พุงป่อง ท้องโต เช็กให้ชัวร์ว่าแค่อ้วนลงพุง หรือมีโรคร้ายซ่อนอยู่

24 ก.พ. 69  | ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ
แชร์บทความ      

เคยมองกระจกแล้วสงสัยไหมว่า... ทำไมช่วงนี้พุงป่องผิดปกติ? ทั้งที่ไม่ได้กินเยอะ หรือบางคนพยายามลดน้ำหนักแทบตายแต่หน้าท้องกลับยื่นออกมาไม่ยุบสักที หลายคนมักด่วนสรุปไปเองว่าแค่อ้วนลงพุง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ‘ภาวะท้องโต (Abdominal Distension)’ อาจไม่ได้เกิดจากไขมันเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติภายในช่องท้อง ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยอย่างแก๊สในกระเพาะ ไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างเนื้องอกหรือน้ำในช่องท้อง

เช็กลิสต์! ท้องโต ท้องบวม พุงป่องแบบนี้... เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง?

ในทางการแพทย์มักจำแนกสาเหตุของอาการท้องโตออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัย ซึ่งคุณสามารถลองสังเกตและคลำหน้าท้องของตัวเองดูว่าเข้าข่ายข้อไหน ดังนี้

1. ท้องโตจากไขมัน กลุ่มเสี่ยงอ้วนลงพุง

เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยเกิดจากการรับประทานอาหารเกินความต้องการจนร่างกายสะสมพลังงานในรูปแบบไขมัน ซึ่งอาจทำให้เสี่ยงต่อโรค ดังนี้

  • ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง เป็นไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง พุงจะมีลักษณะนิ่ม ย้วย และหย่อนคล้อย สามารถใช้นิ้วบีบหรือจับเนื้อขึ้นมาเป็นชั้นๆ หรือเป็นก้อนได้ (Love Handles) มักไม่อันตรายร้ายแรงแต่ส่งผลต่อรูปร่าง
  • ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นไขมันที่แทรกตัวเกาะอยู่ตามอวัยวะภายใน พุงจะมีลักษณะกลม ป่อง และค่อนข้างแข็ง ดันออกมาด้านหน้าชัดเจน ไม่สามารถบีบเนื้อขึ้นมาได้ง่ายๆ (พุงหลาม) ซึ่งอันตรายกว่าเพราะสัมพันธ์กับโรคเบาหวาน ความดัน และไขมันพอกตับ

2. ท้องโตจากลม หรือแก๊ส

เกิดจากการสะสมของแก๊สในระบบทางเดินอาหารมากเกินไป ทำให้กระเพาะอาหาร หรือลำไส้ขยายตัวดันหน้าท้องให้ป่อง หรือดูบวมออกมา โดยอาจเกิดได้จากสาเหตุเหล่านี้

  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย มักมีอาการท้องป่องเป็นเวลา (เช้าแฟบ บ่ายป่อง) รู้สึกแน่นท้อง อึดอัดบริเวณลิ้นปี่ มักเกิดหลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ หรืออาหารมันๆ เคาะท้องแล้วมีเสียงดังโปร่งๆ
  • โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) มักมีแก๊สในท้องเยอะ ท้องป่องร่วมกับการขับถ่ายที่ผิดปกติ เช่น ท้องเสียสลับท้องผูก ปวดเกร็งท้อง และอาการมักดีขึ้นหลังจากได้ถ่ายอุจจาระหรือผายลม
  • ภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสบกพร่อง จะมีอาการท้องอืดและพุงป่องชัดเจนภายใน 30 นาที - 2 ชั่วโมง หลังจากดื่มนมวัวหรือรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม มักมีอาการผายลมบ่อยหรือท้องเสียร่วมด้วย
  • ลำไส้อุดตัน จะมีอาการท้องโตและอืดตึงมาก ปวดท้องบิดเกร็งรุนแรง ไม่มีการผายลมและไม่ถ่ายอุจจาระเลย อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย (ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน)

3. ท้องโตจากของเหลว

เกิดจากการมีน้ำคั่งอยู่ภายในช่องท้อง หรือทางการแพทย์เรียกว่า "ภาวะท้องมาน (Ascites)" ซึ่งมักเกิดจากโรคตับ หรือโรคร้ายแรง ดังนี้

  • โรคตับแข็ง มักมีลักษณะอาการท้องโตออกด้านข้างเวลานอนหงาย ผิวหนังหน้าท้องตึงเปรี๊ยะ เป็นมันวาว หรือบางจนเห็นเส้นเลือดดำ สะดือมักจะจุ่นหรือถูกดันออกมา เคาะท้องแล้วได้เสียงทึบ (เหมือนเคาะถังใส่น้ำ) มักมีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองร่วมด้วย
  • ภาวะหัวใจวาย หรือไตวาย จะทำให้ร่างกายมีการบวมน้ำที่หน้าท้องร่วมกับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะอาการขาบวม กดแล้วบุ๋ม เหนื่อยหอบง่ายเมื่อนอนราบ

4. ท้องโตจากก้อนเนื้อ

เกิดจากก้อนเนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็ง ของอวัยวะภายในช่องท้องที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้นจนดันหน้าท้องออกมา

  • เนื้องอกมดลูก โดยมักจะมีอาการท้องโตบริเวณท้องน้อย (ต่ำกว่าสะดือ) คลำได้ก้อนแข็งๆ ตรงกลางท้องน้อย ร่วมกับอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ประจำเดือนมามาก หรือปัสสาวะบ่อย
  • ซีสต์รังไข่ หรือมะเร็งรังไข่ จะทำให้ท้องโตเร็วผิดปกติ อาจคลำเจอก้อนที่ท้องน้อยด้านซ้าย หรือขวา รู้สึกแน่นท้องตลอดเวลา กินได้น้อยลง เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด (แต่พุงโตขึ้น)
  • ตับโต หรือม้ามโต จะพบอาการท้องโตบริเวณด้านบน (ชายโครงขวาสำหรับตับ หรือชายโครงซ้ายสำหรับม้าม) พร้อมกับรู้สึกแน่น จุกเสียดใต้ชายโครง 

5. ท้องโตจากการขับถ่าย

  • เกิดจากอุจจาระตกค้างสะสมอยู่ในลำไส้ใหญ่จำนวนมาก (Fecal Impaction) ทำให้ลำไส้ขยายตัว โดยสาเหตุหลักมักเกิดจาก
  • ท้องผูกเรื้อรัง มักจะมีลักษณะท้องป่องแข็งๆ รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว ไม่ถ่ายหลายวัน เมื่อกดที่ท้องน้อยด้านซ้ายอาจคลำเจอลำก้อนแข็งๆ (ลำอุจจาระ) อาการพุงป่องจะหายไปทันทีเมื่อได้ขับถ่ายออกหมด บางรายที่รุนแรงอาจกลายเป็นโรคอุจจาระเต็มท้อง หรือภาวะอุจจาระอุดตันได้

6. ท้องโตจากการตั้งครรภ์

ภาวะท้องโตที่เกิดจากสาเหตุธรรมชาติสำหรับผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว โดยมักจะมีอาการประจำเดือนขาดหายไป คัดตึงเต้านม หรือเริ่มรู้สึกถึงการดิ้นของทารกในครรภ์ 

 อาการท้องโต หรือความผิดปกติในช่องท้องแบบไหน? ที่ควรพบแพทย์ทันที

หากคุณลองสังเกตตัวเองแล้วพบว่าอาการท้องโตที่เป็นอยู่ไม่ได้เกิดจากความอ้วน หรือมีอาการร่วมที่น่ากังวลเหล่านี้ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ

  1. ปวดท้องรุนแรง ปวดเกร็ง หรือกดแล้วเจ็บมาก
  2. คลื่นไส้ อาเจียนเรื้อรัง หรืออาเจียนเป็นเลือด หรืออาเจียนมีสีดำคล้ำ
  3. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ร่างกายผอมลงแต่ท้องกลับโตขึ้น
  4. หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย หรือนอนราบไม่ได้เพราะแน่นท้อง
  5. การขับถ่ายเปลี่ยนแปลง ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย
  6. ตัวเหลือง ตาเหลือง

เรื่องของพุงนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นหน้าต่างที่บ่งบอกสุขภาพภายใน ซึ่งภาวะท้องโตก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งที่ไม่อันตรายและโรคร้ายแรง การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย คลำหน้าท้องด้วยตัวเอง และการตรวจสุขภาพประจำปี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณพบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หากไม่แน่ใจว่าพุงที่ยื่นออกมาคืออะไร การปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย และตรวจอัลตราซาวด์คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพระยะยาว

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่

ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ ชั้น 5 โรงพยาบาลวิมุต 

เวลาทำการ 08:00-20:00 น. โทร. 0-2079-0054

โรงพยาบาลวิมุต โทร. 0-2079-0060

หรือดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อนัดหมายแพทย์ หรือบริการปรึกษาหมอออนไลน์

ทุกปัญหาสุขภาพ ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ ที่พร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจ

ผู้เขียน
พญ.สาวินี จิริยะสิน อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร

แนะนำแพทย์ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
พญ.สาวินี
จิริยะสิน
อายุรศาสตร์
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

เรื่องสุขภาพน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง

Card Image
ภาวะไขมันพอกตับ รู้ตัวช้า เสี่ยงอันตรายหลายโรค

ไขมันพอกตับ คือภาวะที่ไขมันสะสมในตับมากกว่าปกติ ซึ่งอยู่ในรูปแบบของไตรกลีเซอไรด์ ที่อาจมีสาเหตุจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต อาหารที่รับประทาน จนเสี่ยงทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามมาได้ หนทางรักษาที่ดีที่สุดคือการลดน้ำหนักและเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
“ท้องผูก” ปวดท้อง ปัญหาการถ่ายที่ไม่ใช่เพียงแค่… ถ่ายไม่ออก!

ถ่ายไม่ออก อุจจาระแข็ง นานๆ จะถ่าย หรือทั้งสัปดาห์ถ่ายครั้งเดียว แบบนี้เป็นโรคท้องผูกไหม เรารวมข้อมูลสาเหตุและวิธีแก้ท้องผูก สำหรับคนที่มีปัญหาการขับถ่ายมาฝากแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
มะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการแบบไหนต้องระวัง รีบเช็กด่วน!

ปวดท้องบ่อย ท้องผูกบ่อยและมีเลือดออกมาพร้อมอุจจาระ อาการแบบนี้คุณอาจกำลังเสี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มาเช็กอาการและสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่กันได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม
Card Image
ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพักๆ แบบไหนเข้าข่ายลำไส้แปรปรวน

ปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ๆ อาจเกิดจากลำไส้แปรปรวน เรียนรู้สาเหตุ อาการ วิธีแก้ และเมื่อใดควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์

อ่านเพิ่มเติม

แนะนำแพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง