มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!

โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้ก่อนป้องกันได้ รักษาไว
“มะเร็งลำไส้ใหญ่” โรคที่แค่เอ่ยชื่อก็ทำให้หลายคนตื่นกลัวไม่น้อย เพราะจากสถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ามะเร็งลำไส้ติดโพล 1 ในท็อป 5 ของมะเร็งที่ถูกพบมากที่สุดมาโดยตลอด และยังมีแนวโน้มที่จะถูกพบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโดยส่วนมากโรคมะเร็งลําไส้ใหญ่มักไม่ค่อยแสดงอาการที่น่าสงสัย แต่สำหรับหลายคนที่มีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่าย กังวลและกำลังสงสัยว่าตัวเองเสี่ยงกับโรคร้ายนี้หรือไม่ วันนี้เรามาเช็กลิสต์สัญญาณเตือนของมะเร็งลําไส้ใหญ่กัน
มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) คือ เนื้องอกเนื้อร้ายที่เจริญเติบโตผิดปกติบริเวณลำไส้ใหญ่หรือไส้ตรง มักเริ่มต้นจากการเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ ที่ผนังลำไส้ก่อนจะลุกลาม อาการที่พบได้แก่ ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อุจจาระเล็กลง แต่โรคนี้สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะการ "ส่องกล้องลำไส้ใหญ่" ที่สามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันที
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากอะไร? ปัจจัยเสี่ยงและใครบ้างที่ควรระวัง
แม้ว่าโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่สามารถกระตุ้นให้เซลล์ลำไส้เกิดการกลายพันธุ์ ซึ่งได้แก่
- อายุ ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในผู้ที่มีอายุ 45-50 ปีขึ้นไป
- พฤติกรรมการกิน ผู้ที่ชื่นชอบการกินเนื้อแดง อาหารแปรรูป อาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม และรับประทานอาหารที่มีกากใย (ผักผลไม้) น้อย
- ไลฟ์สไตล์ ขาดการออกกำลังกาย อ้วน หรือน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน สูบบุหรี่จัด และดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- พันธุกรรม มีประวัติคนในครอบครัวสายตรง (พ่อ แม่ พี่ น้อง) เคยเป็นมะเร็งลำไส้ หรือมีติ่งเนื้อในลำไส้
- โรคประจำตัว ผู้ที่มีภาวะลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)
6 สัญญาณเตือนมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนที่เข้าข่ายเสี่ยง!
1.ท้องผูกมากขึ้น หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
อาการแรกเริ่มสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เกิดขึ้นและสามารถสังเกตได้ คืออาการผิดปกติของระบบขับถ่าย บางคนจะมีอาการท้องผูกบ่อยขึ้น หรือบางคนมีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียบ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติที่มองข้ามไป ซึ่งการปล่อยให้ปัญหาท้องผูกเกิดขึ้นและต่อเนื่องจนเรื้อรัง อาจเป็นอาการนำของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ระยะของโรคที่รุนแรงขึ้นได้เช่นกัน
แต่ทั้งนี้อาการท้องผูกบ่อยๆ หรือท้องเสียสลับท้องผูกอาจเป็นอาการนำของหากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายบ่อยๆ ควรเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด
2.ถ่ายไม่สุด หรือมีเลือดออก
นอกจากจะพบกับปัญหาเรื่องท้องผูกแล้ว การถ่ายท้องไม่สุดก็ยังเป็นอีกอาการที่สามารถพบได้ของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมถึงมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้นคือก้อนเนื้อประเภทหนึ่งที่งอกออกมาจากบริเวณลำไส้ ซึ่งสามารถเกิดเป็นแผลและมีถ่ายเป็นสีดำ-แดงหรือมีเลือดออกมาพร้อมกับอุจจาระได้

3.อ่อนเพลีย อ่อนแรง ซีด
ในบางรายที่มีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ปนมาพร้อมกับอุจจาระ หากมีเลือดแฝงออกปริมาณน้อยปนมากับอุจจาระเป็นเวลานานซึ่งจะเห็นได้จากการตรวจอุจจาระเท่านั้นหรือเลือดออกเห็นเป็นปริมาณมากมากอาจทำให้เกิดภาวะซีดจากการเสียเลือด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและอ่อนแรงได้
4.เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงไม่ทราบสาเหตุ
ในบางรายมักมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อยากอาเจียนได้ ซึ่งอาจเกิดจากสมองหลั่งสารที่ทำให้ไม่อยากอาหาร การรับรสผิดปกติ หรือเป็นผลจากความเครียด รวมไปถึงระบบเผาผลาญที่เริ่มทำงานผิดปกติ เซลล์มะเร็งก่อให้เกิดการอักเสบทำให้การเผาผลาญในร่างกายผิดปกติ มีอัตราการเผาผลาญโปรตีนที่ผิดปกติ และการสร้างโปรตีนของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้การสลายของโปรตีนจากกล้ามเนื้อ จึงทำให้ดัชนีมวลกายลดลงซึ่งส่งผลให้น้ำหนักลดลงตามไปด้วยนั่นเอง
5.ปวดท้องเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ
เนื่องจากระบบทางเดินอาหารเกิดความผิดปกติ ทั้งอาการท้องผูก ท้องเสีย ขับถ่ายได้ไม่สุด หรือแม้กระทั่งการมีเลือดออกในลำไส้ใหญ่ จึงทำให้ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีอาการปวดท้องเรื้อรังและมักปวดท้องโดยไม่ทราบสาเหตุได้
6.อุจจาระมีขนาดเล็กลง
อาการนี้อาจไม่เฉพาะเจาะกับมะเร็งนักเนื่องจากเกิดกับภาวะอื่นได้แต่ควรเข้ารับการตรวจเพราะส่วนหนึ่งอาจเกิดจากก้อนเนื้อมะเร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ที่เจริญเติบโตเข้ามาจนเบียดช่องทางการเคลื่อนตัวของอุจจาระ ดังนั้นเราจะสังเกตขนาดและลักษณะของอุจจาระได้ว่ามีความผิดปกติไปจากเดิม โดยมีลักษณะลีบ เป็นลำที่มีขนาดเล็กลง
แยกให้ออก! ถ่ายเป็นเลือดแบบนี้ เป็นริดสีดวง หรือมะเร็งลำไส้?
หลายคนเมื่อเห็นเลือดปนมากับอุจจาระมักชะล่าใจคิดว่าไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง อาจเป็นแค่ริดสีดวงทวาร แต่เนื่องจากมะเร็งลำไส้หากรู้เร็วสามารถรักษาให้หายได้ เราจึงสรุปลักษณะอาการความแตกต่างของทั้ง 2 โรคมาให้สังเกต ดังนี้
ลักษณะ |
ริดสีดวงทวาร (Hemorrhoids) |
มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon Cancer) |
ลักษณะของเลือด |
|
เลือดสีแดงคล้ำหรือสีดำแดง ผสมปนเปื้อนอยู่ในเนื้ออุจจาระ |
ลักษณะอุจจาระ |
ปกติ หรือแข็งเพราะท้องผูก |
ขนาดลีบเล็กลงเป็นลำ และมักท้องผูกสลับท้องเสีย |
ความรู้สึกเจ็บปวด |
มักปวด เจ็บบริเวณปากทวารหนักขณะเบ่ง |
มักปวดท้องเรื้อรัง แน่นท้อง (ไม่เจ็บที่ทวารหนัก) |
อาการร่วมอื่นๆ |
คลำพบติ่งเนื้อที่ปากทวารหนัก |
น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ตัวซีด เบื่ออาหาร |
หมายเหตุ: ลักษณะอาการเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนคำวินิจฉัยจากแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจที่เหมาะสม
ตรวจให้ชัวร์! การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีวิธีไหนบ้าง?
การรู้ก่อนย่อมป้องกันได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจมะเร็งลำไส้มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ดังนี้
- การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ เป็นการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อหาความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงที่ปนเปื้อนมากับอุจจาระ
- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่ ช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างภายในลำไส้
- การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ วิธีที่ดีที่สุดและแม่นยำที่สุด โดยแพทย์จะสอดกล้องขนาดเล็กผ่านทางทวารหนักเพื่อดูผนังลำไส้ตลอดความยาว ข้อดีที่สำคัญที่สุดของการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ คือ หากแพทย์ตรวจพบ "ติ่งเนื้อ" จะสามารถใช้เครื่องมือตัดติ่งเนื้อนั้นออกได้ทันทีในขั้นตอนเดียว เป็นการตัดไฟแต่ต้นลมป้องกันไม่ให้ติ่งเนื้อพัฒนาไปเป็นมะเร็งในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
หากตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ รักษาให้หายขาดได้ไหม?
เจอเร็ว หายขาดได้ โอกาสในการรักษามะเร็งลำไส้ให้หายขาดนั้นขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ตรวจพบ หากพบในระยะที่ยังเป็นแค่ติ่งเนื้อ หรือมะเร็งในระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1-2) ที่ยังไม่ลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลือง แพทย์สามารถผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อออก ซึ่งมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูงมากถึง 90% แต่หากปล่อยไว้จนลุกลามไปยังอวัยวะอื่น (ระยะที่ 3-4) การรักษาจะต้องใช้ทั้งการผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีรักษา ซึ่งซับซ้อนและมีโอกาสหายลดลง
รู้ทัน รักษาเร็ว ก็มีโอกาสป้องกันหรือรักษาได้ กับแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหาร จากโรงพยาบาลวิมุต
สำหรับใครที่เริ่มมีอาการดังกล่าว มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้หรือมะเร็งทางเดินอาหารมาก่อน หรือไม่มีอาการใดแต่มีอายุระหว่าง 45-50 ปี ควรเข้ารับการปรึกษาเพื่อพิจารณาตรวจเพิ่มเติม หรือตรวจคัดกรองมะเร็งจากความเสี่ยงตามอายุ เพราะการรู้ก่อน สามารถป้องกันได้หรือเริ่มต้นรักษาได้เร็ว นอกจากจะเพิ่มโอกาสในการหายได้แล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาได้อีกด้วย ที่โรงพยาบาลวิมุตเรามีแพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหาร และแพ็กเกจส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ที่ตรวจละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง ร่วมกับเครื่องอัลตราซาวด์และการตรวจเลือด ในบรรยากาศที่เป็นกันเองและสะอาด ปลอดภัย
ทั้งหมดนี้คืออาการสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เราลิสต์มาให้คุณได้เช็กกัน ว่าอาการที่กำลังกังวลนั้นเข้าข่ายเสี่ยงกับโรคนี้หรือไม่ พร้อมแพ็กเกจโปรแกรมการตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินทางอาหารที่นำมาฝาก เพื่อให้คุณได้ดูแลสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะแม้ว่ามะเร็งจะเป็นโรคที่น่ากลัว แต่หากรู้ก่อน รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ก็มีโอกาสหายขาดได้เช่นกัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต
เวลา 08.00-20.00 น. โทร. 0-2079-0054
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

จิริยะสิน

รัตนโกวิท

จิริยะสิน

รัตนโกวิท

จิริยะสิน

รัตนโกวิท

จิริยะสิน

รัตนโกวิท
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

ปวดท้องบิด ปวดเกร็งเป็นพักๆ เสี่ยง ลำไส้แปรปรวน
มีอาการปวดท้องบิด ปวดท้องบิดตรงกลาง เป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) รู้ทันสาเหตุและวิธีดูแลระบบทางเดินอาหารที่ รพ.วิมุต

แสบร้อนกลางอก เร่อเปรี้ยว สัญญาณเตือนของกรดไหลย้อนที่พบบ่อย
กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่ทำให้แสบกลางอก เรอเปรี้ยว หรือแน่นอก โดยมักเป็นมากขึ้นในเวลากลางคืน เรียนรู้สาเหตุ วิธีแก้เบื้องต้น และเมื่อไรควรเข้ารับการตรวจระบบทางเดินอาหาร

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

ท้องผูก ไม่ใช่แค่เรื่องถ่ายไม่ออก! เช็กอาการพร้อมวิธีแก้ให้ขับถ่ายสบายเหมือนเดิม
ท้องผูก ขับถ่ายยาก อย่าปล่อยไว้ เช็กอาการท้องผูกเป็นอย่างไร ถ่ายไม่ออกกี่วันเรียกท้องผูก รู้วิธีแก้ท้องผูกพร้อมนวัตกรรมตรวจลำไส้ เพื่อให้คุณกลับมาขับถ่ายได้ดีอีกครั้ง

ปวดท้องบิด ปวดเกร็งเป็นพักๆ เสี่ยง ลำไส้แปรปรวน
มีอาการปวดท้องบิด ปวดท้องบิดตรงกลาง เป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) รู้ทันสาเหตุและวิธีดูแลระบบทางเดินอาหารที่ รพ.วิมุต

แสบร้อนกลางอก เร่อเปรี้ยว สัญญาณเตือนของกรดไหลย้อนที่พบบ่อย
กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่ทำให้แสบกลางอก เรอเปรี้ยว หรือแน่นอก โดยมักเป็นมากขึ้นในเวลากลางคืน เรียนรู้สาเหตุ วิธีแก้เบื้องต้น และเมื่อไรควรเข้ารับการตรวจระบบทางเดินอาหาร

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

ท้องผูก ไม่ใช่แค่เรื่องถ่ายไม่ออก! เช็กอาการพร้อมวิธีแก้ให้ขับถ่ายสบายเหมือนเดิม
ท้องผูก ขับถ่ายยาก อย่าปล่อยไว้ เช็กอาการท้องผูกเป็นอย่างไร ถ่ายไม่ออกกี่วันเรียกท้องผูก รู้วิธีแก้ท้องผูกพร้อมนวัตกรรมตรวจลำไส้ เพื่อให้คุณกลับมาขับถ่ายได้ดีอีกครั้ง

ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค
ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

ท้องผูก ไม่ใช่แค่เรื่องถ่ายไม่ออก! เช็กอาการพร้อมวิธีแก้ให้ขับถ่ายสบายเหมือนเดิม
ท้องผูก ขับถ่ายยาก อย่าปล่อยไว้ เช็กอาการท้องผูกเป็นอย่างไร ถ่ายไม่ออกกี่วันเรียกท้องผูก รู้วิธีแก้ท้องผูกพร้อมนวัตกรรมตรวจลำไส้ เพื่อให้คุณกลับมาขับถ่ายได้ดีอีกครั้ง

ปวดท้องบิด ปวดเกร็งเป็นพักๆ เสี่ยง ลำไส้แปรปรวน
มีอาการปวดท้องบิด ปวดท้องบิดตรงกลาง เป็น ๆ หาย ๆ เกิดจากอะไร? สัญญาณเตือนโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) รู้ทันสาเหตุและวิธีดูแลระบบทางเดินอาหารที่ รพ.วิมุต

แสบร้อนกลางอก เร่อเปรี้ยว สัญญาณเตือนของกรดไหลย้อนที่พบบ่อย
กรดไหลย้อน เป็นภาวะที่ทำให้แสบกลางอก เรอเปรี้ยว หรือแน่นอก โดยมักเป็นมากขึ้นในเวลากลางคืน เรียนรู้สาเหตุ วิธีแก้เบื้องต้น และเมื่อไรควรเข้ารับการตรวจระบบทางเดินอาหาร
