น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี

24 ต.ค. 64  | ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ
แชร์บทความ      
แชร์บทความ      

เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการดูแลรูปร่างหรือลดความอ้วน แต่ปัญหาที่มักพบคือ พยายามทำแล้วแต่น้ำหนักไม่ลง หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี และเนื่องในสัปดาห์ของวันอ้วนโลก (World Obesity Day) โรงพยาบาลวิมุตอยากชวนคุณมาเช็กกันสักหน่อยว่า คุณมีสัญญาณที่บอกว่ากำลังลดน้ำหนักผิดวิธีเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?

สัญญาณเตือนลดน้ำหนักผิดวิธี เสี่ยงระบบเผาผลาญพัง คือ สัญญาณที่พบว่าร่างกายคุมน้ำหนักไม่ลง ร่วมกับมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ผิวหย่อนคล้อย ผมร่วงมากกว่าปกติ ผิวแห้ง หนาวง่าย ประจำเดือนไม่ปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังประท้วง และอาจเสี่ยงต่อภาวะระบบเผาผลาญที่เปลี่ยนแปลงไป (Metabolic Adaptation) ได้

เรามาเช็กกันว่า คุณมีสัญญาณที่บอกว่ากำลังลดน้ำหนักผิดวิธี เหล่านี้อยู่หรือเปล่า?

1. อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย

มักเกิดจากการกินน้อยเกินไป หรือหักโหมออกกำลังกายมากเกินไปจนเกินความพอดี ทำให้ร่างกายขาดพลังงานและสารอาหาร มักเกิดขึ้นในช่วงแรกของการตั้งใจลดความอ้วน หรือคุมน้ำหนัก เพราะอยากให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดความเครียดและอ่อนเพลียง่าย

คำแนะนำ : ควรเริ่มต้นจากเน้นเลือกอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าการลดปริมาณอาหารที่กิน เพราะการทำแบบนี้เป็นการลดแคลอรีรี่อย่างเหมาะสมและไม่หักโหม ส่วนการออกกำลังกาย ควรเริ่มจากการทำง่ายๆ เช่น การเดินเร็ว การยกดัมเบลเบาๆ

2. น้ำหนักไม่ลด แม้จะคุมอาหารก็ตาม

การลดปริมาณอาหาร ไม่ได้หมายความว่าแคลอรีที่ได้รับลดลงเสมอไป เพราะอาหารบางประเภทแม้ ‘ปริมาณน้อย’ แต่ก็ให้ ‘แคลอรีสูง’ พอสมควร เช่น อาหารรสจัด ของมัน ของทอด หรือเครื่องดื่ม น้ำหวานต่างๆ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือ การคุมอาหารอย่างหักโหมเกินไป จนทำให้ร่างกายเผาผลาญน้อยลง

คำแนะนำ : ควรศึกษาหาข้อมูลสารอาหารที่รับประทาน หรือลองนับแคลอรีในช่วงแรกของการลดน้ำหนัก เพื่อให้รู้ค่าพลังงานของสารอาหารที่กินเข้าไป โดยปกติคนทั่วไปควรได้รับแคลอรีอย่างน้อย 1,200 kcal ต่อวัน

3. น้ำหนักลดลง แต่ผิวหย่อนคล้อย

มักเกิดจากการหักโหมคุมอาหาร โดยขาดการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ทำให้น้ำหนักที่ลดลงมีแนวโน้มเป็นกล้ามเนื้อและน้ำ มากกว่าไขมัน ยิ่งกล้ามเนื้อน้อยลง ผิวหนังของเราจึงมีความหย่อนคล้อยมากขึ้น แม้น้ำหนักยังคงลดก็ตาม

คำแนะนำ : ควรคุมอาหารอย่างเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกินไป และเพิ่มการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อกระชับสัดส่วน และรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายไม่ให้ลดลง

4. ผมร่วงผิดปกติ 

เกิดจากการจำกัดอาหารหรือตัดสารอาหารบางหมู่มากเกินไป โดยเฉพาะ ‘โปรตีน’ รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์รากผม ร่างกายจึงต้องปรับตัวโดยการดึงสารอาหารไปใช้กับอวัยวะที่สำคัญกว่าเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่าย

คำแนะนำ: ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เติมโปรตีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเลือกรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด รวมถึงดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน

5. ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น

มักเกิดจากการงดกินไขมันอย่างเด็ดขาด เพราะเข้าใจผิดว่าไขมันทุกชนิดทำให้อ้วน ทำให้ร่างกายขาดกรดไขมันดีและวิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น ดูแห้งกร้าน แห้งลอก หรือหมองคล้ำแลดูไม่สดใส

คำแนะนำ: ไม่ควรงดไขมันแบบ 100% แต่ควรเปลี่ยนมาเลือกรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือถั่วต่างๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน

6. รู้สึกหนาวง่ายกว่าปกติ

เมื่อร่างกายได้รับพลังงานน้อยเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานานจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน โดยลดอัตราการเผาผลาญลงเพื่อรักษาชีวิตรอด ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายลดลง ทำให้รู้สึกหนาวเย็นง่ายกว่าปกติ

คำแนะนำ: ไม่ควรอดอาหารจนร่างกายรู้สึกโหย ควรปรับลดปริมาณแคลอรีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างสมดุล

7. ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไป

เป็นสัญญาณเตือนที่รุนแรงว่าร่างกายกำลังได้รับความเครียดจากการลดน้ำหนักแบบผิดวิธี เมื่อเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายลดต่ำลงมากเกินไป หรือรับสารอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายจะสั่งให้หยุดการทำงานของระบบสืบพันธุ์ชั่วคราว เพื่อสงวนพลังงาน

คำแนะนำ: หากประจำเดือนขาดหาย ควรหยุดการคุมอาหารที่เข้มงวดเกินไป กลับมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เพียงพอ และควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กความสมดุลของฮอร์โมน เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลิน โรคเมตาบอลิกหรืออ้วนเพราะฮอร์โมนได้

ต้องระวัง! น้ำหนักไม่ลง ลดน้ำหนักผิดวิธี… อาจนำไปสู่ภาวะ ‘ระบบเผาผลาญพัง’

จากสัญญาณเตือนต่างๆ เหล่านี้ หากปล่อยไว้นานจะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ‘ระบบเผาผลาญพัง หรือภาวะระบบเผาผลาญปรับตัว (Metabolic Adaptation)’ อธิบายง่ายๆ คือ เมื่อเรารับแคลอรีน้อยเกินไป ร่างกายจะคิดว่าเรากำลังตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนอาหาร จึงสั่งให้ร่างกายเข้าสู่ "โหมดเอาชีวิตรอด" โดยจะหวงแหนไขมันและปรับลดการเผาผลาญพลังงานลงให้ต่ำที่สุดเพื่อสะสมพลังงาน นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำหนักไม่ลง และเมื่อกลับมากินเท่าเดิมน้ำหนักก็จะพุ่งพรวดหรือเกิดภาวะโยโย่นั่นเอง

ปรับสมดุลร่างกาย ทำอย่างไรให้ยั่งยืนและไม่เสี่ยงโยโย่?

หัวใจสำคัญของการมีรูปร่างที่ดีคือ ‘ความสม่ำเสมอและความสมดุล’ แทนที่จะกดดันตัวเองด้วยการอดอาหาร ลองเปลี่ยนมาเป็นดูแลเรื่องโภชนาการ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่พอดี ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มากๆ

ชวนดูเคล็ดลับการกินเพื่อควบคุมน้ำหนักแบบเจาะลึก 7 วิธีลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?

ฟื้นฟูระบบเผาผลาญ คุมน้ำหนักและรูปร่างได้อย่างมั่นใจ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลวิมุต

หากคุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกอย่างแล้ว แต่น้ำหนักไม่ลง รูปร่างไม่เปลี่ยน หรือมีสัญญาณเตือนตามที่กล่าวไว้ด้านบน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่วินัย แต่อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบฮอร์โมน หรือโรคแฝงที่มองไม่เห็น ที่ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางและนักกำหนดอาหาร ที่พร้อมดูแลและประเมินสุขภาพของคุณอย่างละเอียด ผ่านการเจาะเลือดหาความผิดปกติของระดับฮอร์โมน เพื่อช่วยวางแผนการคุมอาหารและปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ให้คุณดูแลสุขภาพและไปถึงเป้าหมายได้อย่างสบายใจ

จากสัญญาณเตือนทั้ง 7 ข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักไม่ลง อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ผิวหย่อนคล้อย คือสิ่งที่ร่างกายพยายามบอกว่าเรากำลังมาผิดทาง การรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาดูแลโภชนาการให้สมดุลคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่หากปรับพฤติกรรมแล้วน้ำหนักยังคงนิ่งหรือร่างกายยังอ่อนเพลีย ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด ผ่านการตรวจระดับฮอร์โมนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ช่วยให้คุณยุติวงจรการลดความอ้วน หรือวิธีลดน้ำหนักแบบผิดๆ และก้าวสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ ชั้น 9 โรงพยาบาลวิมุต
เวลา 07.00-19.00 น. โทร. 0-2079-0070 
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ


แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ชาญวัฒน์
ชวนตันติกมล
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
พญ.ธนพร
พุทธานุภาพ
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?

เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !

สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
รับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน

ในสถานการณ์ที่โควิดยังคงระบาด ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังโรคโควิดนี้ให้ดี เพราะติดง่ายกว่าคนอื่นแถมติดแล้วยังรุนแรงเสี่ยงถึงตายจริงไหม? มาฟังคำตอบกับคุณหมอกัน

อ่านเพิ่มเติม