‘เบาหวานลงไต’ ภาวะฉุกเฉินที่คนไข้เบาหวานต้องรู้ก่อนถึงขั้นฟอกไต!

หลายคนอาจคิดว่า “โรคเบาหวาน” เป็นเพียงภาวะที่เกี่ยวข้องกับระดับน้ำตาลในเลือด แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยให้น้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญหลายส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะ “ไต” จนนำไปสู่ภาวะ “เบาหวานลงไต” หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไตเรื้อรังที่อาจรุนแรงจนต้องฟอกไตในที่สุด
ในบทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่าแท้จริงแล้วภาวะเบาหวานลงไตคืออะไร สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงสำคัญมีอะไรบ้าง ตลอดจนอาการสำคัญที่ควรรู้ พร้อมเข้าใจแนวทางรักษาอย่างถูกต้องเพื่อชะลอความรุนแรงของโรค รวมถึงลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ก่อนลุกลามจนถึงขั้นฟอกไต
เบาหวานลงไต คือ ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน จนส่งผลให้หลอดเลือดฝอยภายในไตเสื่อม ทำให้ไตกรองของเสียได้ลดลง รวมถึงเกิดการรั่วของโปรตีนออกมากับปัสสาวะ ซึ่งในระยะแรก ผู้ป่วยจำนวนมากอาจยังไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ได้ควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิต โรคอาจลุกลามจนกลายเป็นโรคไตเรื้อรัง และรุนแรงถึงขั้นต้องฟอกไตได้
เช็กสัญญาณ เบาหวานลงไต อาการเป็นแบบไหน มีกี่ระยะ ?
เบาหวานลงไต หรือ ภาวะไตเสื่อมจากเบาหวาน โดยทั่วไปสามารถแบ่งความรุนแรงได้เป็น 5 ระยะ ซึ่งในระยะแรกมักยังไม่แสดงอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยหลายคนไม่รู้ตัวว่าไตกำลังเริ่มเสื่อม แต่เมื่อโรคลุกลามมากขึ้น จะเริ่มมีอาการผิดปกติที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังได้
- เบาหวานลงไต : ไตเริ่มทำงานหนักกว่าปกติ
เป็นระยะเริ่มต้นที่ไตมีการกรองเลือดมากกว่าปกติจากผลของระดับน้ำตาลในเลือดสูง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักยังไม่มีอาการผิดปกติ และมักตรวจพบจากการตรวจสุขภาพหรือการตรวจการทำงานของไตเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่แสดงอาการ แต่ในระยะนี้ถือเป็นช่วงสำคัญที่ควรเริ่มควบคุมระดับน้ำตาลอย่างจริงจัง เพราะหากดูแลได้ดี อาจช่วยลดโอกาสการเกิดไตเสื่อมในระยะต่อไปได้
- เบาหวานลงไต : เริ่มมีความเสียหายของไต
หลอดเลือดฝอยภายในไตเริ่มหนาตัวและเสียหายมากขึ้น แม้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังไม่มีอาการชัดเจน แต่บางรายอาจเริ่มตรวจพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะปริมาณเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าไตกำลังเริ่มเสื่อม ในระยะนี้จึงควรตรวจติดตามการทำงานของไตอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนชะลอไตเสื่อมได้เร็วขึ้น
- เบาหวานลงไต : เริ่มมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
เป็นระยะที่สามารถตรวจพบอัลบูมินหรือโปรตีนรั่วในปัสสาวะได้ชัดเจนมากขึ้น ถือเป็นจุดสำคัญที่ควรเริ่มดูแลรักษาอย่างจริงจังเพื่อชะลอไตเสื่อม โดยอาจเริ่มมีอาการ เช่น
- ปัสสาวะเป็นฟองผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากการมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
- ความดันโลหิตสูง เนื่องจากไตเริ่มควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ได้ลดลง
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เพราะร่างกายเริ่มกำจัดของเสียได้ไม่ดีเท่าเดิม
- ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะตอนกลางคืน เพราะความสามารถในการควบคุมสมดุลน้ำของไตเริ่มลดลง
ในระยะนี้ หากเริ่มรักษาและควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ อย่างเหมาะสม ยังสามารถช่วยชะลอการเสื่อมของไตและลดความเสี่ยงการเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังได้

- เบาหวานลงไต : ไตเสื่อมมากขึ้น
การทำงานของไตลดลงอย่างชัดเจน ร่างกายเริ่มขับของเสียและควบคุมสมดุลน้ำได้ไม่ดี ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการเด่น ได้แก่
- บวมที่เท้า ขา หรือใบหน้า จากการคั่งของน้ำและเกลือในร่างกาย
- อ่อนเพลียง่าย เนื่องจากของเสียสะสมและอาจมีภาวะโลหิตจางร่วมด้วย
- เบื่ออาหาร เพราะระบบเผาผลาญและสมดุลในร่างกายเริ่มผิดปกติ
- คลื่นไส้ เกิดจากของเสียคั่งในเลือดมากขึ้น
- คันตามตัว มักสัมพันธ์กับการสะสมของเสียในร่างกาย
- ความดันโลหิตสูงควบคุมยาก เพราะไตสูญเสียความสามารถในการควบคุมสมดุลต่างๆ
เบาหวานลงไตระยะที่ 4 ถือเป็นช่วงที่ไตเสื่อมค่อนข้างมาก ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ รวมถึงอาจต้องปรับยาและควบคุมอาหารเฉพาะทาง เพื่อชะลอการเสื่อมของไตและลดโอกาสเข้าสู่ภาวะไตวายระยะสุดท้ายเร็วเกินไป
- เบาหวานลงไต : ไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย
เป็นระยะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรุนแรง จนไม่สามารถกรองของเสียและรักษาสมดุลของร่างกายได้เพียงพอ ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรง เช่น
- เหนื่อยง่ายมาก ร่างกายอ่อนล้าจากภาวะไตวายและโลหิตจาง
- หายใจลำบาก อาจเกิดจากภาวะน้ำคั่งในปอด
- บวมทั่วตัว เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกายได้
- คลื่นไส้ อาเจียนเรื้อรัง ของเสียสะสมในเลือดจนส่งผลต่อระบบต่างๆ
- ปัสสาวะน้อยลงอย่างชัดเจน สะท้อนว่าไตทำงานลดลงอย่างมาก
เบาหวานลงไตระยะที่ 5 ถือเป็นระยะรุนแรง ผู้ป่วยมักจำเป็นต้องได้รับการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตเพื่อทดแทนการทำงานของไต รวมถึงต้องได้รับการดูแลต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์ ?
ผู้ป่วยเบาหวานควรรีบพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะเป็นฟอง บวมที่เท้าหรือใบหน้า ความดันโลหิตสูง เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ หรือคลื่นไส้ เบื่ออาหารเรื้อรัง เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะเบาหวานลงไต นอกจากนี้ แม้ยังไม่มีอาการ ก็ควรตรวจการทำงานของไตและตรวจปัสสาวะเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
รู้ทันสาเหตุ เบาหวานลงไต เกิดจากอะไร ?
สาเหตุหลักของเบาหวานลงไต เกิดจากการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนทำให้หลอดเลือดขนาดเล็กภายในไตเสื่อมและเสียหาย ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการกรองของเสียลดลง รวมถึงเกิดโปรตีนรั่วออกมากับปัสสาวะมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่เพิ่มความเสี่ยงให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น ได้แก่
- ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี ทำให้ไตต้องทำงานหนักต่อเนื่อง และเร่งการเสื่อมของหลอดเลือดภายในไต
- มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย จึงยิ่งเพิ่มแรงดันหลอดเลือดในไต ส่งผลให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ
- ไขมันในเลือดสูง เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดผิดปกติ และส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไต
- สูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงไตลดลง และเพิ่มความเสี่ยงโรคไตเรื้อรัง
- รับประทานอาหารเค็มจัดหรือหวานจัดเป็นประจำ ทำให้ควบคุมทั้งระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ยากขึ้น
- น้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน สัมพันธ์กับภาวะดื้อต่ออินซูลิน และเพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวานที่รุนแรงขึ้น
- ใช้ยาแก้ปวดบางชนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน เช่น กลุ่ม NSAIDs ซึ่งอาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดในไต และเพิ่มความเสี่ยงไตเสื่อม โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว
ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต และดูแลพฤติกรรมสุขภาพอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเบาหวานลงไตและชะลอการเสื่อมของไตได้ในระยะยาว

วิธีรักษาเบาหวานลงไต ชะลอความเสื่อมยังไงไม่ให้ถึงขั้นฟอกไต ?
การรักษาเบาหวานลงไต มีเป้าหมายเพื่อชะลอการเสื่อมของไต ลดภาวะแทรกซ้อน และป้องกันไม่ให้โรคลุกลามจนเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังหรือจำเป็นต้องฟอกไต โดยแพทย์จะพิจารณาแนวทางรักษาตามระยะของโรคและสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย ดังนี้
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ถือเป็นหัวใจสำคัญในการชะลอไตเสื่อม เพราะหากน้ำตาลสูงต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้หลอดเลือดในไตเสียหายมากขึ้น โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้ยารักษาเบาหวานที่ช่วยลดความเสี่ยงไตเสื่อมร่วมด้วย
- ควบคุมความดันโลหิต ผู้ป่วยเบาหวานลงไตที่มีความดันโลหิตสูง ควรควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อลดภาระการทำงานของไตและลดความเสี่ยงไตเสื่อมเร็วขึ้น
- ปรับพฤติกรรมการกิน การเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม จะช่วยลดภาระการทำงานของไต เช่น ลดอาหารเค็มและโซเดียมสูง ควบคุมปริมาณน้ำตาล ลดอาหารไขมันสูง และรับประทานโปรตีนในปริมาณเหมาะสมตามคำแนะนำแพทย์
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายไต เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือใช้ยาแก้ปวดบางชนิด เช่น กลุ่ม NSAIDs ติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจเร่งให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น
- ตรวจติดตามการทำงานของไตสม่ำเสมอ ผู้ป่วยควรตรวจการทำงานของไต ตรวจปัสสาวะ และติดตามระดับน้ำตาลกับความดันโลหิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินการดำเนินโรคและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม
- ฟอกไตในกรณีไตวายระยะรุนแรง หากไตเสื่อมจนเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไต เพื่อทดแทนการทำงานของไตและช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย
เบาหวานลงไต เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก หากปล่อยให้ระดับน้ำตาลและความดันโลหิตสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ไตเสื่อมจนเข้าสู่ภาวะไตวายเรื้อรังและจำเป็นต้องฟอกไตได้ การสังเกตอาการผิดปกติ ตรวจการทำงานของไตสม่ำเสมอ และควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเหมาะสม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยชะลอการเสื่อมของไต ลดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถดูแลคุณภาพชีวิตได้ดียิ่งขึ้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 07:00-19:00 น. โทร.02-079-0070
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี
น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี
น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี
น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่