พยาธิใบไม้ในตับ ภัยเงียบร้ายแรงจากเมนูปลา (น้ำจืด) ดิบ

02 มี.ค. 69  | ศูนย์อายุรกรรม
แชร์บทความ      

สรุปประเด็นสำคัญพยาธิใบไม้ในตับ

  • สาเหตุหลัก เกิดจากการกินปลาน้ำจืดเกล็ดขาว (เช่น ปลาตะเพียน, ปลาสร้อย) ที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ
  • ความอันตรายสูงสุด เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของ "มะเร็งท่อน้ำดี" ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตสูง
  • อาการเริ่มต้น ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาเลยในระยะแรก
  • วิธีป้องกันที่ดีที่สุด ปรุงปลาให้สุก 100% ด้วยความร้อน และขับถ่ายในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
  • การรักษา ต้องพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับยาที่ถูกต้อง ห้ามซื้อยาถ่ายพยาธิกินเอง
 
 

‘ก้อยปลา’ ‘ปลาส้ม’ ‘ลาบปลาดิบ’ เมนูพื้นบ้านรสแซ่บที่อาจเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน แต่เบื้องหลังความอร่อยนั้นอาจมีภัยเงียบร้ายแรงที่เรียกว่า "พยาธิใบไม้ในตับ" ซ่อนตัวอยู่ ! พยาธิชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือป่วยเป็นมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก และที่น่ากลัวคือการติดเชื้อในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใดๆ เลย 

ดังนั้น บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงวงจรอันตรายของพยาธิใบไม้ในตับ ตั้งแต่สาเหตุว่าติดต่อสู่คนได้อย่างไร อาการที่สังเกตได้ มีแนวทางการรักษาและการป้องกันตัวเองจากภัยเงียบนี้ได้อย่างไรบ้าง มาหาคำตอบได้ที่นี่

พยาธิใบไม้ในตับ คืออะไร ?

พยาธิใบไม้ในตับ (Liver Fluke) คือ พยาธิตัวแบนชนิดหนึ่งที่เมื่อเข้าสู่คน หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแล้ว ตัวเต็มวัยจะเดินทางไปอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีและถุงน้ำดี คอยแย่งสารอาหารและออกไข่ปะปนออกมากับอุจจาระ ความน่ากลัวของพยาธินี้คือสามารถมีชีวิตอยู่ในร่างกายคนได้นานเป็น 10 ปี 

สำหรับสายพันธุ์ที่ก่อโรคพยาธิใบไม้ในตับในประเทศไทยคือ Opisthorchis viverrini ซึ่งพบได้บ่อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ ที่มีความนิยมในการบริโภคเมนูปลาน้ำจืดแบบดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ

วงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ในตับ และสาเหตุโรคพยาธิใบไม้ในตับ ติดต่อได้อย่างไร ?

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าพยาธิใบไม้ในตับติดต่อจากการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด แต่ความจริงแล้วการติดเชื้อสู่คนมีช่องทางที่จำเพาะเจาะจงมาก ผ่านวงจรชีวิตของพยาธิใบไม้ ดังนี้

  1. เริ่มต้นในแหล่งน้ำ ผู้ที่มีเชื้ออยู่แล้ว ถ่ายอุจจาระที่มีไข่พยาธิปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำจืด หรือแหล่งน้ำจืดนั้นปนเปื้อนไข่พยาธิ
  2. เข้าสู่หอย (พาหะที่ 1) จากนั้นไข่ของพยาธิที่ปนเปื้อนอยู่ในแหล่งน้ำจะเดินทางสู่บ้านหลังแรก นั่นก็คือหอยน้ำจืดบางชนิด เช่น หอยโข่ง หอยขม ซึ่งหอยเหล่านี้จะกินไข่พยาธิเข้าไป จากนั้นตัวอ่อนจะฟักและเจริญเติบโตในตัวหอย ที่สำคัญคือแม้หอยจะมีตัวอ่อนพยาธิ แต่การกินหอยเหล่านี้ไม่ทำให้คนติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับ เนื่องจากตัวอ่อนระยะนี้ยังไม่สามารถเจริญเติบโตในร่างกายคนได้ 
  3. เข้าสู่ปลา (พาหะที่ 2) เป็นการเดินทางหาบ้านหลังที่ 2 ของตัวอ่อนที่เติบโตและแข็งแรงมากพอ และต้องการสารอาหารมากขึ้น โดยตัวอ่อนพยาธิจะออกจากหอยแล้วไชเข้าสู่ปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ดขาว เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาว ปลาสร้อย ไปฝังตัวอยู่ในเนื้อปลา และเจริญเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ
  4. เข้าสู่คน (ผู้ติดเชื้อ) ระยะสำคัญที่เป็นคำตอบว่าทำไมเราถึงติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ในตับ เพราะคนเราจะติดเชื้อได้โดยการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่มีตัวอ่อนพยาธิอยู่ โดยปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ซึ่งเมนูอาหารสำคัญที่ทำจากปลาน้ำจืดและก่อให้ติดเชื้อโรคพยาธิใบไม้ในตับ ได้แก่ ก้อยปลาดิบ ปลาส้มดิบ ปลาร้าดิบ ปลาจ่อมดิบ เป็นต้น

อาการของพยาธิใบไม้ในตับ สังเกตได้อย่างไรบ้าง ?

โรคพยาธิใบไม้ในตับเรียกว่าเป็นภัยเงียบที่อันตรายไม่น้อย เพราะหลังจากติดเชื้อแล้วระยะแรกมักไม่มีอาการแสดงออกมาเลย ทำให้คนส่วนใหญ่ที่ติดเชื้อไม่รู้ตัวว่ามีพยาธิอาศัยและทำอันตรายต่อท่อน้ำดีอยู่ภายในร่างกาย แต่อาการจะเริ่มแสดงออกเมื่อติดเชื้อเรื้อรัง หรือมีพยาธิสะสมจำนวนมาก โดยอาจใช้เวลาหลายปี หรือเป็นสิบๆ ปีถึงจะเริ่มมีอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไป เช่น

  • อาการทางเดินอาหารเรื้อรัง เช่น ท้องอืด แน่นท้อง รู้สึกอาหารไม่ย่อยบ่อยๆ
  • เจ็บบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเป็นตำแหน่งของตับ โดยอาจปวดตื้อๆ หรือกดแล้วเจ็บ
  • ในบางรายอาจมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ซึ่งมักเป็นๆ หายๆ โดยเกิดจากท่อน้ำดีอักเสบหรืออุดตัน
  • ตับโต อาจคลำพบก้อน หรือรู้สึกว่าท้องด้านขวาบนโตขึ้น
  • อาการอื่นๆ เช่น เบื่ออาหาร ผอมลงโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ เป็นครั้งคราว

ซึ่งเมื่อระยะแรกมักไม่มีอาการ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีพยาธิในตัว ? คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาด หรือมีประวัติชอบรับประทานเมนูปลาดิบ คือ การตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจที่ง่ายและแม่นยำที่สุดในการหาพยาธิใบไม้ในตับคือการตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ ซึ่งจะช่วยให้ตรวจพบการติดเชื้อได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

โรคแทรกซ้อนจากพยาธิใบไม้ในตับ ความอันตรายเมื่อพยาธิใบไม้ในตับไม่ได้อยู่เฉยๆ

การติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับเรื้อรังจะทำให้เกิดการอักเสบในท่อน้ำดีซ้ำๆ ซึ่งจะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย ดังเช่น

  • ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง การที่พยาธิอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการอักเสบและเกิดพังผืดขึ้นในท่อน้ำดี
  • นิ่วในถุงน้ำดี ตัวพยาธิที่ตายแล้ว หรือเศษซากจากการอักเสบ สามารถกลายเป็นแกนกลางให้แคลเซียมและสารอื่นๆ ในน้ำดีมาจับตัวกันจนกลายเป็นก้อนนิ่วได้ง่ายขึ้น
  • ฝีในตับ การอักเสบและการอุดตันของท่อน้ำดีเรื้อรัง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนได้ง่าย และลุกลามจนกลายเป็นหนองสะสมในเนื้อตับ
  • ตับแข็ง การอักเสบและเกิดพังผืดในท่อน้ำดี และเนื้อตับโดยรอบที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่ภาวะตับแข็งได้ในบางราย
  • มะเร็งท่อน้ำดี ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและอันตรายที่สุด เนื่องจากการอักเสบเรื้อรังจากพยาธิถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ อีกทั้งยังมีความรุนแรงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงมาก

ทำไมการรักษาพยาธิใบไม้ในตับ ถึงไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิกินเอง ? 

⚠️ การรักษาพยาธิใบไม้ในตับจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และไม่ควรซื้อยามาถ่ายเองโดยเด็ดขาด ด้วยเหตุผล ดังนี้

  • ต้องวินิจฉัยให้ถูกต้องก่อน โดยจะต้องตรวจอุจจาระเพื่อยืนยันว่ามีไข่พยาธิจริง หรือมีการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจทางรังสีวิทยาตามการพิจารณาของแพทย์ก่อน
  • ต้องใช้ยาให้ถูกชนิดและถูกขนาด เนื่องจากยาที่ใช้รักษาคือพราซิควอนเทล (Praziquantel) ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น โดยจะต้องมีการคำนวณขนาดยาตามน้ำหนักตัวของผู้ป่วยแต่ละราย อีกทั้งยาถ่ายพยาธิทั่วไปที่หาซื้อได้เองมักใช้ไม่ได้ผลกับพยาธิชนิดนี้
  • อาจมีผลข้างเคียง ยาพราซิควอนเทลอาจมีผลข้างเคียงได้ เช่น เวียนศีรษะ ง่วงซึม คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือมีไข้การใช้ยานี้จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัย

พยาธิใบไม้ในตับเป็นภัยเงียบที่น่ากลัว ซึ่งมีจุดเริ่มต้นง่ายๆ จากเมนูปลา (ปลาน้ำจืดเกล็ดขาว) ดิบที่หลายคนชื่นชอบ และอาจนำไปสู่มะเร็งท่อน้ำดีได้ การรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกัน ลองเปลี่ยนการปรุงปลาน้ำจืดจากแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ให้เป็นการปรุงสุกผ่านความร้อน ไม่ว่าจะเป็นการทอดกรอบ ต้มจนสุกทั่วถึง หรือย่างจนสุก ก็จะช่วยทำลายให้พยาธิตายไป รวมถึงขับถ่ายในส้วมที่ถูกสุขลักษณะเพื่อตัดวงจรไม่ให้ไข่พยาธิลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งการรู้เท่าทันและป้องกันตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณและครอบครัวห่างไกลจากอันตรายของพยาธิใบไม้ในตับและมะเร็งท่อน้ำดีได้อย่างยั่งยืน

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต 

เวลาทำการ 08:00-24:00 น. โทร. 0-2079-0030

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ


เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย เสริมเกราะป้องกันปอดให้แข็งแรง

วัคซีนปอดอักเสบสำหรับผู้สูงวัย สำหรับป้องกันโรคปอดอักเสบหรือปอดบวม ที่มักพบมากในผู้สูงอายุ และอันตรายถึงชีวิต พร้อมแพ็คเกจวัคซีนที่ป้องกัน 23 สายพันธุ์ที่แนะนำ

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
6 วัคซีนผู้สูงอายุ จำเป็นแค่ไหน และควรฉีดอะไรบ้าง? ฉีดไว้ไม่ป่วยหนัก

แนะนำ 6 วัคซีนสำหรับผู้สูงอายุ 60+ ปี อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2569 การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุเพื่อลดความรุนแรงของโรคที่อาจเกิดขึ้น เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
หายป่วยลองโควิดได้ หายขาดด้วยโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด

โควิดที่ว่าน่ากลัว ยังไม่เท่าลองโควิด มาตรวจเช็กปอดและร่างกายให้เท่าทันโรค กับโปรแกรมตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด เพื่อการฟื้นฟูและการดูแลตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
รวมสารพัดเมนูอาหาร เพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ

รวมสารพัดเมนูอาหารเพื่อผู้สูงอายุ ควรกินอะไรดี ใครนึกไม่ออก เรารวมให้แล้วที่นี่ กับเมนูอาหารและโภชนาการเพื่อผู้สูงอายุ ที่ช่วยดูแลสุขภาพและบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม