“ภาวะดื้ออินซูลิน” ภาวะที่คนคอดำเป็นปื้น ติ่งเนื้อขึ้นตามตัวต้องระวัง

09 พ.ค. 67  | ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ
แชร์บทความ      
แชร์บทความ      

ภาวะดื้ออินซูลิน

“ภาวะดื้ออินซูลิน” หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงภาวะที่เกิดขึ้นกับคนที่เป็นเบาหวานแล้วเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงคนที่ไม่เป็นเบาหวานก็สามารถเป็นได้เช่นกัน อีกทั้งยังเกิดขึ้นได้ง่ายกับคนที่เป็นโรคอ้วนและคนที่มีพฤติกรรมชอบกินแป้ง น้ำตาลอีกด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็ตรวจพบได้ยากเพราะมักไม่มีอาการที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน ซึ่งกว่าจะรู้ตัวว่าเป็นก็เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานไปเสียแล้ว

ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับภาวะดื้ออินซูลินว่าคืออะไร เกิดจากอะไร และอาการเตือนของภาวะนี้ที่ต้องสังเกตมีอะไรบ้าง ที่นี่เรายกข้อมูลมาให้แล้ว

ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) คือ ภาวะที่เซลล์ในร่างกายดื้อรั้น ไม่ยอมตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินเพื่อนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน ทำให้ตับอ่อนต้องผลิตอินซูลินออกมามหาศาล ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์สั่งให้ร่างกาย "สะสมไขมัน" จึงเป็นสาเหตุหลักที่ตอบคำถามว่าทำไมคนที่มีภาวะดื้ออินซูลิน อ้วนง่ายและพยายามลดน้ำหนักเท่าไรก็ไม่ลง หากปล่อยทิ้งไว้อาจเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ แต่ภาวะนี้สามารถรักษาและกู้ระบบเผาผลาญคืนมาได้ ผ่านการปรับโภชนาการหรือใช้ตัวช่วยทางการแพทย์จากศูนย์ลดน้ำหนักเฉพาะทาง

ภาวะดื้ออินซูลินเกี่ยวข้องกับเบาหวานอย่างไร ?
ภาวะดื้ออินซูลินเปรียบเสมือน "ระยะก่อนเบาหวาน" ที่เซลล์ในร่างกายตอบสนองกับอินซูลินได้น้อยกว่าปกติ กลไกร่างกายจะกระตุ้นให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินเพิ่มสูงขึ้นเพื่อรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือดให้ปกติ กระบวนการนี้ทำให้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ตรวจไม่พบค่าน้ำตาลในเลือดสูง (Fasting Blood Sugar) เพราะตับอ่อนยังฝืนทำงานหนักเพื่อชดเชยอยู่

แต่ทั้งนี้หากปล่อยให้กลไกนี้กระตุ้นให้ตับอ่อนทำงานหนัก เพื่อผลิตอินซูลินให้เพิ่มขึ้นนานๆ ในการรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือด ตับอ่อนก็จะเสื่อมสภาพจนผลิตอินซูลินได้น้อยลง เมื่อนั้นความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ก็จะตามมาทันที

ภาวะดื้ออินซูลินมีสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้าง

ภาวะดื้ออินซูลินนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

  • พันธุกรรม
  • การตั้งครรภ์ 
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ ยาคุมกำเนิด ยารักษาอาการทางจิตเวช
  • ภาวะร่างกายถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง เช่น ความเครียด การติดเชื้อรุนแรง เป็นโรคร้ายเฉียบพลัน เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง หรือเข้ารับการผ่าตัด
  • โรคอ้วน น้ำหนักเกิน โดยปัจจัยนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน เพราะในคนกลุ่มนี้มักมีพฤติกรรมการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง ซึ่งร่างกายจะย่อยอาหารจำพวกนี้เป็นน้ำตาลและต้องใช้อินซูลินเป็นตัวไขกุญแจเซลล์ต่างๆ เพื่อนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงาน และไม่ให้สะสมอยู่ในกระแสเลือดนั่นเอง ดังนั้น หากรับประทานอาหารจำพวกนี้มากเกินความจำเป็นของร่างกาย ตับอ่อนจะยิ่งทำงานหนักมากขึ้นในการสั่งผลิตอินซูลินนั่นเอง

เช็ก! สัญญาณเตือนอาการของภาวะดื้ออินซูลิน

สำหรับภาวะดื้ออินซูลินนั้นตรวจพบได้ยากแถมอาการแสดงไม่ชัดเจน ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็อาจมีอาการเสี่ยงของโรคเบาหวานไปแล้ว แต่ทั้งนี้ก็ยังพบว่ามีความสัมพันธ์ของอาการบางอย่างที่สามารถสังเกตและบ่งบอกถึงความเสี่ยงของภาวะดื้ออินซูลินได้ ดังนี้

1. คอดำ รักแร้คล้ำเป็นปื้น (Acanthosis nigricans)

คอดำ รักแร้คล้ำเป็นปื้น

ในคนที่มีภาวะดื้ออินซูลินมักพบว่าเป็นโรคผิวหนังช้าง ซึ่งจะสังเกตความผิดปกติได้ที่บริเวณลำคอ หรือรักแร้ได้ โดยจะสังเกตได้ว่าลำคอ หรือรักแร้มีสีคล้ำดำ ผิวหนังหนาเหมือนมีขี้ไคลพอก และขรุขระคล้ายกำมะหยี่ ซึ่งแม้ว่าจะขัดหรือถูก็ไม่ออก รวมไปถึงอาจมีผิวแห้ง คัน และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ในบางคน

2. มีติ่งเนื้อที่คอ หรือตามตัว (Skin Tag)

ติ่งเนื้อที่คอ หรือตามตัว

หากสังเกตได้ว่ามีติ่งเนื้อสีขาว สีน้ำตาล หรือสีเนื้อที่เหมือนสีผิว ไม่คัน จับแล้วนิ่มไม่เจ็บ แต่อาจจะมีอาการเจ็บได้หากเกิดการเสียดสีเป็นประจำ โดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณลำคอและส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น แขน ขา หรือหลัง ติ่งเนื้อดังกล่าวนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนได้ว่าร่างกายอาจมีภาวะดื้ออินซูลินแอบซ่อนอยู่ได้

3. อ้วนลงพุง

รอบเอวที่หนาขึ้นแสดงถึงไขมันช่องท้องที่มากเกินไป ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสารต้านอินซูลินชั้นดี

ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่เพียงเกิดกับผู้ที่ยังไม่เป็นเบาหวานแต่มีภาวะดื้ออินซูลินแล้วเท่านั้น แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็สามารถมีอาการดังกล่าวได้เช่นกัน และในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ปล่อยให้ร่างกายต่อสู้กับภาวะนี้นานๆ อาจทำให้ร่างกายพบความผิดปกติเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นความดันโลหิตสูง ค่าไขมันผิดปกติ หลอดเลือดแข็ง อัมพาต กล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดตีบ หรืออาจมีภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ เป็นต้น

ภาวะดื้ออินซูลินทำให้อ้วนได้อย่างไร ทำไมคนดื้ออินซูลินลดน้ำหนักยาก?

หลายคนที่พยายามคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างหนักแต่น้ำหนักก็ไม่ยอมลง มักจะโทษตัวเองว่าพยายามไม่พอ แต่ความจริงแล้ว หากคุณมีภาวะดื้ออินซูลินจะทำให้อ้วนง่ายกว่าคนปกติและลดน้ำหนักได้ยากกว่ามาก เพราะระบบฮอร์โมนกำลังทำงานสวนทางกับสิ่งที่พยายาม ซึ่งกลไกที่ทำให้เราอ้วนขึ้น อธิบายได้ง่ายๆ ดังนี้

  • อินซูลิน = ฮอร์โมนสะสมไขมัน เมื่อเซลล์ในร่างกาย "ดื้อ" และไม่ยอมเปิดรับอินซูลินเพื่อเอาน้ำตาลไปเผาผลาญ น้ำตาลจะตกค้างในกระแสเลือดสูง
  • ตับอ่อนทำงานหนักขึ้น เมื่อน้ำตาลตกค้างในเลือดสูง ร่างกายจะเข้าใจผิดว่าอินซูลินไม่พอ ตับอ่อนจึงปั๊มอินซูลินออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มหาศาล
  • ถูกล็อกให้อยู่ในโหมดสะสมไขมัน เมื่อระดับอินซูลินในเลือดสูงตลอดเวลา ร่างกายจะได้รับคำสั่งให้ "เก็บสะสมน้ำตาลเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นไขมัน" (โดยเฉพาะไขมันช่องท้องและรอบเอว) และที่ร้ายกาจที่สุดคือ อินซูลินที่สูงจะไป "ยับยั้งไม่ให้ร่างกายดึงไขมันเก่าออกมาเผาผลาญ" นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่มีภาวะดื้ออินซูลิน ต่อให้อดอาหารแทบตาย น้ำหนักก็ไม่ยอมลงนั่นเอง

ร่างกายดื้ออินซูลิน ➔ น้ำตาลเข้าเซลล์ไม่ได้ (น้ำตาลค้างในเลือด) ➔ ตับอ่อนเร่งผลิตอินซูลินเพิ่ม ➔ อินซูลินในเลือดสูงปรี๊ด ➔ ร่างกายถูกสั่งให้ "เปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันสะสม"  ➔ ทำให้น้ำหนักพุ่งและลดน้ำหนักไม่ลง

วิธีลดน้ำหนักเมื่อมีภาวะดื้ออินซูลินที่ทำได้จริง

การลดน้ำหนักในกลุ่มคนดื้ออินซูลิน ไม่สามารถใช้วิธีอดอาหารทั่วไปได้ แต่ต้องพุ่งเป้าไปที่ "การลดระดับอินซูลินในเลือด" ให้กลับมาเป็นปกติ ด้วย 3 วิธีนี้

  • ปรับโภชนาการ เน้นกินอาหารที่น้ำตาลน้อยและกากใยสูง เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี เพื่อไม่ให้ระดับอินซูลินพุ่งสูงเร็วเกินไป 
  • กินแบบ IF การกินที่เว้นช่วงการกิน (เช่น 16/8) จะช่วยให้ร่างกายมีช่วงเวลาที่ระดับอินซูลินลดต่ำลง ทำให้เซลล์เริ่มเปิดรับอินซูลินได้ดีขึ้น และเปิดโอกาสให้ร่างกายดึงไขมันเก่าออกมาใช้
  • เวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อคือเตาเผาน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย การเล่นเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อจะช่วยให้ร่างกายดึงน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น แก้ปัญหาภาวะดื้ออินซูลินได้โดยตรง
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ปัจจุบันศูนย์ลดน้ำหนักมีนวัตกรรมที่ช่วยจัดการปัญหาดื้ออินซูลินได้อย่างตรงจุด เช่น การใช้ยาปรับสมดุลน้ำตาล หรือการใช้ปากกาลดน้ำหนัก (GLP-1) ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อช่วยลดความหิว ปรับสมดุลระบบเผาผลาญ และช่วยให้น้ำหนักลดลงอย่างปลอดภัย

ความเสี่ยงและโรคร่วม หากปล่อยภาวะดื้ออินซูลินทิ้งไว้ 

ภาวะดื้ออินซูลินไม่ใช่แค่ปัญหารูปร่างกวนใจ แต่เป็น ‘จุดเริ่มต้น’ ของโรคร้ายแรงทางระบบเมตาบอลิก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือรักษา อาจนำไปสู่โรคต่างๆ เหล่านี้

  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เมื่อตับอ่อนทำงานหนักจนผลิตอินซูลินไม่ไหว น้ำตาลจะค้างในเลือดถาวรจนกลายเป็นเบาหวาน
  • โรคไขมันพอกตับ ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลส่วนเกินไปเป็นไขมันและนำไปพอกไว้ที่ตับ
  • โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PMOS/PCOS) ในผู้หญิง ภาวะดื้ออินซูลินจะไปกระตุ้นรังไข่ให้สร้างฮอร์โมนเพศชายมากเกินไป ทำให้สิวเห่อ ขนดก ประจำเดือนขาด และส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้
  • โรคหลอดเลือดหัวใจและความดันโลหิตสูง อินซูลินที่สูงเรื้อรังทำให้หลอดเลือดแข็งตัวและอักเสบ

สัญญาณเตือน! เมื่อไรควรพบแพทย์

  • พยายามคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างถูกต้องมาแล้ว 3-6 เดือน แต่น้ำหนักตัวไม่ลดลงเลย 
  • มีไขมันสะสมรอบเอวหนาผิดปกติ 
  • พบสัญญาณเตือนทางร่างกาย เช่น มีรอยปื้นสีดำคล้ายขี้ไคลที่เช็ดไม่ออกบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ (Acanthosis Nigricans) 
  • กินอิ่มแล้วง่วงนอนจัด หรือหิวจุกจิกตลอดเวลา

แม้ภาวะดื้ออินซูลินจะฟังดูห่างไกล มีความเสี่ยงน้อย แต่หากคุณเป็นคนที่ชอบรับประทานอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาลและไขมันเป็นประจำ แถมยังไม่ชอบออกกำลังกาย คุณอาจจะมีความเสี่ยงนี้อยู่โดยไม่รู้ตัวได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน แนะนำให้ควบคุมอาหารที่รับประทานให้เหมาะสม โดยเฉพาะแป้ง น้ำตาลและไขมัน ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงหมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณไม่เสี่ยงกับภาวะดื้ออินซูลิน แถมยังห่างไกลโรคต่างๆ มีสุขภาพดีได้แล้ว

 

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ 
ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต 
เวลาทำการ 07.00 - 19.00  น. โทร. 0-2079-0070 
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม (โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ)

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ชาญวัฒน์
ชวนตันติกมล
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
Card Image
พญ.ธนพร
พุทธานุภาพ
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?

เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !

สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี

น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม