‘ตกขาวผิดปกติ’ รู้ทันสัญญาณติดเชื้อและวิธีดูแลสุขภาพจุดซ่อนเร้น

25 พ.ค. 69  | สูตินรีเวช
แชร์บทความ      

ตกขาว เป็นเรื่องที่ผู้หญิงแทบทุกคนต้องเคยพบเจอในชีวิตประจำวัน บางคนอาจมีตกขาวทุกวัน หรือสังเกตว่าปริมาณมากขึ้นในบางช่วงของรอบเดือน จนเริ่มกังวลว่าเป็นเรื่องปกติของร่างกายหรือเป็นสัญญาณของความผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อพบว่าลักษณะของตกขาวเปลี่ยนไป ซึ่งอาจทำให้ไม่มั่นใจและสงสัยว่าตกขาวเยอะเกิดจากอะไร ควรดูแลตัวเองอย่างไร บทความนี้จะพาไปไขคำตอบลักษณะของตกขาวแบบต่างๆ รวมถึงสัญญาณจากตกขาวที่อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ เพื่อช่วยให้ผู้หญิงสามารถสังเกตความผิดปกติของร่างกายและดูแลสุขภาพจุดซ่อนเร้นได้อย่างเหมาะสม

 

ตกขาว (Leukorrhea หรือ Vaginal discharge) คือ สารคัดหลั่งที่ออกมาจากช่องคลอดตามธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง มีหน้าที่ช่วยหล่อลื่นช่องคลอด รักษาสมดุลของจุลินทรีย์ และช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ โดยตกขาวปกติมักมีสีขาวใสถึงขาวขุ่น เนื้อสัมผัสคล้ายเมือก ไม่มีกลิ่นหรือมีกลิ่นอ่อนๆ ตามธรรมชาติ และไม่ทำให้เกิดอาการคัน แสบ หรือระคายเคือง อย่างไรก็ตาม หากมีตกขาวมากผิดปกติ มีกลิ่นแรง หรือมีสีที่เปลี่ยนไป อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพในระบบสืบพันธุ์ที่ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์

รู้ทันสาเหตุ ตกขาวเยอะเกิดจากอะไร ?
ตกขาวมากกว่าปกติอาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติ หรือเกิดจากโรคบางชนิด เช่น

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ช่วงก่อนมีประจำเดือน ระหว่างการตกไข่ หรือในระหว่างตั้งครรภ์ อาจทำให้มีตกขาวมากขึ้นได้ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
  • การติดเชื้อในช่องคลอด เชื้อรา แบคทีเรีย หรือเชื้อปรสิตบางชนิดสามารถทำให้เกิดตกขาวผิดปกติร่วมกับอาการคัน แสบ หรือมีกลิ่นได้
  • การระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์ต่างๆ การใช้สบู่ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่มีสารเคมีรุนแรง การสวนล้างช่องคลอด หรือการใส่ชุดชั้นในที่อับชื้น อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและตกขาวเพิ่มขึ้น
  • โรคทางนรีเวชบางชนิด ในบางกรณี ตกขาวผิดปกติอาจเป็นสัญญาณของโรค เช่น การอักเสบของปากมดลูก หรือการติดเชื้อในอวัยวะสืบพันธุ์

ไขข้อสงสัย กลุ่มอาการตกขาวเป็นแป้ง เป็นเมือก หรือเป็นน้ำ

Q1. ตกขาวเป็นก้อนแป้งเปียก เหมือนนมบูด อันตรายไหม ?

ตอบ : ตกขาวที่มีลักษณะเป็นก้อนสีขาวคล้ายแป้งเปียกหรือนมบูด มักเกิดจาก ‘การติดเชื้อราในช่องคลอด’ ซึ่งเป็นสาเหตุของตกขาวผิดปกติที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยมักมีอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศร่วมด้วย ภาวะนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาต้านเชื้อราตามคำแนะนำของแพทย์ และไม่ควรซื้อยามาใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง

Q2. ตกขาวไหลเป็นน้ำใสๆ เหมือนปัสสาวะ ผิดปกติไหม ?

ตอบ : ตกขาวที่มีลักษณะใสและไหลเป็นน้ำอาจเกิดขึ้นได้ตามปกติในช่วง ‘ไข่ตก’ หรือช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกาย อย่างไรก็ตาม หากมีปริมาณมากผิดปกติ มีกลิ่นแรง หรือมีอาการคันและระคายเคืองร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจจากสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่ทำให้ตกขาวผิดปกติ

Q3. ตกขาวใสๆ ยืดๆ เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

ตอบ : ตกขาวใสและยืดได้คล้ายไข่ขาวดิบ มักพบใน ‘ช่วงตกไข่’ ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกมีลักษณะใส ลื่น และยืดได้มากขึ้น ภาวะนี้ถือเป็นลักษณะของตกขาวปกติและเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงช่วงที่ร่างกายมีโอกาสตั้งครรภ์ได้

 

ถาม-ตอบ กลุ่มอาการตกขาวมีกลิ่นและสีตกขาวที่น่าสงสัย

Q1. ตกขาวมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว เหม็นเค็มคาวปลา เกิดจากอะไร ?

ตอบ : ตกขาวที่มีกลิ่นแรงคล้ายกลิ่นคาวปลา มักเกี่ยวข้องกับ ‘การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด’ ซึ่งเกิดจากความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอด ภาวะนี้อาจทำให้ตกขาวมีสีขาวขุ่นหรือสีเทาร่วมกับกลิ่นผิดปกติ ควรได้รับการรักษาด้วยยาตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ตกขาวผิดปกติจากสีต่างๆ สัญญาณเตือนบอกโรคอะไรบ้าง?

Q2. ตกขาวสีเขียวกินยาอะไร หายเองได้ไหม บอกโรคอะไร ?

ตอบ : ตกขาวสีเขียวหรือเหลืองเขียว อาจเกิดจาก (1) Trichomonas vaginalis ซึ่งเป็นปรสิตที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หรือ (2) โรคหนองในแท้ (Gonorrhea) ซึ่งต้องรักษาทั้งตัวเองและคู่นอน ภาวะเหล่านี้ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์เท่านั้น 

Q3. ตกขาวแบบไหนอันตราย ต้องรีบมาหาหมอที่สุด ?

ตอบ : หากมีตกขาวร่วมกับอาการต่อไปนี้ควรรีบพบสูตินรีแพทย์

  • ตกขาวมีสีผิดปกติ เช่น สีเขียว เหลือง หรือมีเลือดปน
  • ตกขาวมีกลิ่นเหม็นรุนแรง
  • มีอาการคัน แสบ หรือเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ
  • มีอาการปวดท้องน้อย หรือมีไข้ร่วมด้วย

เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือโรคทางนรีเวช ที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมจากแพทย์

ตกขาวผิดปกติ ตกขาวทุกวัน วิธีรักษาทำอย่างไร ?
การรักษาตกขาวผิดปกติขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค หากเกิดจากการติดเชื้อแพทย์จะพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมตามชนิดของเชื้อ รวมถึงแนะนำการดูแลตัวเองเพื่อช่วยลดการเกิดตกขาวซ้ำ โดยแนวทางการรักษาที่พบบ่อย ได้แก่

1. การรักษาทางการแพทย์ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาเพื่อรักษาการติดเชื้อที่เป็นสาเหตุของตกขาวผิดปกติ เช่น

  • ยาต้านเชื้อรา ใช้รักษาการติดเชื้อราในช่องคลอดชนิดสอดหรือรับประทาน สำหรับตกขาวมีลักษณะเป็นก้อนคล้ายแป้งเปียก และมีอาการคันร่วมด้วย
  • ยาปฏิชีวนะ ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งอาจทำให้ตกขาวมีกลิ่นผิดปกติหรือมีสีเปลี่ยนไป
  • ยาฆ่าเชื้อปรสิต ใช้รักษาการติดเชื้อบางชนิดที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาจทำให้ตกขาวมีสีเหลืองหรือสีเขียวและมีกลิ่นแรง

2. การปรับพฤติกรรม นอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว การดูแลสุขอนามัยและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดตกขาวผิดปกติได้ เช่น

  • รักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง
  • เปลี่ยนชุดชั้นในเป็นประจำ และเลือกผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้าย และหลีกเลี่ยงกางเกงรัดรูปที่ทำให้เกิดความอับชื้น
  • หลีกเลี่ยงอาหารดอง อาหารรสจัด หรืออาหารที่มีน้ำตาลสูง เพราะอาจกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อรา แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าอาหารดองหรืออาหารรสจัดเพิ่มความเสี่ยงของตกขาวผิดปกติโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงหรือเป็นเบาหวาน มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อราในช่องคลอด การควบคุมระดับน้ำตาลจึงมีความสำคัญในกลุ่มนี้
  • หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด เพราะอาจทำให้สมดุลของจุลินทรีย์ในช่องคลอดเสียไป
  • เข้ารับการตรวจภายในกับสูตินรีแพทย์เป็นประจำ เพื่อประเมินสุขภาพของระบบสืบพันธุ์

ตกขาวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง และในหลายกรณีถือว่าเป็นภาวะปกติที่ไม่ต้องกังวล อย่างไรก็ตาม หากสังเกตว่าตกขาวมีปริมาณมากผิดปกติ ตกขาวทุกวัน มีสี กลิ่น หรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป รวมถึงมีอาการคัน แสบ หรือระคายเคืองร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือปัญหาสุขภาพในระบบสืบพันธุ์ที่ไม่ควรมองข้าม การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ดูแลสุขอนามัยจุดซ่อนเร้นอย่างเหมาะสม และเข้ารับการตรวจภายในกับสูตินรีแพทย์เป็นประจำ จะช่วยให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้หญิงสามารถดูแลสุขภาพจุดซ่อนเร้นและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน

เวลาทำการ 07:00-20:00 น. โทร. 0-2079-006

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.กษิติ เที่ยงธรรม แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา มะเร็งวิทยานรีเวช การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.กษิติ
เที่ยงธรรม
สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
มะเร็งวิทยานรีเวช, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?

ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง

เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค

แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

อ่านเพิ่มเติม