ตรวจส่องกล้องลำไส้ สำคัญอย่างไร ทำไมควรตรวจตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ ?

“ลำไส้ใหญ่” ถือเป็นอวัยวะสำคัญที่มีบทบาททั้งในการขับถ่ายและในระบบทางเดินอาหารโดยรวม หากเกิดความผิดปกติอาจนำไปสู่โรคต่างๆ ที่สามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อร่างกาย “การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยความผิดปกติภายในลำไส้ได้อย่างแม่นยำ และเริ่มต้นการรักษาได้อย่างทันท่วงที
ในบทความนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่า “การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่” มีความสำคัญอย่างไร ใครบ้างที่ควรตรวจ วินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง ก่อนตรวจส่องกล้องลําไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไร ตลอดจนขั้นตอนและข้อปฏิบัติหลังตรวจ เพื่อให้ผู้เข้ารับการตรวจสามารถดูแลสุขภาพลำไส้ได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
ทำไมต้องตรวจลำไส้ส่องกล้อง ?
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) คือการใช้กล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่ปลายท่อยาวและยืดหยุ่น (Colonoscope) สอดเข้าไปในลำไส้ใหญ่ผ่านทางทวารหนัก ทำให้แพทย์สามารถตรวจดูเยื่อบุผนังลำไส้ได้โดยตรงแบบเรียลไทม์ผ่านจอรับภาพ เพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ส่วนปลาย ส่วนกลาง ส่วนต้น ตลอดจนลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยจุดประสงค์หลักของการตรวจลำไส้ส่องกล้อง ได้แก่
- คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยง
- ตรวจหาสาเหตุของอาการผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด ท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกบ่อย หรือปวดท้องเรื้อรัง
- ประเมินผลการรักษา ในผู้ที่เคยมีโรคเกี่ยวกับลำไส้มาก่อน
- เช็กชิ้นเนื้อที่มีความเสี่ยง สามารถตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา หรือกำจัดติ่งเนื้อที่อาจกลายเป็นมะเร็งในอนาคตได้ทันที

ใครบ้างที่ควรตรวจลำไส้ส่องกล้อง ?
การตรวจลำไส้ส่องกล้องไม่ได้เฉพาะเจาะจงในผู้ที่มีอาการผิดปกติเท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคัดกรองโรคลำไส้ใหญ่เชิงป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ดังนี้
- ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่เกิดในช่วงวัยกลางคนขึ้นไป การตรวจเป็นประจำตั้งแต่อายุ 45 ปีขึ้นไป จะช่วยคัดกรองและป้องกันโรคร้ายได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หากสมาชิกในครอบครัวสายตรง เช่น พ่อ แม่ หรือพี่น้องเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมีติ่งเนื้อชนิดที่สามารถกลายเป็นมะเร็งได้ แนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 40 ปี หรือก่อนอายุที่คนในครอบครัวถูกวินิจฉัย 10 ปี โดยเลือกตรวจตามอายุที่ถึงก่อน เช่น หากพ่อตรวจเจอมะเร็งลำไส้ใหญ่ตอนอายุ 45 ปี ลูกควรตรวจคัดกรองตั้งแต่อายุ 35 ปี
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ถ่ายเป็นเลือดหรือมีเลือดปนในอุจจาระ ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง ปวดท้องเรื้อรังหรือบ่อยครั้ง หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เพื่อการวินิจฉัยสาเหตุและรับการรักษาได้ตรงจุด
- ผู้ที่มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือโรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวกับลำไส้ ควรส่องกล้องตามแพทย์นัดเพื่อติดตามการอักเสบ ตรวจหาการเปลี่ยนแปลง และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูงหรืออาหารแปรรูปบ่อย ผู้ที่มีภาวะอ้วนหรือมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อโรคลำไส้ใหญ่ การตรวจล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจในสุขภาพ
การตรวจลำไส้ส่องกล้อง วินิจฉัยโรคอะไรได้บ้าง ?
การตรวจลำไส้ส่องกล้อง (Colonoscopy) ไม่ได้ใช้เพียงคัดกรองมะเร็งเท่านั้น แต่ยังช่วยวินิจฉัยโรคหรือความผิดปกติหลายชนิดในระบบทางเดินอาหารส่วนปลายได้อย่างละเอียด เช่น
- ติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ (Colon Polyps) บางชนิดสามารถพัฒนาเป็นมะเร็งได้ การส่องกล้องช่วยให้แพทย์สามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันที โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ซึ่งถือเป็นการป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ตั้งแต่ต้นเหตุ
- มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal Cancer) หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะมีโอกาสรักษาหายได้สูง การส่องกล้องช่วยให้มองเห็นเนื้องอกหรือตำแหน่งที่ผิดปกติได้ชัดเจน พร้อมทั้งสามารถตัดชิ้นเนื้อไปตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการได้ทันที
- กลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) เช่น โรคโครห์น (Crohn’s Disease) หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล (Ulcerative Colitis) ซึ่งเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุลำไส้ การส่องกล้องช่วยให้แพทย์เห็นลักษณะการอักเสบ บวม แผล หรือจุดเลือดออกในลำไส้อย่างชัดเจน เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม
- ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนปลาย เช่น ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระดำ หรือมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ การส่องกล้องช่วยระบุจุดเลือดออกได้อย่างแม่นยำ และสามารถหยุดเลือดได้ในระหว่างการตรวจ
- ภาวะลำไส้ตีบ แคบ หรือโป่งพองผิดปกติ ในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดจากเนื้องอก การอักเสบ หรือพังผืดภายในลำไส้ การส่องกล้องช่วยให้เห็นลักษณะการตีบหรือโป่งพองของผนังลำไส้ และใช้เป็นแนวทางประกอบการรักษา
- แผลในลำไส้ใหญ่ (Colon Ulcer) การส่องกล้องช่วยให้เห็นแผลโดยตรง รวมถึงประเมินระดับความรุนแรงของแผลภายในลำไส้ได้

ก่อนตรวจส่องกล้องลําไส้ใหญ่ เตรียมตัวอย่างไร ?
การเตรียมตัวก่อนตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่เป็นขั้นตอนสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นผนังลำไส้ได้อย่างชัดเจนที่สุด
- ปรึกษาแพทย์ล่วงหน้า หากมีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด
- งดอาหารที่มีกากใยสูง ช่วง 2 - 3 วันก่อนตรวจ เช่น ผัก ผลไม้ เมล็ดธัญพืช เป็นต้น
- ดื่มเฉพาะน้ำเปล่าก่อนตรวจ 1 วัน รวมถึงรับประทานยาระบายตามคำแนะนำของแพทย์ ระหว่างนี้อุจจาระจะค่อยๆ เหลวจนเป็น “น้ำใส” ซึ่งแสดงว่าลำไส้สะอาดพร้อมสำหรับการตรวจ ทั้งนี้หลังถ่ายควรดื่มน้ำหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
- งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนตรวจ กรณีมีการใช้ยานอนหลับหรือวางยาสลบ
ขั้นตอนการตรวจลำไส้ส่องกล้อง
การตรวจลำไส้ส่องกล้องเป็นการตรวจที่ค่อนข้างปลอดภัย ใช้เวลาประมาณ 30 - 60 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพลำไส้และขั้นตอนที่ทำระหว่างตรวจ โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นดังนี้
- เปลี่ยนชุดและเตรียมร่างกาย ผู้ป่วยต้องเปลี่ยนเป็นชุดตรวจของโรงพยาบาล โดยแพทย์จะสอบถามประวัติสุขภาพล่าสุดและยาที่รับประทาน
- ให้ยานอนหลับหรือยาระงับความรู้สึก เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เจ็บ อาจรู้สึกง่วงหรือมึนเล็กน้อย แต่ยังสามารถสื่อสารกับแพทย์ได้
- สอดกล้องเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ แพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กและยืดหยุ่นผ่านทางทวารหนักเข้าไปในลำไส้ใหญ่ โดยกล้องจะมีไฟส่องและเลนส์ส่งภาพขึ้นจอแบบเรียลไทม์ ทำให้แพทย์สามารถเห็นเยื่อบุลำไส้ได้ชัดเจน
- ตรวจเยื่อบุลำไส้และทำหัตถการเพิ่มเติม แพทย์จะค่อยๆ เคลื่อนกล้องตามลำไส้เพื่อสังเกตติ่งเนื้อ แผล หรือความผิดปกติอื่นๆ โดยหากพบติ่งเนื้อหรือรอยผิดปกติ แพทย์อาจทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา หรือตัดติ่งเนื้อออกทันที เพื่อป้องกันการพัฒนาเป็นมะเร็งและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
- สรุปผลและพักฟื้นหลังตรวจ หลังตรวจผู้ป่วยจะถูกพาไปพักฟื้นประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อรอดูอาการหลังยานอนหลับ จากนั้นแพทย์จะแจ้งผลตรวจเบื้องต้น และให้คำแนะนำเรื่องอาหาร ยา และการดูแลตัวเอง

ข้อปฏิบัติหลังส่องกล้องลําไส้
หลังจากตรวจลำไส้ส่องกล้อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ในวันเดียว แต่ยังมีข้อควรปฏิบัติเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ดังนี้
- พักฟื้นหลังตรวจ หากรู้สึกง่วงซึมหรือมึนหัว เป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ หายไป
- งดขับรถหลังการตรวจ หรือกิจกรรมที่ต้องใช้สมาธิภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังตรวจ เนื่องจากฤทธิ์ยานอนหลับหรือยาระงับปวดอาจยังคงอยู่ในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้สมาธิและการตอบสนองลดลง
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก เช่น การออกกำลังกาย ยกของหนัก หรืองานที่ต้องใช้แรง เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้น
- งดอาหารรสจัด สามารถรับประทานอาหารอ่อนและดื่มน้ำได้เมื่ออาการแน่นท้องหรือคลื่นไส้หายไป
- สังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการปวดท้องรุนแรง มีไข้สูง หรือถ่ายเป็นเลือด ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ส่องกล้องลำไส้ใหญ่เจ็บไหม ?
โดยทั่วไปไม่เจ็บ เพราะแพทย์มักให้ยานอนหลับระหว่างการตรวจ ผู้ป่วยอาจเพียงรู้สึกแน่นท้องเล็กน้อยในช่วงที่กล้องเคลื่อนไปตามลำไส้
Q2: ตรวจลำไส้ส่องกล้อง ต้องวางยาสลบไหม ?
โดยทั่วไปแพทย์มักใช้เพียงยานอนหลับขนาดอ่อนหรือยาคลายกังวล ร่วมกับยาแก้ปวดเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เจ็บ และไม่รู้สึกตัวขณะทำการตรวจ ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยสูงและฟื้นตัวได้เร็วหลังการตรวจเสร็จสิ้น
Q3: ต้องตรวจลำไส้ส่องกล้องทุกปีไหม ?
หากผลตรวจปกติและไม่มีปัจจัยเสี่ยงสูง โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจซ้ำทุก 5 - 10 ปี แต่หากเคยพบความผิดปกติหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อกำหนดช่วงเวลาการตรวจที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
Q4: ตรวจลำไส้ส่องกล้องที่ไหนดี ?
การเลือกโรงพยาบาลที่มีศูนย์ทางเดินอาหารและตับครบวงจร พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร และใช้ เครื่องมือทันสมัยมาตรฐานสากล จะช่วยให้การตรวจมีความปลอดภัย แม่นยำ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน
>> แพ็กเกจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ จาก โรงพยาบาลวิมุต <<
เพราะอาการผิดปกติอย่างอุจจาระมีเลือดปน ปวดท้องบ่อย หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อาจเป็นสัญญาณของโรคในระบบทางเดินอาหารที่ไม่ควรมองข้าม โรงพยาบาลวิมุตพร้อมให้บริการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหารมากประสบการณ์ พร้อมด้วยเครื่องมือทันสมัยมาตรฐานสากล เพื่อให้การตรวจมีความแม่นยำ ปลอดภัย
การตรวจลำไส้ส่องกล้องเป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลสุขภาพลำไส้ใหญ่ ไม่ว่าจะเพื่อคัดกรองโรคร้ายหรือวินิจฉัยความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การเตรียมตัวที่ถูกต้องและการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผลตรวจแม่นยำและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน หากมีอาการผิดปกติ เช่น อุจจาระมีเลือดปน ปวดท้องเรื้อรัง หรือถ่ายไม่สุด ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลวิมุตเราพร้อมให้บริการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ด้วยเครื่องมือมาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในทุกขั้นตอนของการดูแลสุขภาพลำไส้ของคุณ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 08:00 - 20:00 น. โทร. 0-2079-0054
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน

จิริยะสิน
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!
ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!
ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!
ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!
ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!
ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!
ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์
แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
19,500 บาท

แพ็กเกจส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้นและลำไส้ใหญ่
29,000 บาท

แพ็กเกจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
19,500 บาท
