เช็กสัญญาณอันตรายโรคเมตาบอลิก ที่คนอ้วนลงพุงต้องระวัง!

เวลาไปตรวจสุขภาพประจำปี แล้วคุณหมอบอกว่า ‘มีภาวะอ้วนลงพุงแล้วนะ แถมค่าไขมัน น้ำตาลในเลือด หรือความดันปริ่มๆ กว่าเกณฑ์มาตรฐาน…’ ฟังๆ ดูก็เหมือนจะยังสุขภาพดี แต่บอกก่อนว่าอย่าเพิ่งชะล่าใจและคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะนี่คือสัญญาณเตือนของภัยเงียบที่เรียกว่า "ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หรือโรคเมตาบอลิก" ซึ่งเปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่เกิดจากความอ้วนและพร้อมจะพัฒนาไปเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน และโรคเรื้อรังได้ในอนาคต!
ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หรือโรคเมตาบอลิก (Metabolic Syndrome) คือ กลุ่มความผิดปกติของระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย ที่มีต้นเหตุสำคัญมาจากภาวะอ้วนลงพุงและภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหลายโรคพร้อมกัน ทั้งน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดผิดปกติ หากปล่อยไว้ไม่รักษาสามารถลุกลามเป็นโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ แต่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการลดน้ำหนักและปรับพฤติกรรม
เจาะสาเหตุภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หรือโรคเมตาบอลิกเกิดจากปัจจัยใดบ้าง?
ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ที่ทำให้เราลงพุง คือตัวการหลักที่ปล่อยสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด จนทำให้เซลล์ดื้ออินซูลินและระบบเผาผลาญรวน แต่ทั้งนี้สาเหตุโรคเมตาบอลิกยังถูกกระตุ้นจากปัจจัยรอบตัวได้อีก ดังนี้
- ปัจจัยภายนอก (พฤติกรรมการใช้ชีวิต)
- การบริโภคอาหารที่ผิดสุขลักษณะ กินอาหารที่มีรสหวานจัด มันจัด แป้งขัดขาวสูง และขาดกากใยอาหาร ทำให้ร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินอย่างรวดเร็ว
- พฤติกรรมเนือยนิ่ง ขาดการออกกำลังกาย นั่งทำงานติดโต๊ะเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายไม่ได้ดึงพลังงานไปใช้
- ความเครียดสะสม และพักผ่อนน้อย กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งจะไปรบกวนการทำงานของอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
- ปัจจัยภายใน (ร่างกายและพันธุกรรม)
- ภาวะดื้ออินซูลิน ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลในเลือดไปใช้เป็นพลังงานได้ตามปกติ ทำให้ทั้งน้ำตาลและอินซูลินตกค้างในเลือดสูง
- พันธุกรรมและอายุ ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน หรือโรคอ้วน จะมีความเสี่ยงสูงขึ้น รวมถึงอายุที่มากขึ้น (โดยเฉพาะวัยหมดประจำเดือน) ระบบเผาผลาญจะเสื่อมถอยลงตามธรรมชาติ

ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หรือโรคเมตาบอลิก อาการเป็นอย่างไร? ทำไมถึงเป็นภัยเงียบ
ความน่ากลัวของโรคนี้คือ มักจะไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจนในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยมักใช้ชีวิตได้ตามปกติแต่กลไกภายในร่างกายกำลังถูกทำลายอย่างช้าๆ โดยแพทย์จะวินิจฉัยอาการของโรคเมตาบอลิกได้จากเกณฑ์ความผิดปกติ 5 อย่างนี้ ซึ่งหากพบว่ามีอาการเข้าข่าย 3 ใน 5 ข้อขึ้นไป จะถือว่ามีภาวะนี้ทันที
| เกณฑ์การประเมินเบื้องต้น | ระดับที่เข้าข่ายความเสี่ยง (โรคเมตาบอลิก) |
| 1. ความยาวรอบเอว (อ้วนลงพุง) | ชาย ≥ 90 ซม. (36 นิ้ว) / หญิง ≥ 80 ซม. (32 นิ้ว) |
| 2. ระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) | ≥ 100 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (หรือกินยาคุมน้ำตาลอยู่) |
| 3. ความดันโลหิต | ≥ 130/85 มิลลิเมตรปรอท (หรือกินยาลดความดันอยู่) |
| 4. ไตรกลีเซอไรด์ (ไขมันตัวร้าย) | ≥ 150 มิลลิกรัม/เดซิลิตร (หรือกินยาลดไขมันอยู่) |
| 5. คอเลสเตอรอล HDL (ไขมันดี) | ชาย < 40 มก./ดล. / หญิง < 50 มก./ดล. |
สัญญาณเตือน! เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์ ?
หากคุณสงสัยว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนลุกลามกลายเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคเรื้อรังอื่นๆ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันทีหากมีสัญญาณ ดังนี้
- วัดรอบเอวด้วยตัวเองแล้วพบว่าเกินมาตรฐาน (ชายเกิน 36 นิ้ว / หญิงเกิน 32 นิ้ว)
- เริ่มมีอาการเตือนของเบาหวานแฝง เช่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน หรืออ่อนเพลียง่ายหลังมื้ออาหาร
- สังเกตเห็นรอยปื้นสีดำคล้ายขี้ไคล บริเวณรอบคอหรือรักแร้ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของภาวะดื้ออินซูลิน

แนวทางการรักษาภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หรือโรคเมตาบอลิก
เป้าหมายสูงสุดของการรักษาคือ การหยุดยั้งไม่ให้โรคพัฒนาไปเป็นเบาหวานและหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยแพทย์จะประเมินการรักษาตามระดับความรุนแรงของผลเลือด ดังนี้
- ระยะเริ่มต้น (ผลเลือดยังไม่เกินเกณฑ์มาก)
ให้รักษาด้วยการปรับพฤติกรรม แพทย์จะแนะนำให้ลดน้ำหนักตัวลง 5-10% ด้วยการคุมอาหาร (ลดหวาน/มัน/เค็ม) และออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/วัน (5 วัน/สัปดาห์)
- ระยะปานกลาง (ผลเลือดเข้าเกณฑ์อันตราย แต่ยังไม่วิกฤต)
ให้รักษาด้วยการใช้ยาควบคุมร่วมด้วย แพทย์จะพิจารณาจ่ายยาลดความดัน ยาลดไขมันในเลือด หรือยาควบคุมระดับน้ำตาล เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน
- ระยะรุนแรง (มีค่าดัชนีมวลกาย BMI สูง เข้าข่ายโรคอ้วน)
ให้รักษาด้วยโปรแกรมลดน้ำหนักทางการแพทย์ โดยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิกอาจพิจารณาใช้นวัตกรรมอย่างปากกาลดน้ำหนัก (GLP-1) เพื่อช่วยควบคุมความหิวและปรับสมดุลฮอร์โมน หรือในรายที่อ้วนรุนแรงอาจต้องพิจารณาการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเมตาบอลิก
Q: ผอมแต่มีพุง (Skinny Fat) เสี่ยงเป็นโรคเมตาบอลิกไหม?
A: เสี่ยงได้ เพราะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ที่ดันให้พุงป่องออกมา เป็นไขมันชนิดอันตรายที่กระตุ้นให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินได้โดยตรง แม้น้ำหนักตัวโดยรวมหรือแขนขาจะดูเล็กก็ตาม
Q: โรคเมตาบอลิก สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
A: สามารถทำให้โรคสงบและกลับมาเป็นปกติได้ หากผู้ป่วยสามารถลดน้ำหนักตัวและปรับพฤติกรรมการกินได้อย่างต่อเนื่องจนไขมันช่องท้องลดลง ค่าผลเลือดและรอบเอวก็จะกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอีกครั้ง
Q: ตรวจสุขภาพอย่างไร ถึงจะคัดกรองโรคนี้ได้แม่นยำ?
A: สามารถทราบได้จากการตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป โดยแพทย์จะประเมินจากการวัดรอบเอว ร่วมกับการเจาะเลือดดูระดับน้ำตาลหลังงดอาหาร (FBS), ค่าไขมันไตรกลีเซอไรด์, ค่าไขมันดี (HDL) และการวัดความดันโลหิต
อย่าปล่อยให้พุงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้าย! ภาวะเมตาบอลิกซินโดรม หรือโรคเมตาบอลิกไม่ใช่คำตัดสินว่าคุณต้องป่วยเสมอไป แต่มันคือสัญญาณเตือนให้หันมาดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมเพื่อกู้ระบบเผาผลาญคืนมา หากเริ่มกังวลเรื่องรอบเอว หรือผลตรวจสุขภาพที่เข้าข่ายความเสี่ยง สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลวิมุต ที่นี่เราพร้อมดูแลและให้คำแนะนำอย่างเข้าใจ เดินทางง่าย สะดวกสบาย ใกล้ BTS สะพานควาย มาเช็กสุขภาพให้ชัวร์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรงในระยะยาว
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่
ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต
เวลาทำการ 07:00-19:00 น. โทร. 0-2079-0070
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์
ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ
แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล

ชวนตันติกมล
เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี
น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี
น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19
เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?
เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !
สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี
น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่