น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี

เชื่อว่าหลายคนยังมีเป้าหมายในการดูแลรูปร่างหรือลดความอ้วน แต่ปัญหาที่มักพบคือ พยายามทำแล้วแต่น้ำหนักไม่ลง หรืออาจลดได้แค่ช่วงสั้นๆ แล้วกลับมาน้ำหนักเท่าเดิม ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี และเนื่องในสัปดาห์ของวันอ้วนโลก (World Obesity Day) โรงพยาบาลวิมุตอยากชวนคุณมาเช็กกันสักหน่อยว่า คุณมีสัญญาณที่บอกว่ากำลังลดน้ำหนักผิดวิธีเหล่านี้อยู่หรือเปล่า?
สัญญาณเตือนลดน้ำหนักผิดวิธี เสี่ยงระบบเผาผลาญพัง คือ สัญญาณที่พบว่าร่างกายคุมน้ำหนักไม่ลง ร่วมกับมีอาการอ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ผิวหย่อนคล้อย ผมร่วงมากกว่าปกติ ผิวแห้ง หนาวง่าย ประจำเดือนไม่ปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังประท้วง และอาจเสี่ยงต่อภาวะระบบเผาผลาญที่เปลี่ยนแปลงไป (Metabolic Adaptation) ได้
เรามาเช็กกันว่า คุณมีสัญญาณที่บอกว่ากำลังลดน้ำหนักผิดวิธี เหล่านี้อยู่หรือเปล่า?
1. อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย
มักเกิดจากการกินน้อยเกินไป หรือหักโหมออกกำลังกายมากเกินไปจนเกินความพอดี ทำให้ร่างกายขาดพลังงานและสารอาหาร มักเกิดขึ้นในช่วงแรกของการตั้งใจลดความอ้วน หรือคุมน้ำหนัก เพราะอยากให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน ทำให้เกิดความเครียดและอ่อนเพลียง่าย
คำแนะนำ : ควรเริ่มต้นจากเน้นเลือกอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าการลดปริมาณอาหารที่กิน เพราะการทำแบบนี้เป็นการลดแคลอรีรี่อย่างเหมาะสมและไม่หักโหม ส่วนการออกกำลังกาย ควรเริ่มจากการทำง่ายๆ เช่น การเดินเร็ว การยกดัมเบลเบาๆ
2. น้ำหนักไม่ลด แม้จะคุมอาหารก็ตาม
การลดปริมาณอาหาร ไม่ได้หมายความว่าแคลอรีที่ได้รับลดลงเสมอไป เพราะอาหารบางประเภทแม้ ‘ปริมาณน้อย’ แต่ก็ให้ ‘แคลอรีสูง’ พอสมควร เช่น อาหารรสจัด ของมัน ของทอด หรือเครื่องดื่ม น้ำหวานต่างๆ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือ การคุมอาหารอย่างหักโหมเกินไป จนทำให้ร่างกายเผาผลาญน้อยลง
คำแนะนำ : ควรศึกษาหาข้อมูลสารอาหารที่รับประทาน หรือลองนับแคลอรีในช่วงแรกของการลดน้ำหนัก เพื่อให้รู้ค่าพลังงานของสารอาหารที่กินเข้าไป โดยปกติคนทั่วไปควรได้รับแคลอรีอย่างน้อย 1,200 kcal ต่อวัน
3. น้ำหนักลดลง แต่ผิวหย่อนคล้อย
มักเกิดจากการหักโหมคุมอาหาร โดยขาดการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ทำให้น้ำหนักที่ลดลงมีแนวโน้มเป็นกล้ามเนื้อและน้ำ มากกว่าไขมัน ยิ่งกล้ามเนื้อน้อยลง ผิวหนังของเราจึงมีความหย่อนคล้อยมากขึ้น แม้น้ำหนักยังคงลดก็ตาม
คำแนะนำ : ควรคุมอาหารอย่างเหมาะสม ไม่หักโหมจนเกินไป และเพิ่มการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อกระชับสัดส่วน และรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายไม่ให้ลดลง
4. ผมร่วงผิดปกติ
เกิดจากการจำกัดอาหารหรือตัดสารอาหารบางหมู่มากเกินไป โดยเฉพาะ ‘โปรตีน’ รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์รากผม ร่างกายจึงต้องปรับตัวโดยการดึงสารอาหารไปใช้กับอวัยวะที่สำคัญกว่าเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่าย
คำแนะนำ: ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เติมโปรตีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเลือกรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด รวมถึงดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน
5. ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น
มักเกิดจากการงดกินไขมันอย่างเด็ดขาด เพราะเข้าใจผิดว่าไขมันทุกชนิดทำให้อ้วน ทำให้ร่างกายขาดกรดไขมันดีและวิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น ดูแห้งกร้าน แห้งลอก หรือหมองคล้ำแลดูไม่สดใส
คำแนะนำ: ไม่ควรงดไขมันแบบ 100% แต่ควรเปลี่ยนมาเลือกรับประทานไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก อะโวคาโด หรือถั่วต่างๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน
6. รู้สึกหนาวง่ายกว่าปกติ
เมื่อร่างกายได้รับพลังงานน้อยเกินไปติดต่อกันเป็นเวลานานจะเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน โดยลดอัตราการเผาผลาญลงเพื่อรักษาชีวิตรอด ส่งผลให้อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายลดลง ทำให้รู้สึกหนาวเย็นง่ายกว่าปกติ
คำแนะนำ: ไม่ควรอดอาหารจนร่างกายรู้สึกโหย ควรปรับลดปริมาณแคลอรีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างสมดุล
7. ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือขาดหายไป
เป็นสัญญาณเตือนที่รุนแรงว่าร่างกายกำลังได้รับความเครียดจากการลดน้ำหนักแบบผิดวิธี เมื่อเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายลดต่ำลงมากเกินไป หรือรับสารอาหารไม่เพียงพอ ร่างกายจะสั่งให้หยุดการทำงานของระบบสืบพันธุ์ชั่วคราว เพื่อสงวนพลังงาน
คำแนะนำ: หากประจำเดือนขาดหาย ควรหยุดการคุมอาหารที่เข้มงวดเกินไป กลับมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เพียงพอ และควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจเช็กความสมดุลของฮอร์โมน เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะดื้ออินซูลิน โรคเมตาบอลิกหรืออ้วนเพราะฮอร์โมนได้

ต้องระวัง! น้ำหนักไม่ลง ลดน้ำหนักผิดวิธี… อาจนำไปสู่ภาวะ ‘ระบบเผาผลาญพัง’
จากสัญญาณเตือนต่างๆ เหล่านี้ หากปล่อยไว้นานจะทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า ‘ระบบเผาผลาญพัง หรือภาวะระบบเผาผลาญปรับตัว (Metabolic Adaptation)’ อธิบายง่ายๆ คือ เมื่อเรารับแคลอรีน้อยเกินไป ร่างกายจะคิดว่าเรากำลังตกอยู่ในสภาวะขาดแคลนอาหาร จึงสั่งให้ร่างกายเข้าสู่ "โหมดเอาชีวิตรอด" โดยจะหวงแหนไขมันและปรับลดการเผาผลาญพลังงานลงให้ต่ำที่สุดเพื่อสะสมพลังงาน นี่จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำหนักไม่ลง และเมื่อกลับมากินเท่าเดิมน้ำหนักก็จะพุ่งพรวดหรือเกิดภาวะโยโย่นั่นเอง
ปรับสมดุลร่างกาย ทำอย่างไรให้ยั่งยืนและไม่เสี่ยงโยโย่?
หัวใจสำคัญของการมีรูปร่างที่ดีคือ ‘ความสม่ำเสมอและความสมดุล’ แทนที่จะกดดันตัวเองด้วยการอดอาหาร ลองเปลี่ยนมาเป็นดูแลเรื่องโภชนาการ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่พอดี ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่งเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มากๆ
ชวนดูเคล็ดลับการกินเพื่อควบคุมน้ำหนักแบบเจาะลึก 7 วิธีลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ?
ฟื้นฟูระบบเผาผลาญ คุมน้ำหนักและรูปร่างได้อย่างมั่นใจ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลวิมุต
หากคุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทุกอย่างแล้ว แต่น้ำหนักไม่ลง รูปร่างไม่เปลี่ยน หรือมีสัญญาณเตือนตามที่กล่าวไว้ด้านบน ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่วินัย แต่อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของระบบฮอร์โมน หรือโรคแฝงที่มองไม่เห็น ที่ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางและนักกำหนดอาหาร ที่พร้อมดูแลและประเมินสุขภาพของคุณอย่างละเอียด ผ่านการเจาะเลือดหาความผิดปกติของระดับฮอร์โมน เพื่อช่วยวางแผนการคุมอาหารและปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ให้คุณดูแลสุขภาพและไปถึงเป้าหมายได้อย่างสบายใจ
จากสัญญาณเตือนทั้ง 7 ข้อนี้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักไม่ลง อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย ผิวหย่อนคล้อย คือสิ่งที่ร่างกายพยายามบอกว่าเรากำลังมาผิดทาง การรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและหันมาดูแลโภชนาการให้สมดุลคือสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก แต่หากปรับพฤติกรรมแล้วน้ำหนักยังคงนิ่งหรือร่างกายยังอ่อนเพลีย ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด ผ่านการตรวจระดับฮอร์โมนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ช่วยให้คุณยุติวงจรการลดความอ้วน หรือวิธีลดน้ำหนักแบบผิดๆ และก้าวสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลา 07:00-19:00 น. โทร 0-2079-0070
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ชวนตันติกมล

พุทธานุภาพ

ชวนตันติกมล

พุทธานุภาพ

ชวนตันติกมล

พุทธานุภาพ

ชวนตันติกมล

พุทธานุภาพ
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

รับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน
ในสถานการณ์ที่โควิดยังคงระบาด ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังโรคโควิดนี้ให้ดี เพราะติดง่ายกว่าคนอื่นแถมติดแล้วยังรุนแรงเสี่ยงถึงตายจริงไหม? มาฟังคำตอบกับคุณหมอกัน

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

รับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน
ในสถานการณ์ที่โควิดยังคงระบาด ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังโรคโควิดนี้ให้ดี เพราะติดง่ายกว่าคนอื่นแถมติดแล้วยังรุนแรงเสี่ยงถึงตายจริงไหม? มาฟังคำตอบกับคุณหมอกัน

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

รับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน
ในสถานการณ์ที่โควิดยังคงระบาด ผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังโรคโควิดนี้ให้ดี เพราะติดง่ายกว่าคนอื่นแถมติดแล้วยังรุนแรงเสี่ยงถึงตายจริงไหม? มาฟังคำตอบกับคุณหมอกัน