ปากกาลดน้ำหนัก ตัวเลือกของคนอยากผอม ใช้ได้จริงไหม ?

21 ก.ย. 65  | ศูนย์เมตาบอลิซึมและต่อมไร้ท่อ
แชร์บทความ      
แชร์บทความ      

ปากกาลดน้ำหนัก

ไหนใครบ้างที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือเสี่ยงเป็นโรคอ้วน และอยากผอม แต่ลองลดน้ำหนักมาหลายวิธี ทั้งเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย หรือเคล็ดลับการลดน้ำหนักต่างๆ มาแล้ว แต่น้ำหนักก็ยังไม่ลดลงสักที เห็นทีต้องพึ่งตัวช่วยเพิ่มกันอีกทางกับ “ปากกาลดน้ำหนัก” ที่ตอนนี้กระแสในโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยรีวิวการปักปากกาลดน้ำหนัก จนกลายเป็นกระแสไวรัล ซึ่งสำหรับใครที่ยังไม่รู้จักว่าปากกาลดน้ำหนักคืออะไร ใช้อย่างไร อันตรายไหม มีผลข้างเคียงหรือไม่ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาให้ที่นี่แล้ว

ปากกาลดน้ำหนักช่วยให้ผอมได้จริงไหม? ปากกาลดน้ำหนักสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริงและปลอดภัยหากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยตัวยาจะออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนความอิ่มในลำไส้ (GLP-1) ทำให้รู้สึกอิ่มไวและกินได้น้อยลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน อย่างไรก็ตาม การปักปากกาลดน้ำหนักอาจมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ เวียนหัว อาเจียนได้ และเพื่อให้ผลลัพธ์ยั่งยืนต้องใช้ควบคู่กับการคุมอาหารและออกกำลังกายเสมอ

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร ทำไมถึงฮิต

“ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยควบคุมน้ำหนักในรูปของปากกาสำหรับฉีดยา โดยในปี ค.ศ.2014 องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาได้รับรองยาที่ชื่อ Liraglutide ชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ไว้ใช้สำหรับลดน้ำหนัก ซึ่งกลไกการทำงานของยาที่ได้จากปากกาลดน้ำหนักนั้น เป็นดังนี้ 

  • ยานี้เป็นยาเลียนแบบฮอร์โมนอิ่ม GLP-1 (Glucagon Like Peptide 1)  โดยตัวยามีความใกล้เคียงกับ GLP-1 ที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายถึง 97%
  • ยานี้จะช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ อาหารที่กินเข้าไปนั้นย่อยช้าลง ช่วยให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานขึ้น จึงรับประทานอาหารได้น้อยลง
  •  ยามีฤทธิ์ต่อสมอง ทำให้ไม่รู้สึกหิว ความอยากอาหารลดน้อยลง และทำให้ควบคุมการกินได้ดีขึ้น
  • กระตุ้นให้ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินมาช่วยปรับสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด โดยไม่ทำให้น้ำตาลตก หรือวูบ เพราะยาจะออกฤทธิ์ก็ต่อเมื่อเรากินอาหารเข้าไปแล้วเท่านั้น

ปักปากกาลดน้ำหนัก เจ็บไหม? ทำอย่างไรให้ถูกต้อง

หลายคนกังวลเรื่องการใช้เข็ม แต่ความจริงแล้วการปักปากกาลดน้ำหนักนั้นแทบไม่รู้สึกเจ็บเลย เนื่องจากยา Liraglutide อยู่ในรูปแบบปากกาลดน้ำหนัก มักใช้หัวเข็มขนาดเล็กมาก โดยมีวิธีใช้งานตามที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำไว้ดังนี้

  • ฉีดยาเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง บริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขนที่มีไขมันมากๆ แต่บริเวณอื่นๆ อาจฉีดยากกว่าบริเวณหน้าท้อง
  • สามารถฉีดยาเวลาใดก็ได้ ได้ทั้งก่อนและหลังอาหาร แต่แนะนำให้เป็นเวลาที่สามารถฉีดเป็นประจำได้ทุกวันและไม่ลืม โดยส่วนมากแพทย์จะแนะนำให้ฉีดช่วงเช้าหลังตื่นนอน หรือกลางคืนก่อนนอน
  • ฉีดยาทุกวัน วันละ 1 ครั้ง หรือ ฉีดยาทุก 1 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ขึ้นกับชนิดของยา   ห้ามลืม เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักได้ดีที่สุด หากลืมอาจจะทำให้ได้รับปริมาณยาที่ลดลง และผลของการลดน้ำหนักลดลง 
  • ฉีดยาต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งไม่มีกำหนดตายตัวว่าจะต้องหยุดยาเมื่อไหร่ โดยจะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องการ เช่น หากใช้แล้วน้ำหนักลดลงตามที่ต้องการแล้ว แต่ค่า BMI ยังเกินมาตรฐานอยู่ก็สามารถใช้ต่อเนื่องได้หากต้องการ หรือหยุดใช้ได้เพราะได้ตัวเลขน้ำหนักที่พอใจแล้ว

การใช้ปากกาลดความอ้วนนั้นไม่เจ็บ เนื่องจากเข็มที่มีขนาดเล็กมาก โดยการฉีดครั้งแรกแพทย์จะเป็นผู้สอนการใช้และจะจับมือฉีดให้ลองใช้เอง เพื่อให้สามารถฉีดได้เองในครั้งต่อไป

วิธีการปักปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใคร

ปากกาลดน้ำหนักเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาเหล่านี้

ข้อควรระวัง: ปากกาลดน้ำหนักไม่เหมาะสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ และผู้ที่มีภาวะตับอ่อนอักเสบ ดังนั้น ก่อนการใช้ปากกาลดน้ำหนักจึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้งานทุกครั้ง

ผลข้างเคียงของการปากกาลดน้ำหนัก ที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจปัก ?

แม้จะปลอดภัย แต่เนื่องจากตัวยาเข้าไปปรับการทำงานของกระเพาะอาหาร จึงมักเกิดผลข้างเคียงในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัว ดังนี้

อาการที่พบบ่อย (แต่ไม่อันตราย)

  • คลื่นไส้ พะอืดพะอม อาเจียน เนื่องจากตัวยามีผลต่อการบีบตัวต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ จึงอาจทำให้รู้สึกคลื่นไส้ พะอืดพะอมได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อกินเร็ว หรือกินในปริมาณมาก โดยจะเป็นเฉพาะช่วงเริ่มใช้ยา หรือปรับเพิ่มขนาดยาใหม่
  • ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเสียเล็กน้อย
  • ท้องผูก เนื่องจากยาที่ฉีดเข้าไปจะลดอัตราการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลง จึงมีโอกาสทำให้เกิดท้องผูก

ซึ่งภายใต้การดูแลของแพทย์จะแนะนำให้เริ่มปักจากโดส (Dose) ต่ำๆ ก่อน เพื่อลดอาการเหล่านี้ แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน และร่างกายจะสามารถปรับตัวได้เมื่อใช้ยาต่อเนื่อง 1-2 สัปดาห์

วิธีรับมือ

  • เคี้ยวอาหารให้ช้าลง การเคี้ยวอาหารให้ละเอียดจะช่วยลดภาระกระเพาะอาหาร ทำให้ย่อยง่ายและสมองรับรู้ความอิ่มได้ทันท่วงที ลดอาการคลื่นไส้ได้ดีเยี่ยม
  • รับประทานอาหารรสอ่อน เลี่ยงของมันของทอด อาหารที่มีไขมันสูงจะใช้เวลาย่อยนานมาก เมื่อรวมกับฤทธิ์ยา ยิ่งทำให้อาหารตกค้างในกระเพาะนานขึ้น กระตุ้นให้เกิดอาการพะอืดพะอมและอาเจียนอย่างรุนแรง
  • หยุดรับประทานทันทีเมื่อรู้สึกอิ่ม ไม่ควรเสียดายอาหารหรือฝืนกินต่อ เพราะจะทำให้กระเพาะขยายตัวมากเกินรับไหว นำไปสู่อาการกรดไหลย้อนหรืออาเจียน

ใช้ปากกาลดน้ำหนักเสี่ยงโยโย่ (Yoyo Effect) จริงไหม? การปักปากกาเป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วย "จำกัดแคลอรี" ที่รับเข้าสู่ร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับแคลอรีน้อยลงอย่างรวดเร็ว กลไกธรรมชาติจะดึงเอาพลังงานจากกล้ามเนื้อไปใช้ด้วย หากคุณหยุดใช้ยาแล้วความอยากอาหารกลับมาเป็นปกติ แต่ไม่ยอมปรับพฤติกรรมการกินแถมยังมีมวลกล้ามเนื้อน้อยลง (ระบบเผาผลาญต่ำลง) น้ำหนักก็จะเด้งกลับมา หรือเกิดภาวะโยโย่ได้อย่างแน่นอน

วิธีใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย และทำไมถึงห้ามซื้อปักเอง?

การปักปากกาลดน้ำหนักจะปักวันละ 1 ครั้ง หรือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับชนิดของยา) ตรงบริเวณที่มีไขมันใต้ผิวหนัง เช่น หน้าท้อง หรือต้นขา แต่ปัจจุบันมีการลักลอบหิ้วปากกาลดน้ำหนักมาขายตามอินเทอร์เน็ตมากมาย ซึ่งการซื้อยามาฉีดเองนั้นอันตรายอย่างยิ่ง! ด้วยเหตุผล ดังนี้

  • เสี่ยงยาปลอม ยาไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดอาการแพ้รุนแรง ช็อก หรือติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ยาเสื่อมสภาพจากการขนส่ง ปากกาลดน้ำหนักของแท้เป็นกลุ่มยาเปปไทด์ที่ต้อง ‘ควบคุมอุณหภูมิความเย็น’ ตลอดเวลา หากแม่ค้าออนไลน์ขนส่งผิดวิธี ยาจะเสื่อมสภาพและไม่ได้ผลทันที
  • ไม่มีแพทย์ประเมินความเสี่ยง การปรับขนาดยา (Dose) ต้องประเมินโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด หากผู้ป่วยโรคเบาหวานซื้อไปปรับโดสเอง อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดตกฉับพลันจนโคม่าได้

หมายเหตุ: ปากกาลดน้ำหนักจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องได้รับใบสั่งยาและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น

ลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักควรใช้ร่วมกับอะไร เพื่อให้ผลลัพธ์ดีที่สุด?

ปากกาเป็นเพียง ‘ตัวช่วยสตาร์ท’ ไม่ใช่ ‘ตัวจบ’ หากต้องการลดความอ้วนอย่างถาวร ควรทำสิ่งเหล่านี้ควบคู่กัน  

  • โภชนาการที่ดี เน้นกินโปรตีนให้ถึงเป้าหมาย ลดคาร์โบไฮเดรตขัดสีและไขมันเลว เพิ่มผักผลไม้น้ำตาลน้อยเพื่อให้มีกากใยช่วยขับถ่าย
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ คาร์ดิโอเพื่อเบิร์นไขมัน สลับกับเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ รักษาระบบเผาผลาญ ไม่ให้ตกลง
  • ดูแลโดยทีมแพทย์และนักโภชนาการ การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยติดตามผล วัดเปอร์เซ็นต์ไขมัน และปรับยาให้เหมาะสมกับร่างกาย จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้รวดเร็วและปลอดภัยที่สุด

FAQ รวมคำถามยอดฮิตเรื่องปากกาลดน้ำหนัก

Q1: ปากกาลดน้ำหนักลดได้กี่กิโล? 

A: โดยเฉลี่ยหากใช้ต่อเนื่องร่วมกับการคุมอาหาร สามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 10% ของน้ำหนักตัวตั้งต้น ภายใน 3-6 เดือน

Q2: ปักปากกาลดความอ้วนเจ็บไหม? 

A: แทบไม่รู้สึกเจ็บ เพราะเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กและสั้นมาก (เล็กกว่าเข็มฉีดยาทั่วไปหลายเท่า) เป็นลักษณะเหมือนมดกัดเบาๆ เท่านั้น

Q3: ปากกาลดน้ำหนักต่างจากยาลดน้ำหนักทั่วไปอย่างไร?

A: แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ยาลดความอ้วนในอดีตมักเป็นสารกดประสาท (กลุ่มแอมเฟตามีน) ที่มีผลต่อสมอง ทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ และมีอันตรายถึงชีวิต แต่ปากกาลดน้ำหนักใช้โปรตีนเลียนแบบฮอร์โมนในลำไส้ตามธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยสูงและผ่านการรับรองจาก อย.

Q5: ปักปากกาลดน้ำหนักอันตรายไหม? 

A: ไม่อันตรายหากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง แต่มีข้อห้ามเด็ดขาดในกลุ่มสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยมะเร็งไทรอยด์ หรือมีประวัติตับอ่อนอักเสบที่ไม่ควรใช้วิธีนี้ในการช่วยลดน้ำหนัก

 

ปากกาลดน้ำหนัก ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้ที่กำลังต่อสู้กับปัญหาน้ำหนักเกิน แต่ทั้งนี้ ‘ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ’ การซื้อยามาปักเองตามอินเทอร์เน็ตด้วยราคาที่ล่อใจ อาจแลกมาด้วยความเสี่ยงที่ประเมินค่าไม่ได้ หากคุณต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี เห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืน และปลอดภัยต่อสุขภาพระยะยาว ที่ศูนย์เบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก โรงพยาบาลวิมุต เรามีทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน พร้อมทีมนักโภชนาการและนักกำหนดอาหารที่จะคอยดูแล ออกแบบการรักษาและคอยอยู่เคียงข้างคุณในทุกขั้นตอน เพื่อให้คุณมีรูปร่างและสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ ต่อมไร้ท่อ และควบคุมน้ำหนัก ชั้น 3 โรงพยาบาลวิมุต 
เวลา 07.00-19.00 น. โทร 0-2079-0070 
หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

 

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
นพ.ชาญวัฒน์ ชวนตันติกมล แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม (โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ)

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
นพ.ชาญวัฒน์
ชวนตันติกมล
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม (โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ)
Card Image
พญ.ธนพร
พุทธานุภาพ
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม (โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ)

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
13 วิธีดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในยุค COVID-19

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานเป็นกลุ่มบุคคลที่ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ covid-19 โดยโรคเบาหวานนั้นจะทำให้ติดเชื้อ covid -19 ได้ง่ายกว่าบุคคลทั่วไป และหากติดเชื้อแล้วจะมีผลทำให้เกิดพาวะแทรกซ้อนมากกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
เป็นเบาหวานตั้งครรภ์ได้ไหม ?

เพราะการสร้างครอบครัวคือหนึ่งในความฝันของผู้หญิงหลายๆ คน แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานคงกังวลไม่น้อยว่าจะมีลูกได้ไหม ปลอดภัยหรือเปล่า เรามาฟังคำตอบกันที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
สายกินต้องระวัง โรคอันตรายจากไขมันที่ต้องรู้ !

สายกินต้องระวัง! อาหารไขมันสูง ของทอดแสนอร่อยที่แฝงไปด้วยโรคไขมันตัวร้าย มาดูความลับทั้งประโยชน์และโทษของไขมัน ที่บั่นทอนสุขภาพคุณจนอาจเป็นโรคร้ายแรงได้มากกว่าที่คิด

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
น้ำหนักไม่ลง ทำอย่างไร? เช็ก 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณกำลังลดความอ้วนผิดวิธี

น้ำหนักไม่ลงทำไงดี? ชวนคุณเช็ก 7 สัญญาณเตือนคุมน้ำหนักผิดวิธี ที่อาจทำให้คุณเสี่ยงระบบเผาผลาญพังโดยไม่รู้ตัว พร้อมแนวทางการดูแลน้ำหนักอย่างมั่นใจได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม