เจาะลึก PMOS วิธีรักษามีอะไรบ้าง ? รวมแนวทางการรักษาที่คุณผู้หญิงควรรู้

21 พ.ค. 69  | สูตินรีเวช
แชร์บทความ      

อาการอย่างประจำเดือนมาไม่ปกติ สิวขึ้นซ้ำๆ น้ำหนักเพิ่มง่าย หรือฮอร์โมนแปรปรวนโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ “PMOS” ภาวะความผิดปกติของฮอร์โมนที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน และเมื่อร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่าไม่เหมือนเดิม หลายคนอาจเริ่มเกิดคำถามตามมาว่า “ภาวะ PMOS มีวิธีรักษาอย่างไร รักษาเองได้ไหม?”  เพราะแม้อาการช่วงแรกจะดูไม่รุนแรง แต่หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อสุขภาพและโอกาสในการมีบุตรในระยะยาว การเข้าใจโรคและวิธีดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ บทความนี้จะอธิบายวิธีรักษา PMOS แบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณผู้หญิงสามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะกับตัวเองและพร้อมกลับมาดูแลร่างกายได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง

รู้จัก PMOS คืออะไร ทำไมต้องรีบรักษา ถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น ?

PMOS (Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome) หรือ กลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ คือภาวะความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อและฮอร์โมน ส่งผลให้การตกไข่ไม่เป็นไปตามปกติ จนมักตรวจพบถุงไข่ขนาดเล็กจำนวนมากค้างอยู่ในรังไข่ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว 

  • ไข่ไม่ตกเรื้อรัง เสี่ยงมีบุตรยาก
  • ฮอร์โมนแปรปรวน เสี่ยงเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติ และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง
  • ภาวะดื้ออินซูลิน เสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน
  • ไขมันในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและหัวใจ 

ดังนั้น การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและเริ่มวางแผนการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายได้

เจาะลึก PMOS มีวิธีรักษาอย่างไร รักษาเองได้ไหม ?

แนวทางการรักษา PMOS จะมุ่งเน้นการควบคุมอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวเป็นหลัก โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีรักษาให้เหมาะกับอาการและเป้าหมายของผู้ป่วยในแต่ละราย เช่น ต้องการรักษาสิว หรือต้องการตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 วิธีหลัก ได้แก่

1. การปรับพฤติกรรม
ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการรักษา PMOS ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือดื้ออินซูลิน เนื่องจากการลดน้ำหนักเพียง 5 - 10% ของน้ำหนักตัว สามารถช่วยให้สมดุลฮอร์โมนดีขึ้นและเพิ่มโอกาสการตกไข่ได้ อีกทั้งยังช่วยลดภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศชายมากผิดปกติ

แนวทางการปรับพฤติกรรม ได้แก่

  • เลือกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) ลดน้ำตาลและแป้งขัดขาว
  • เพิ่มโปรตีนและใยอาหาร เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
  • พักผ่อนให้เพียงพอและลดความเครียด ซึ่งมีผลต่อสมดุลฮอร์โมน

อย่างไรก็ตาม การปรับพฤติกรรมสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ในผู้ป่วยบางราย แต่ในผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนควรได้รับการดูแลร่วมกับแพทย์

2. การใช้ยา
เป็นหนึ่งในวิธีรักษา PMOS ที่ช่วยควบคุมอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแพทย์จะเลือกใช้ให้เหมาะกับปัญหาและเป้าหมายของผู้ป่วย ได้แก่

  • ยาคุมกำเนิด ช่วยปรับรอบเดือนให้สม่ำเสมอและลดระดับฮอร์โมนเพศชาย ส่งผลให้อาการสิวและขนดกลดลง
  • ยาต้านฮอร์โมนเพศชาย ใช้ในกรณีที่มีอาการทางผิวหนังชัดเจน เช่น สิวรุนแรงหรือขนดก
  • ยากระตุ้นการตกไข่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตั้งครรภ์ โดยช่วยกระตุ้นให้รังไข่ทำงานและมีการตกไข่
  • ยาลดภาวะดื้ออินซูลิน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และอาจช่วยให้รอบเดือนดีขึ้นในบางราย

3. การผ่าตัดส่องกล้อง
ในบางกรณีที่การใช้ยาไม่ได้ผล โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องที่รังไข่ (Ovarian Drilling) โดยใช้ความร้อนจี้ทำลายเนื้อเยื่อรังไข่บางส่วนที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย เพื่อลดระดับฮอร์โมนและช่วยกระตุ้นให้เกิดการตกไข่ อย่างไรก็ตาม การรักษาวิธีนี้ไม่ใช่ทางเลือกแรก และจะใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาเท่านั้น

PMOS ตรวจยังไง ?

การวินิจฉัยภาวะ PMOS ไม่สามารถใช้การตรวจเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องอาศัยการประเมินร่วมกันหลายด้านเพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ โดยแนวทางการตรวจที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย ได้แก่

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับรอบเดือนที่ผิดปกติ ภาวะมีบุตรยาก รวมถึงอาการที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน เช่น สิว ผมร่วง หรือขนดก เพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น
  • อัลตราซาวด์รังไข่ (Ultrasound) สามารถตรวจได้ทั้งทางหน้าท้องและทางช่องคลอด (ซึ่งให้ความแม่นยำมากกว่า) เพื่อตรวจดูจำนวนและลักษณะของถุงน้ำในรังไข่
  • ตรวจเลือด ใช้ประเมินระดับฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) รวมถึงตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดเพื่อดูความผิดปกติของระบบเผาผลาญที่มักพบร่วมกับ PMOS
  • การวินิจฉัยด้วยเกณฑ์ Rotterdam Criteria แพทย์จะยืนยันว่าเป็น PMOS หากพบความผิดปกติอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อ ดังนี้
  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือไม่มีการตกไข่
  • มีอาการฮอร์โมนเพศชายสูง เช่น สิว ขนดก
  • อัลตราซาวนด์พบถุงน้ำหลายใบในรังไข่
  • อัลตราซาวนด์พบ follicle จำนวนมากในรังไข่ โดยใช้เกณฑ์ ≥20 follicles ต่อรังไข่ข้างเดียว (transvaginal ultrasound) หรือ ovarian volume ≥10 mL 

PMOS ต้องรักษาตลอดชีวิตไหม ?

PMOS เป็นภาวะเรื้อรังที่ต้องดูแลระยะยาว แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ยาตลอดชีวิต หากควบคุมน้ำหนักและสมดุลฮอร์โมนได้ดี อาการสามารถดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม หากละเลยการดูแล อาการที่เคยเป็นมีโอกาสกลับมาได้อีก

PMOS รักษาหายไหม ?

ตามหลักทางการแพทย์ในปัจจุบัน PMOS ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการให้ดีขึ้นและลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนได้หากได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

PMOS เป็นภาวะที่ต้องดูแลต่อเนื่องในระยะยาว แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องรับมือคนเดียว เนื่องจากแนวทางการรักษาในปัจจุบันผสมผสานทั้งการปรับพฤติกรรมและการใช้ยา โดยออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพราะ PMOS ของทุกคนไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นอาการ ความรุนแรง หรือเป้าหมายของการรักษา การพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการดูแลและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในระยะยาว

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ 

ศูนย์สูตินรีเวช ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต

เวลาทำการ 08:00 - 20:00 น. โทร. 0-2079-0066

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.กษิติ เที่ยงธรรม แพทย์เฉพาะทางสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา มะเร็งวิทยานรีเวช การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.กษิติ
เที่ยงธรรม
สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
มะเร็งวิทยานรีเวช, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
คุณแม่มือใหม่ ต้องเตรียมตัวอย่างไรหลังคลอด ?

ใกล้เวลาได้พบเจอกัน แต่คุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง กับสิ่งที่ต้องเจอหลังคลอดลูก ที่นี่เราได้รวมข้อมูลเพื่อคุณแม่มือใหม่มาให้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) 9 สายพันธุ์ ฉีดเมื่อไร ทำไมต้องฉีด?

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก (HPV) ทั้งแบบ 9 และ 4 สายพันธุ์ เริ่มฉีดได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 15-45 ปี สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งทวารหนักได้ เป็นวัคซีนเสริมที่แนะนำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นๆ ได้

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
4 มะเร็งร้ายที่ผู้หญิงต้องระวัง พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิง

เช็กให้ชัวร์เพื่อสุขภาพของผู้หญิงทุกคน กับ 4 มะเร็งร้ายทำลายชีวิต ที่สาวๆ ต้องหมั่นสังเกต พร้อมโปรแกรมตรวจสุขภาพผู้หญิงปี 2567 ราคาพิเศษจาก รพ. วิมุต

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ก้าวสู่ชีวิตคู่อย่างมั่นใจ “ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน” เริ่มต้นปลอดภัยไร้โรค

แพ็คเกจ ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จากโรงพยาบาลวิมุต จะช่วยคุณเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพเพื่อให้ชีวิตคู่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมคำแนะนำทั้งเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการมีบุตร จากผู้เชี่ยวชาญ

อ่านเพิ่มเติม