มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!

10 เม.ย. 66  | ทางเดินอาหารและตับ
แชร์บทความ      
แชร์บทความ      

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้ก่อนป้องกันได้ รักษาไว

“มะเร็งลำไส้ใหญ่” โรคที่แค่เอ่ยชื่อก็ทำให้หลายคนตื่นกลัวไม่น้อย เพราะจากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ามะเร็งลำไส้ติดโพล 1 ในท็อป 5 ของมะเร็งที่ถูกพบมากที่สุดมาโดยตลอด และยังมีแนวโน้มที่จะถูกพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโดยส่วนมากโรคมะเร็งลําไส้ใหญ่มักไม่ค่อยแสดงอาการที่น่าสงสัย แต่สำหรับหลายคนที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่าย กังวลและกำลังสงสัยว่าตัวเองเสี่ยงกับโรคร้ายนี้หรือไม่ วันนี้เรามาเช็กลิสต์สัญญาณเตือนของมะเร็งลําไส้ใหญ่กัน

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) คือ เนื้องอกเนื้อร้ายที่เจริญเติบโตผิดปกติบริเวณลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรง มักเริ่มต้นจากการเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ ที่ผนังลำไส้ก่อนจะลุกลาม อาการที่พบได้แก่ ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อุจจาระเล็กลง แต่โรคนี้สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะการ "ส่องกล้องลำไส้ใหญ่" ที่สามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันที

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากอะไร? ปัจจัยเสี่ยงและใครบ้างที่ควรระวัง

แม้ว่าโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่สามารถกระตุ้นให้เซลล์ลำไส้เกิดการกลายพันธุ์ ซึ่งได้แก่

  • อายุ ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป
  • พฤติกรรมการกิน ผู้ที่ชื่นชอบการกินเนื้อแดง อาหารแปรรูป อาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม และรับประทานอาหารที่มีกากใย (ผักผลไม้) น้อย
  • ไลฟ์สไตล์ ขาดการออกกำลังกาย อ้วน หรือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน สูบบุหรี่จัด และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • พันธุกรรม มีประวัติคนในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เคยเป็นมะเร็งลำไส้ หรือมีติ่งเนื้อในลำไส้
  • โรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)

6 สัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนที่เข้าข่ายเสี่ยง!

1.ท้องผูกมากขึ้น หรือท้องผูกสลับท้องเสีย

อาการแรกเริ่มสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เกิดขึ้นและสามารถสังเกตได้ คืออาการผิดปกติของระบบขับถ่าย บางคนจะมีอาการท้องผูกบ่อยขึ้น หรือบางคนมีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียบ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติที่มองข้ามไป ซึ่งการปล่อยให้ปัญหาท้องผูกเกิดขึ้นและต่อเนื่องจนเรื้อรัง อาจเป็นอาการนำของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ระยะของโรคที่รุนแรงขึ้นได้เช่นกัน 

แต่ทั้งนี้อาการท้องผูกบ่อยๆ หรือท้องเสียสลับท้องผูกอาจเป็นอาการนำของหากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายบ่อยๆ ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

2.ถ่ายไม่สุด หรือมีเลือดออก

นอกจากจะพบกับปัญหาเรื่องท้องผูกแล้ว การถ่ายท้องไม่สุดก็ยังเป็นอีกอาการที่สามารถพบได้ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นคือก้อนเนื้อประเภทหนึ่งที่งอกออกมาจากบริเวณลำไส้ ซึ่งสามารถเกิดเป็นแผลและมีถ่ายเป็นสีดำ-แดงหรือมีเลือดออกมาพร้อมกับอุจจาระได้

3.อ่อนเพลีย อ่อนแรง ซีด

ในบางรายที่มีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ปนมาพร้อมกับอุจจาระ หากมีเลือดแฝงออกปริมาณน้อยปนมากับอุจจาระเป็นเวลานานซึ่งจะเห็นได้จากการตรวจอุจจาระเท่านั้นหรือเลือดออกเห็นเป็นปริมาณมากมากอาจทำให้เกิดภาวะซีดจากการเสียเลือด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและอ่อนแรงได้   

4.เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงไม่ทราบสาเหตุ

ในบางรายมักมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อยากอาเจียนได้ ซึ่งอาจเกิดจากสมองหลั่งสารที่ทำให้ไม่อยากอาหาร การรับรสผิดปกติ หรือเป็นผลจากความเครียด รวมไปถึงระบบเผาผลาญที่เริ่มทำงานผิดปกติ เซลล์มะเร็งก่อให้เกิดการอักเสบทำให้การเผาผลาญในร่างกายผิดปกติ มีอัตราการเผาผลาญโปรตีนที่ผิดปกติ และการสร้างโปรตีนของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้การสลายของโปรตีนจากกล้ามเนื้อ จึงทำให้ดัชนีมวลกายลดลงซึ่งส่งผลให้น้ำหนักลดลงตามไปด้วยนั่นเอง 

5.ปวดท้องเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ

เนื่องจากระบบทางเดินอาหารเกิดความผิดปกติ ทั้งอาการท้องผูก ท้องเสีย ขับถ่ายได้ไม่สุด หรือแม้กระทั่งการมีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ จึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีอาการปวดท้องเรื้อรังและมักปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุได้

6.อุจจาระมีขนาดเล็กลง

อาการนี้อาจไม่เฉพาะเจาะกับมะเร็งนักเนื่องจากเกิดกับภาวะอื่นได้แต่ควรเข้ารับการตรวจเพราะส่วนหนึ่งอาจเกิดจากก้อนเนื้อมะเร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ที่เจริญเติบโตเข้ามาจนเบียดช่องทางการเคลื่อนตัวของอุจจาระ ดังนั้นเราจะสังเกตขนาดและลักษณะของอุจจาระได้ว่ามีความผิดปกติไปจากเดิม โดยมีลักษณะลีบ เป็นลำที่มีขนาดเล็กลง

แยกให้ออก! ถ่ายเป็นเลือดแบบนี้ เป็นริดสีดวง หรือมะเร็งลำไส้?

หลายคนเมื่อเห็นเลือดปนมากับอุจจาระมักชะล่าใจคิดว่าไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง อาจเป็นแค่ริดสีดวงทวาร แต่เนื่องจากมะเร็งลำไส้หากรู้เร็วสามารถรักษาให้หายได้ เราจึงสรุปลักษณะอาการความแตกต่างของทั้ง 2 โรคมาให้สังเกต ดังนี้

                                                                                                                   

ลักษณะ

ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids)

มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer)

ลักษณะของเลือด


เลือดสีแดงสด หยด หลังถ่ายอุจจาระเสร็จ มักเคลือบอยู่ผิวนอกอุจจาระ

 


เลือดสีแดงคล้ำหรือสีดำแดง ผสมปนเปื้อนอยู่ในเนื้ออุจจาระ

ลักษณะอุจจาระ

ปกติ หรือแข็งเพราะท้องผูก

ขนาดลีบเล็กลงเป็นลำ และมักท้องผูกสลับท้องเสีย


ความรู้สึกเจ็บปวด

มักปวด เจ็บบริเวณปากทวารหนักขณะเบ่ง
 

มักปวดท้องเรื้อรัง แน่นท้อง 

(ไม่เจ็บที่ทวารหนัก)


อาการร่วมอื่นๆ

คลำพบติ่งเนื้อที่ปากทวารหนัก

น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ตัวซีด เบื่ออาหาร

หมายเหตุ: ลักษณะอาการเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยจากแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจที่เหมาะสม

ตรวจให้ชัวร์! การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีวิธีไหนบ้าง?

การรู้ก่อนย่อมป้องกันได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจมะเร็งลำไส้มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ดังนี้

  • การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ เป็นการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อหาความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงที่ปนเปื้อนมากับอุจจาระ
  • การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่ ช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างภายในลำไส้
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ วิธีที่ดีที่สุดและแม่นยำที่สุด โดยแพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กผ่านทางทวารหนักเพื่อดูผนังลำไส้ตลอดความยาว ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ คือ หากแพทย์ตรวจพบ "ติ่งเนื้อ" จะสามารถใช้เครื่องมือตัดติ่งเนื้อนั้นออกได้ทันทีในขั้นตอนเดียว เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมป้องกันไม่ให้ติ่งเนื้อพัฒนาไปเป็นมะเร็งในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

หากตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ รักษาให้หายขาดได้ไหม?

เจอเร็ว หายขาดได้ โอกาสในการรักษามะเร็งลำไส้ให้หายขาดนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ตรวจพบ หากพบในระยะที่ยังเป็นแค่ติ่งเนื้อ หรือมะเร็งในระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1-2) ที่ยังไม่ลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง แพทย์สามารถผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อออก ซึ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงมากถึง 90% แต่หากปล่อยไว้จนลุกลามไปยังอวัยวะอื่น (ระยะที่ 3-4) การรักษาจะต้องใช้ทั้งการผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษา ซึ่งซับซ้อนและมีโอกาสหายลดลง

รู้ทัน รักษาเร็ว ก็มีโอกาสป้องกันหรือรักษาได้ กับแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหาร จากโรงพยาบาลวิมุต

สำหรับใครที่เริ่มมีอาการดังกล่าว มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้หรือมะเร็งทางเดินอาหารมาก่อน หรือไม่มีอาการใดแต่มีอายุระหว่าง 45-50 ปี ควรเข้ารับการปรึกษาเพื่อพิจารณาตรวจเพิ่มเติม หรือตรวจคัดกรองมะเร็งจากความเสี่ยงตามอายุ เพราะการรู้ก่อน สามารถป้องกันได้หรือเริ่มต้นรักษาได้เร็ว นอกจากจะเพิ่มโอกาสในการหายได้แล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อีกด้วย ที่โรงพยาบาลวิมุตเรามีแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหาร และแพ็กเกจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่ตรวจละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง ร่วมกับเครื่องอัลตราซาวด์และการตรวจเลือด ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและสะอาด ปลอดภัย

ทั้งหมดนี้คืออาการสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เราลิสต์มาให้คุณได้เช็กกัน ว่าอาการที่กำลังกังวลนั้นเข้าข่ายเสี่ยงกับโรคนี้หรือไม่ พร้อมแพ็กเกจโปรแกรมการตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินทางอาหารที่นำมาฝาก เพื่อให้คุณได้ดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะแม้ว่ามะเร็งจะเป็นโรคที่น่ากลัว แต่หากรู้ก่อน รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็มีโอกาสหายขาดได้เช่นกัน

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต

เวลา 08.00-20.00 น. โทร. 0-2079-0054  

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ. กุลเทพ รัตนโกวิท อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
พญ.สาวินี
จิริยะสิน
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร
Card Image
นพ.กุลเทพ
รัตนโกวิท
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค

ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ท้องผูก ไม่ใช่แค่เรื่องถ่ายไม่ออก! เช็กอาการพร้อมวิธีแก้ให้ขับถ่ายสบายเหมือนเดิม

ท้องผูก ขับถ่ายยาก อย่าปล่อยไว้ เช็กอาการท้องผูกเป็นอย่างไร ถ่ายไม่ออกกี่วันเรียกท้องผูก รู้วิธีแก้ท้องผูกพร้อมนวัตกรรมตรวจลำไส้ เพื่อให้คุณกลับมาขับถ่ายได้ดีอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ปวดท้องบิด ปวดเกร็งเป็นพักๆ เสี่ยง ลำไส้แปรปรวน

มีอาการปวดท้องบิด ปวดท้องบิดตรงกลาง เป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) รู้ทันสาเหตุและวิธีดูแลระบบทางเดินอาหารที่ รพ.วิมุต

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
แสบร้อนกลางอก เร่อเปรี้ยว สัญญาณเตือนของกรดไหลย้อนที่พบบ่อย

กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่ทำให้แสบกลางอก เรอเปรี้ยว หรือแน่นอก โดยมักเป็นมากขึ้นในเวลากลางคืน เรียนรู้สาเหตุ วิธีแก้เบื้องต้น และเมื่อไรควรเข้ารับการตรวจระบบทางเดินอาหาร

อ่านเพิ่มเติม