9 อาการ “ไฮโปไทรอยด์” ภาวะพร่องฮอร์โมนที่ต้องระวัง

07 พ.ย. 66 | ศูนย์อายุรกรรม
แชร์บทความ      

9 อาการ “ไฮโปไทรอยด์” ภาวะพร่องฮอร์โมนที่ต้องระวัง

ไฮโปไทรอยด์ (Hypothyroidism) ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในภาวะความผิดปกติจากการทำงานของต่อมไทรอยด์ ที่ผลิตฮอร์โมนออกมาได้น้อยกว่าความต้องการของส่วนต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออวัยวะเกือบทุกส่วนของร่างกายให้ทำงานได้ช้าลง จึงทำให้หลายคนที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์นี้อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ตัวบวมและดูอ้วนขึ้นได้ สำหรับใครที่กำลังสงสัยหรือมีความผิดปกติของไทรอยด์ เรามาลองเช็กลิสต์ 9 อาการที่เข้าข่ายเสี่ยงไฮโปไทรอยด์ ว่าอาการที่คุณกำลังเป็นใช่ภาวะไฮโปไทรอยด์หรือไม่

ไทรอยด์เป็นพิษกับไฮโปไทรอยด์คืออะไร เกิดจากอะไร ?

“ไทรอยด์” (Thyroid Gland) เป็นต่อมไร้ท่อต่อมหนึ่งในร่างกาย มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนและหลั่งเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้การควบคุมของต่อมใต้สมองและต่อมไฮโปธาลามัส ซึ่งช่วยให้ร่างกายและอวัยวะเจริญเติบโตตามวัย ควบคุมการเผาผลาญและอุณหภูมิในร่างกาย รวมถึงส่งเสริมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น ระบบสมองและประสาท ภาวะทางอารมณ์ กล้ามเนื้อต่างๆ หัวใจ กระดูก เป็นต้น 

ซึ่งภาวะไฮโปไทรอยด์ คือโรคไทรอยด์ประเภทหนึ่งที่เกิดจากระดับการทำงานของต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้น้อยเกินไป จึงทำให้การทำงานของเซลล์ในร่างกายเชื่องช้ากว่าปกติ โดยส่งผลให้ร่างกายและอวัยวะไม่สามารถเจริญเติบโตได้ตามวัย ร่างกายสูญเสียระบบการเผาผลาญและอุณหภูมิในร่างกาย ร่วมถึงพลังงานในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในระบบสำคัญ เช่น ระบบสมองและประสาท ภาวะทางอารมณ์ กล้ามเนื้อต่างๆ หัวใจ กระดูกไม่เพียงพอและเกิดเป็นโรคอื่นๆ ตามมา 

เปิด 9 อาการของไฮโปไทรอยด์ สังเกตได้อย่างไรบ้าง ?

1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย 

ผู้ที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์ หรือร่างกายผลิตฮอร์โมนได้น้อยเกินไปจะมีผลต่อการทำงานของหัวใจ จึงทำให้รู้สึกใจสั่นง่าย อ่อนเพลียและไม่กระฉับกระเฉงได้

2. ทำอะไรเชื่องช้า ขี้หนาว 

ในภาวะไฮโปไทรอยด์ ร่างกายจะมีพลังงานในการทำงานต่ำกว่าปกติที่ควรเป็น จึงทำให้ระบบเผาผลาญทำงานลดลง ความร้อนในร่างกายก็ลดน้อยลงตามไปด้วย ส่งผลให้ผู้ที่มีภาวะขาดไทรอยด์มักขี้หนาว หรือหนาวง่ายนั่นเอง

3. เบื่ออาหาร 

ในบางรายที่มีภาวะขาดฮอร์โมนไทรอยด์มักมีอาการเบื่ออาหาร ไม่อยากรับประทานอาหาร เนื่องจากฮอร์โมนที่บกพร่องทำให้ร่างกายสูญเสียสมดุลในระบบการเผาผลาญ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเบื่ออาหารได้นั่นเอง

4. ท้องผูก

จากการทำงานของเซลล์ที่เชื่องช้ากว่าปกติ ทำให้ลำไส้ทำงานได้น้อยลงและเคลื่อนไหวน้อยกว่าปกติ จึงทำให้ผู้ที่มีภาวะไฮโปไทรอยด์มีอาการท้องผูกบ่อยๆ

5. น้ำหนักขึ้น

เมื่อร่างกายสูญเสียระบบการเผาผลาญและการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ร่วมถึงพลังงานในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ทำให้ระบบเมตาบอลิซึมที่ช่วยเผาผลาญลดต่ำลง ส่งผลให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย 

6. หน้าบวม หนังตาบวม เสียงแหบ ผิวหยาบและแห้ง ผมแห้งและร่วง

นอกจากระบบเผาผลาญต่ำลงทำให้อ้วนง่ายขึ้นแล้ว ยังส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลง ผิวแห้งมากขึ้น รวมถึงผมร่วง ผมแห้งผิดปกติ เนื่องจากภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมนจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมเส้นบางและเล็กลง

7. กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ปวดกล้ามเนื้อ

เมื่อไทรอยด์ทำงานผิดปกติจะทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งส่งผลให้เวลาลุกขึ้นยืนหยิบของบนชั้นสูง เดินขึ้นบันได หรือลุกขึ้นจากการนั่งยองๆ ทำได้ลำบาก ร่วมกับมีอาการปวดกล้ามเนื้อ เป็นตะคริว หรือกล้ามเนื้อกระตุกได้

8. ไขมันและคอเลสเตอรอลสูง

ระดับฮอร์โมนที่ต่ำลงจะทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น และเมื่อคอเลสเตอรอลสูงทำให้เกิดไขมันสะสมในหลอดเลือดแดงได้ ซึ่งนั่นทำให้ประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือดแย่ลง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือดต่อไปได้

9. ความดันโลหิตสูง ชีพจรเต้นช้า

เมื่อฮอร์โมนในร่างกายต่ำลง ทำให้พลังงานในการทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดน้อยลง ส่งผลให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานผิดปกติด้วยนั้น อาจทำให้หัวใจเต้นได้ช้าลงเนื่องจากการทำงานของเซลล์ในร่างกายเชื่องช้ากว่าปกติ รวมไปถึงระดับไขมันและคอเรสเตอรอลที่สูงขึ้นทำให้เกิดความดันโลหิตสูงขึ้นได้อีกด้วย

ค้นหาความเสี่ยง เช็กให้ชัวร์ว่าใช่หรือไม่ กับแพ็กเกจตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคไทรอยด์

สำหรับผู้ที่สงสัยและมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ มีอาการคล้ายคลึงกับอาการของภาวะไฮโปไทรอยด์ ที่โรงพยาบาลวิมุตเราได้ออกแบบแพ็จเกจตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคไทรอยด์ กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางต่อมไร้ท่อ Physical Examination จากศูนย์บาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ที่จะทำการตรวจร่างกายและตรวจวัดระดับค่าการทำงานของต่อมไทรอยด์ TSH FT4 และ Total T3 เพื่อค้นหาความผิดปกติจากการทำงานของต่อมไทรอยด์ ที่จะช่วยให้คุณได้รับการรักษาอย่างตรงจุดและเท่าทันปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

แม้ว่าโรคไทรอยด์ในภาวะไฮโปไทรอยด์จะดูเหมือนไม่รุนแรงและน่ากลัว แต่การปล่อยให้โรคดำเนินต่อไปโดยไม่ได้รับการรักษา นั่นอาจทำให้ร่างกายได้รับความเสียหายที่สะสมไปเรื่อยๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ดังนั้น หากคุณสังเกตพบว่าร่างกายมีอาการของภาวะไฮโปไทรอยด์ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น แนะนำให้เข้าตรวจคัดกรองและพบแพทย์เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต 

เวลาทำการ 07.00-19.00 น. หรือ โทร. 0-2079-0070

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์ 

 

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

 

ผู้เขียน
นพ. ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล แพทย์ผู้ชำนาญการโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?

เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ความลับของไขมัน และโรคอันตรายจากไขมันที่คุณควรรู้ !

สายกินต้องระวัง อาหารไขมันสูง ของทอด ของมันแสนอร่อย อาจแฝงโรคไขมันตัวร้ายได้ มาดูกันว่า 3 โรคไขมันอันตราย ที่บั่นทอนสุขภาพจนต่อยอดเป็นโรคร้ายแรงได้มีอะไรบ้าง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
3 สัญญาณที่บอกว่า คุณกำลังลดน้ำหนักผิดวิธี

เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการลดน้ำหนัก แต่ปัญหาที่มักพบ คือ ลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง