
การหายใจเป็นเรื่องอัตโนมัติที่คนเรามักมองข้าม แต่เมื่อไหร่ที่รู้สึกหายใจลำบาก หายใจได้เพียงตื้นๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติภายในช่องอก ซึ่งหนึ่งในความผิดปกตินี้คือภาวะ ‘ปอดแฟบ’ ที่ค่อนข้างอันตรายและพบได้บ่อยกว่าที่คิด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่ต้องนอนพักฟื้นนานๆ ไปทำความรู้จักว่าปอดแฟบคืออะไร และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรให้ปอดกลับมาแข็งแรง
ภาวะปอดแฟบ คืออะไร?
ปอดแฟบ (Atelectasis/Lung Collapse) คือ ภาวะที่ถุงลมภายในปอดไม่สามารถขยายตัวได้เต็มที่ หรือยุบตัวลงเหมือนลูกโป่งที่ไม่มีลม ทำให้ปริมาณอากาศที่เข้าไปในปอดลดน้อยลง ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดทำได้ไม่ดี ร่างกายจึงได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ซึ่งหากเป็นรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลวได้
สังเกตด่วน! 6 สัญญาณเตือน "ปอดแฟบ อาการ" เป็นอย่างไร?
ความน่ากลัวของภาวะปอดแฟบ คือความรุนแรงของอาการที่แปรผันตามขนาดของเนื้อปอดที่เสียหาย หากแฟบเพียงเล็กน้อย ร่างกายอาจปรับตัวได้จนแทบไม่แสดงอาการ แต่หากเนื้อปอดแฟบเป็นบริเวณกว้าง ระบบหายใจจะเริ่มล้มเหลวทันที โดยสามารถสังเกตความผิดปกติได้ ดังนี้

1. หายใจหอบเหนื่อย ถี่และตื้น
เมื่อถุงลมแฟบ พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนจะลดลง ร่างกายจึงสั่งการให้หายใจถี่ขึ้น เพื่อพยายามกอบโกยออกซิเจนเข้าไปชดเชยส่วนที่ขาดหายไป โดยจะหายใจเร็วขึ้นกว่าปกติ (มากกว่า 20 ครั้ง/นาที) ซึ่งจะเป็นการหายใจสั้นๆ ตื้นๆ เหมือนอากาศเข้าไม่สุด
2. ภาวะเขียวคล้ำจากการขาดออกซิเจน
หากสังเกตได้ว่าริมฝีปาก ปลายมือ หรือปลายเท้า เริ่มเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีม่วงคล้ำ หรือซีดเผือด นี่เป็นสัญญาณอันตรายบ่งบอกว่าระดับออกซิเจนในเลือดต่ำมาก เลือดที่ถูกสูบฉีดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายมีปริมาณออกซิเจนไม่เพียงพอ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินต้องรีบนำส่งแพทย์ทันที
3. หน้าอกขยายตัวไม่เท่ากัน
ผู้ที่มีอาการปอดแฟบจะสังเกตได้ในขณะผู้ป่วยหายใจเข้า หน้าอกข้างที่ปกติจะยกตัวขึ้น แต่หน้าอกข้างที่ปอดแฟบจะขยับน้อยกว่า หรือดูเหมือนไม่ขยับเลย เพราะถุงลมด้านนั้นยุบตัวลงและสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ปอดไม่สามารถพองตัวรับลมได้เหมือนลูกโป่งปกติ ส่งผลให้ทรวงอกด้านนั้นยุบตัวต่ำลงกว่าอีกข้าง
4. หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
เมื่อออกซิเจนในเลือดต่ำ หัวใจจะต้องทำงานหนักขึ้นเป็น 2 เท่า เพื่อเร่งสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญให้ทันเวลา ผู้ที่มีอาการปอดแฟบจึงพบว่าชีพจรเต้นเร็ว รู้สึกใจสั่น หรือวัดค่าชีพจรได้สูงกว่าปกติ
5. เจ็บแน่นหน้าอก
อาการเจ็บแน่นหน้าอก เจ็บแปลบๆ เวลาหายใจเข้าลึกๆ หรือไอ อาจไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหัวใจเสมอไป ซึ่งในกรณีนี้อาจมีสาเหตุจากเยื่อหุ้มปอดอักเสบ หรือภาวะลมรั่วในช่องปอด ซึ่งลมจะไปดันเนื้อปอดและระคายเคืองเส้นประสาทบริเวณเยื่อหุ้มปอด ทำให้เกิดความเจ็บปวดได้
6. มีไข้ต่ำๆ
อาการปอดแฟบอาจทำให้ตัวรุมๆ มีไข้เล็กน้อยได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดมา ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก ปอดจะยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เสมหะจะคั่งค้างอยู่ในถุงลม ระบายออกไม่ได้ กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมาได้ง่ายและทำให้มีไข้ได้นั่นเอง
คลิกที่นี่เพื่อจองนัดหมายแพทย์ออนไลน์ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางศูนย์สุขภาพปอด
ไขข้อข้องใจ ‘ปอดแฟบ’ เกิดจากอะไร?
สาเหตุของภาวะปอดแฟบนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ตามกลไกการเกิดได้ ดังนี้
- การอุดกั้นทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้เกิดภาวะปอดแฟบ โดยเกิดจากการมีสิ่งแปลกปลอมไปขวางกั้นหลอดลม เช่น เสมหะที่ข้นเหนียว ก้อนเนื้องอก หรือการสำลักสิ่งแปลกปลอมลงไปอุดตัน ทำให้ลมผ่านเข้าสู่ถุงลมไม่ได้ ถุงลมจึงแฟบลง
- แรงกดทับจากภายนอก สาเหตุปอดแฟบนี้อาจเกิดจากการมีลมหรือน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด ไปเบียดกดเนื้อปอดให้ยุบตัวลง หรือเกิดจากก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่ในช่องอก
ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังปอดแฟบ
- ผู้ป่วยติดเตียง การนอนท่าเดียวนานๆ ทำให้ปอดขยายตัวได้ไม่ดี และระบายเสมหะยาก จนเกิดการอุดตัน
- ผู้ที่เพิ่งผ่าตัด โดยเฉพาะผ่าตัดช่องอกหรือช่องท้อง ซึ่งมักเกิดจากผู้ป่วยเจ็บแผลจนไม่กล้าหายใจลึกๆ ทำให้ถุงลมปอดบางส่วนแฟบลง
- ผู้สูบบุหรี่ ถุงลมปอดมักไม่แข็งแรงและมีเสมหะเยอะ
- ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง

การวินิจฉัยปอดแฟบต้องทำอย่างไร ?
แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด และส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ ดังนี้
- เอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray) การตรวจเบื้องต้นที่เห็นผลชัดเจนที่สุด
- อัลตราซาวนด์ปอด (Ultrasound) เพื่อดูว่าเนื้อปอดแฟบหรือไม่
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือ MRI เพื่อดูรายละเอียดความผิดปกติของเนื้อเยื่อ หรือหาก้อนเนื้องอกที่ซ่อนอยู่
- การส่องกล้องหลอดลม (Bronchoscopy) เพื่อดูจุดอุดตันภายในหลอดลม และสามารถใช้เครื่องมือพิเศษทำหัตถการที่ซับซ้อนได้ เช่น คีบสิ่งแปลกปลอม หรือดูดเสมหะออกได้ทันที
ปอดแฟบรักษาอย่างไร ? มีวิธีฟื้นฟูด้วยตังเองไหม ?
สำหรับแนวทางการรักษาปอดแฟบนั้นจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง โดยเป้าหมายคือให้ปอดกลับมาขยายตัวได้เต็มที่
- กำจัดสิ่งอุดกั้น หากเกิดจากเสมหะ แพทย์จะทำการดูดเสมหะ (Suction) หรือทำกายภาพบำบัดทรวงอก (เคาะปอด) เพื่อให้เสมหะหลุดออก
- ระบายลมหรือน้ำ หากเกิดจากภาวะปอดรั่วหรือมีน้ำในปอด อาจต้องเจาะระบายหรือใส่สายยางระบายทรวงอก
- การรักษาด้วยยา เช่น ยาละลายเสมหะ ยาขยายหลอดลม ยาขับปัสสาวะ หรือยาปฏิชีวนะหากมีการติดเชื้อ
คืนลมหายใจให้เต็มปอด เริ่มต้นที่การรู้ทัน… เพราะภาวะปอดแฟบไม่ใช่เรื่องไกลตัวและอาจเกิดขึ้นได้เงียบๆ โดยเฉพาะกับคนที่คุณรักที่กำลังพักฟื้น หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง การหมั่นสังเกตอาการปอดแฟบกับการหายใจผิดปกติเพียงเล็กน้อย เช่น การหายใจที่เปลี่ยนไป อาการหอบเหนื่อย หรือระดับออกซิเจนที่ลดลง ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกวินาทีหมายถึงชีวิต หากพบความผิดปกติแนะนำให้รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคปอดและระบบทางเดินหายใจ เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อช่วยยับยั้งความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างปอดอักเสบได้ทันท่วงที
เพราะทุกลมหายใจมีความหมาย… อย่ารอให้สะดุด
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์สุขภาพปอด ชั้น 7 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00 - 20:00 น. โทร. 0-2079-0315
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

วงศ์เมธานุเคราะห์

วงศ์เมธานุเคราะห์

วงศ์เมธานุเคราะห์

วงศ์เมธานุเคราะห์

วงศ์เมธานุเคราะห์

วงศ์เมธานุเคราะห์
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวัง! ‘หลอดลมอักเสบ’ ภาวะอันตรายที่เกิดได้ทุกวัย
ไอเรื้อรัง เจ็บคอ หายใจไม่สะดวก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จัก ‘หลอดลมอักเสบ’ โรคระบบทางเดินหายใจที่ควรระวัง พร้อมเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

หายใจไม่ออก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จักภาวะน้ำท่วมปอด…ก่อนสายเกินไป
ชวนมารู้จักภาวะน้ำท่วมปอด ภาวะอันตรายที่อาจส่งผลร้ายถึงชีวิต พร้อมเข้าใจถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร อาการสำคัญ กลุ่มเสี่ยง ตลอดจนแนวทางการรักษาที่ควรรู้

วัณโรคปอด อันตรายจริงไหม? มีกี่ระยะ รักษาอย่างไร?
วัณโรคปอด อาจไม่ใช่โรคร้ายอย่างที่คิด หากรู้ทันเร็ว แม้จะเป็นโรคที่แพร่กระจายติดต่อกันได้ แต่หากรู้จักสังเกตอาการ และการรักษาก่อนที่โรคจะลุกลามและรุนแรงขึ้น ชวนทุกคนมารู้จักวัณโรคปอดไปพร้อมกับเรา

EVALI ปอดอักเสบรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า
EVALI คือ ปอดอักเสบรุนแรง ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่หลายๆคนมักเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้ามักจะอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนแต่แท้จริงแล้วควันไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีฝุ่นขนาดเล็ก 1.0 และ PM2.5

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวัง! ‘หลอดลมอักเสบ’ ภาวะอันตรายที่เกิดได้ทุกวัย
ไอเรื้อรัง เจ็บคอ หายใจไม่สะดวก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จัก ‘หลอดลมอักเสบ’ โรคระบบทางเดินหายใจที่ควรระวัง พร้อมเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

หายใจไม่ออก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จักภาวะน้ำท่วมปอด…ก่อนสายเกินไป
ชวนมารู้จักภาวะน้ำท่วมปอด ภาวะอันตรายที่อาจส่งผลร้ายถึงชีวิต พร้อมเข้าใจถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร อาการสำคัญ กลุ่มเสี่ยง ตลอดจนแนวทางการรักษาที่ควรรู้

วัณโรคปอด อันตรายจริงไหม? มีกี่ระยะ รักษาอย่างไร?
วัณโรคปอด อาจไม่ใช่โรคร้ายอย่างที่คิด หากรู้ทันเร็ว แม้จะเป็นโรคที่แพร่กระจายติดต่อกันได้ แต่หากรู้จักสังเกตอาการ และการรักษาก่อนที่โรคจะลุกลามและรุนแรงขึ้น ชวนทุกคนมารู้จักวัณโรคปอดไปพร้อมกับเรา

EVALI ปอดอักเสบรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า
EVALI คือ ปอดอักเสบรุนแรง ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่หลายๆคนมักเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้ามักจะอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนแต่แท้จริงแล้วควันไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีฝุ่นขนาดเล็ก 1.0 และ PM2.5

วัณโรคปอด อันตรายจริงไหม? มีกี่ระยะ รักษาอย่างไร?
วัณโรคปอด อาจไม่ใช่โรคร้ายอย่างที่คิด หากรู้ทันเร็ว แม้จะเป็นโรคที่แพร่กระจายติดต่อกันได้ แต่หากรู้จักสังเกตอาการ และการรักษาก่อนที่โรคจะลุกลามและรุนแรงขึ้น ชวนทุกคนมารู้จักวัณโรคปอดไปพร้อมกับเรา

EVALI ปอดอักเสบรุนแรงจากบุหรี่ไฟฟ้า
EVALI คือ ปอดอักเสบรุนแรง ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ที่หลายๆคนมักเข้าใจว่าบุหรี่ไฟฟ้ามักจะอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนแต่แท้จริงแล้วควันไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้ามีฝุ่นขนาดเล็ก 1.0 และ PM2.5

อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวัง! ‘หลอดลมอักเสบ’ ภาวะอันตรายที่เกิดได้ทุกวัย
ไอเรื้อรัง เจ็บคอ หายใจไม่สะดวก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จัก ‘หลอดลมอักเสบ’ โรคระบบทางเดินหายใจที่ควรระวัง พร้อมเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

หายใจไม่ออก อาจไม่ใช่แค่หวัด! รู้จักภาวะน้ำท่วมปอด…ก่อนสายเกินไป
ชวนมารู้จักภาวะน้ำท่วมปอด ภาวะอันตรายที่อาจส่งผลร้ายถึงชีวิต พร้อมเข้าใจถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร อาการสำคัญ กลุ่มเสี่ยง ตลอดจนแนวทางการรักษาที่ควรรู้