบ้าง ?

หากลิ้นหัวใจรั่วจะทำให้มีเลือดไหลย้อนกลับ หัวใจและอวัยวะต่างๆ จะได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งอาการจะแตกต่างกันไปตามตำแหน่งของลิ้นหัวใจที่เกิดความผิดปกติ ดังนี้

  • หากเป็นลิ้นหัวใจห้องซ้ายรั่ว อาจส่งผลให้มีหัวใจห้องซ้ายโต เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอกข้างซ้าย ไม่สามารถนอนราบได้ มีภาวะน้ำท่วมปอด ความดันต่ำ เป็นต้น
  • หากเป็นลิ้นหัวใจห้องขวารั่ว ทำให้มีภาวะบวมน้ำ มีขาบวมกดบุ๋ม ท้องมาน ตับโต ตัวและตาเหลือง

โรคลิ้นหัวใจรั่วเกิดจากสาเหตุใดบ้าง ? 

  1. ความผิดปกติของหัวใจตั้งแต่กำเนิด ส่วนมากเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคหัวใจรั่ว ซึ่งสาเหตุนี้ไม่สามารถป้องกันได้  
  2. ลิ้นหัวใจเกิดการเสื่อมสภาพตามเวลาในวัยสูงอายุ เนื่องจากสูบฉีดเลือดตลอดเวลาทำให้ลิ้นหัวใจหนาขึ้น และเกิดการปิดไม่สนิท  
  3. ไข้รูห์มาติก โดยติดเชื้อที่คอหรือผิวหนังแล้วทำให้ลิ้นหัวใจถูกทำลาย  
  4. การติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ ทำให้ลิ้นหัวใจถูกทำลาย อักเสบ ลิ้นหัวใจทะลุ โดยมีสาเหตุมีติดเชื้อในช่องปาก โรคปริทันต์ หรือในผู้ป่วยมีความเสี่ยงอื่นๆ เช่น ฟอกไตทางหลอดเลือด หรือมีการใส่อุปกรณ์ในห้องหัวใจ
  5. ภาวะหัวใจโต กล้ามเนื้อหัวใจมีขนาดใหญ่หรือหนากว่าปกติทำให้เกิดลิ้นหัวใจรั่ว

นอกจากนี้ โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะและเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่สามารถนำไปสู่โรคลิ้นหัวใจรั่วได้เช่นกัน

การตรวจวินิจฉัยโรคลิ้นหัวใจรั่ว

ถึงแม้โรคนี้จะเกิดจากหลายปัจจัย แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก ปัจจุบันมีเครื่องมือในการช่วยวินิจฉัยโรคลิ้นหัวใจรั่วแบบเจาะลึกและแม่นยำมากมาย ได้แก่

  • การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) เพื่อดูขนาดของหัวใจและประเมินภาวะน้ำท่วมปอด
  • การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) หรือการทำเอคโค่ เพื่อดูโครงสร้างลิ้นหัวใจและการไหลเวียนเลือด
  • การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านทางหลอดอาหาร (Transesophageal echocardiogram) ที่ให้ภาพลิ้นหัวใจที่คมชัดกว่าการตรวจผ่านผนังหน้าอก
  • การตรวจหัวใจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardiac MRI) ช่วยประเมินโครงสร้างและความรุนแรงของการรั่วได้อย่างละเอียดแม่นยำ

วิธีการรักษาโรคลิ้นหัวใจรั่ว

สำหรับโรคลิ้นหัวใจรั่วหากเป็นในระยะแรกอาจยังไม่จำเป็นต้องทำการรักษา เพียงแต่ต้องติดตามอาการกับแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจและตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) เป็นระยะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยหากลิ้นหัวใจรั่วรุนแรงเป็นเวลานานจนมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหัวใจร่วมด้วยแล้ว ผลลัพธ์ของการรักษาอาจไม่ดีเทียบเท่ากับการรักษาตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งวิธีการรักษาโรคลิ้นหัวใจรั่วนั่นก็คือ การผ่าตัด 

อย่างไรก็ตามปัจจุบันการรักษาโรคลิ้นหัวใจรั่วไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกเป็นแผลใหญ่และฟื้นตัวช้าอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ปัจจุบันสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดแผลเล็ก ลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยวิธีการรักษาลิ้นหัวใจรั่วมีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี

  1. การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม (Valve replacement) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมเป็นการผ่าตัดนำลิ้นหัวใจเดิมออก จากนั้นนำลิ้นหัวใจเทียมอันใหม่ใส่เข้าไปแทนที่ แต่การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมจะมีความเสี่ยงมากกว่าผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ โดยลิ้นหัวใจเทียมมี 2 ชนิด คือ ชนิดเนื้อเยื่อจากเยื่อหุ้มหัวใจหมูหรือวัว และชนิดโลหะ 

  • ลิ้นหัวใจที่เป็นโลหะ ข้อดีของหัวใจประเภทโลหะคือมีความทนทานมากกว่า แต่ข้อเสียคือจำเป็นต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต ทั้งนี้การเลือกชนิดของลิ้นหัวใจขึ้นอยู่กับอายุและสภาวะของคนไข้อีกด้วย
  • ลิ้นหัวใจที่ทำจากเยื่อหุ้มหัวใจหมูหรือวัว ข้อดีคือไม่ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต แต่ข้อเสียคือภูมิคุ้มกันของร่างกายจะต่อต้านหรือทำลายเนื้อเยื่อแปลกปลอมนี้จนเกิดเป็นพังผืด ส่งผลให้การเปิด-ปิดของลิ้นหัวใจทำงานไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งลิ้นหัวใจชนิดนี้มีอายุเฉลี่ยอยู่ประมาณ 10 – 15 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและสภาพร่างกายคนไข้
  1. การผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ (Valve repair) 

การผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจในปัจจุบันเป็นการรักษาที่ดีวิธีหนึ่งเพราะผลข้างเคียงน้อย ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติที่สุด เนื่องจากเป็นการเย็บซ่อมลิ้นหัวใจที่มีการหย่อนหรือฉีกขาด โดยอาจมีการใส่อุปกรณ์ยึดตรึงโครงสร้างของลิ้นหัวใจด้วย การผ่าตัดชนิดนี้มีข้อดีคือไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ไม่จำเป็นต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรอยโรคของลิ้นหัวใจว่าสามารถผ่าตัดแบบเย็บซ่อมได้หรือไม่

ถึงแม้โรคลิ้นหัวใจรั่วจะเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งแบบที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก ปัจจุบันมีเครื่องมือในการช่วยวินิจฉัยโรคลิ้นหัวใจรั่วมากมาย โดยการเอกซ์เรย์ปอด (Chest X-ray) การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (Echocardiogram) การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านทางหลอดอาหาร (Transoesophageal echocardiogram) และการตรวจหัวใจด้วยคลื่นสะท้อนแม่เหล็กไฟฟ้า (Cardiac MRI) ทำให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ลิ้นหัวใจรั่วสามารถวินิจฉัยและรักษาได้ หากสงสัยหรือพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เพราะการรักษาโรคลิ้นหัวใจรั่วในขณะที่เป็นรุนแรง จนมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างหัวใจไปแล้ว อาจได้ผลลัพธ์ของการรักษาไม่ดีเท่ากับการรักษาตั้งแต่ต้น ดังนั้นควรหมั่นสังเกตร่างกายตัวเองอยู่เสมอ หากตรวจพบจะได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ที่โรงพยาบาลวิมุตเรามีศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ที่พร้อมให้บริการสำหรับผู้ที่ต้องการรับคำปรึกษาและอยากได้คำแนะนำในการวางแผนการรักษาที่ถูกวิธีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงโปรโมชันแพ็กเกจตรวจสุขภาพทั่วไป หรือตรวจสุขภาพหัวใจในราคาพิเศษ สามารถติดต่อได้ในเวลาทำการโรงพยาบาล 

 

(FAQ)คำถามพบบ่อยเรื่องโรคลิ้นหัวใจรั่ว

Q: เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว จะมีชีวิตอยู่ได้นานไหม ? 

A: ผู้ป่วยลิ้นหัวใจรั่วสามารถมีอายุขัยยืนยาวและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติ หากได้รับการวินิจฉัยเร็วและรักษาอย่างถูกวิธี ในรายที่เป็นน้อยแพทย์จะนัดติดตามอาการเป็นระยะ แต่หากเป็นรุนแรงและได้รับการผ่าตัดซ่อมแซม หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจทันเวลาก็จะช่วยลดความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลวและกลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิม

Q: สงสัยว่าเป็นลิ้นหัวใจรั่ว ตรวจอย่างไรให้รู้ ? 

A: เบื้องต้นแพทย์จะฟังเสียงหัวใจด้วยหูฟังเพื่อคัดกรอง หากพบเสียงฟู่ผิดปกติแพทย์จะส่งตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) ทันที ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็ว แม่นยำ และเป็นมาตรฐานที่สุดในการยืนยันโรค

Q: ลิ้นหัวใจรั่วส่งผลต่อร่างกายอย่างไร อันตรายแค่ไหน ?

A: เมื่อลิ้นหัวใจปิดไม่สนิท หัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะเหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย ขาบวม และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอย่างน้ำท่วมปอดและหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

Q: รักษาลิ้นหัวใจรั่วต้องผ่าตัดทุกคนไหม รักษาแบบไหนดีที่สุด?

A: ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนขึ้นอยู่กับระยะของโรค แต่ในรายที่จำเป็นต้องผ่าตัดนั้นปัจจุบันมีเทคโนโลยีผ่าตัดลิ้นหัวใจผ่านกล้อง (Minimally Invasive Surgery) แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ซึ่งการปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลที่มีความพร้อม จะช่วยให้ประเมินค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าในการรักษาได้ดีที่สุด

 

 

ปัจจุบัน การผ่าตัดหัวใจ
ไม่ได้จำกัดแค่ผ่าตัดเปิดแผลกลางหน้าอก แต่มีทางเลือกผ่าตัดหัวใจแผลเล็ก Minimally Invasive Cardiac Surgery ช่วยซ่อมแซมลิ้นหัวใจ เปลี่ยนลิ้นหัวใจ หรือทำบายพาสได้ในบางราย ลดการบาดเจ็บ ปลอดภัย ฟื้นตัวเร็ว


รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์
ศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก รพ.วิมุต

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด ชั้น 6  โรงพยาบาลวิมุต  

เวลา 08.00-17.00 น. หรือ โทร. 0-2079-0042  

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
พญ.ฐานิกา วุทธชูศิลป์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.สุวาณิช
เตรียมชาญชูชัย
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
Card Image
รศ.นพ.ปิยะ
สมานคติวัฒน์
ศัลยศาสตร์
ศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
5 โรคหัวใจที่คุณควรรู้ สาเหตุเกิดจากอะไร เช็กอาการเสี่ยงก่อนสาย!

หน้าอก เจ็บหัวใจ เหนื่อยง่าย อาจเสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้ เช่น ตัวใจตีบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจล้มเหลว และเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่จะมีอะไรบ้างไปดูกัน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
5 ท่าออกกำลังกาย สร้างสุขภาพดี หัวใจแข็งแรงได้ด้วยตัวเอง

มาดูแลหัวใจให้แข็งแรง ด้วย 5 ท่าออกกำลังกายบริหารหัวใจ ที่จะช่วยให้หัวใจของคุณมีสุขภาพแข็งแรง รับรองว่าดีต่อร่างกายและดีต่อใจอย่างแน่นอ

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีอาการอย่างไร? อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักเริ่มจากอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอก รู้จักสัญญาณเตือน สาเหตุ และการตรวจหัวใจเพื่อลดความเสี่ยง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
อย่าปล่อยไขมันในเลือดสูงปรี๊ด ถ้าไม่อยากเสี่ยงสารพัดโรค

ไขมันในเลือดสูง ภาวะอันตรายที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังได้ในอนาคต มาเริ่มต้นทำความรู้จักและปรับพฤติกรรม เพื่อลดโอกาสเกิดไขมันในเลือดสูงไปพร้อมกันในบทความนี้

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง